ภาระผู้ตาม - ศุ บุญเลี้ยง

THINK TODAY เผยแพร่ 11 ก.ย 2562 เวลา 09.45 น.

คงได้ยินและคุ้นเคย เห็นบนแผงมากล้นไปด้วย หนังสือ ‘ภาวะผู้นำ’

บางครั้งสงสัยแล้ว ‘ผู้ตาม’ ต้องทำตัวเช่นไร

 เคยอ่านพบและได้ยินเล่าต่อๆ กันมาก็เป็นคล้ายนิทาน

 เรื่องนั้นเล่าว่า เจ้า ‘มหาดเล็ก’ นึกสงสัยว่า ทำไมตนจึงไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง แต่งตั้งให้เติบโตเป็น ‘องครักษ์’สักที

 เจ้านายจึงใช้ให้ไปดูสุนัขที่เพิ่งคลอด

เจ้ามหาดเล็กมุดใต้ถุนไปดูแล้วกลับมาบอกว่า หมาคลอดสี่ตัว

หัวหน้าถามว่า “ตัวผู้กี่ตัว”

ลูกน้องจึงไปชะโงกดู แล้วกลับมาตอบว่า “ตัวผู้สาม”

เจ้านายถาม “หมาสีอะไร”

ลูกน้องก็ต้องกลับไปดูใหม่ทุกคราที่มีคำถาม

ส่วนองครักษ์คนสนิทซึ่งเจ้านายโปรดปราน 

พอหัวหน้าถามว่าให้ไปดูสิว่า “มีแม่หมามาคลอดที่ใต้ถุน”

เจ้าลูกน้องคนสนิท ก็กลับมารายงานว่า

“อ๋อ หมาคลอดแล้วสี่ตัว ตัวผู้สาม ตัวเมียหนึ่ง สีดำเกือบทั้งคลอก มีตัวเมียนั่นแหละที่สีกระดำกระด่าง”

นี่เป็นตัวอย่าง ของเรื่องเล่าอันอุปมาถึงความสามารถของลูกน้องที่ทำงานได้แตกต่างกัน

ยังมีเรื่องเล่ากันพอขำๆ อีกเรื่อง….

หลวงพ่อองค์หนึ่งได้รับการนิมนต์ให้นั่งฉันในวงภัตตาหาร เห็นแกงไก่อันโปรดปราน ก็เอื้อมตัวไปตักแกง ความที่ชามแกงวางอยู่ห่างเกินเอื้อมถึงหน้าจึงคะมำลงไปในวงกับข้าว ….

ลูกศิษย์ที่มาด้วยรีบร้องเสียงดังว่า “ช่วยด้วยๆๆหลวงพ่อเป็นลม”

ผู้คนจึงไม่แปลกใจว่าทำไม ลูกศิษย์คนนี้จึงเป็นศิษย์โปรดที่หลวงพ่ออยากจะพาไปไหนต่อไหน

……………..

ประสาคนทำงานมานานหลายปี ขึ้นเวทีมาหลายหน

ย่อมพบเจอลูกน้องนานาชนิด

จำได้ว่าหนหนึ่งขึ้นเวที คอแห้งร้องหาน้ำ

ลูกน้องข้างเวทีถามว่า “พี่จะเอาน้ำอะไร”

ผมบอกว่า “เอาน้ำเปล่า”

ลูกน้องถามว่า “เอาน้ำเย็นไหม”

ผมบอกว่า “เย็นไม่เย็นก็เอามาเหอะ”

ลูกน้องถามว่า “เอาเป็นขวดหรือใส่แก้ว”

ลูกน้องบางคนให้ไปเอาน้ำร้อน ก็เอามาแบบร้อนจี๋ กินเข้าไปทีลวกปากพอง

ส่วนลูกน้องอีกคน แค่เห็นหัวหน้าไอ เขาก็วิ่งไปเอาน้ำมา

หยิบมาสองขวด ขวดนึงเป็นน้ำอัดลม อีกขวดเป็นน้ำเปล่า

ถามเราว่า “เอาแบบไหนดีพี่”

เห็นหน้าเขาข้างเวทีเราก็อุ่นใจ พอเราบอกว่า “เอาน้ำเปล่าก่อน”

เขาก็เปิดฝาขวดให้เราเสร็จสรรพ แล้วถามเราว่า “เอาหลอดไหม” 

หากเอาหลอดก็พร้อมจิ้มรอ แต่หากเราไม่เอาหลอดก็ยกดื่มได้เลย

นี่แค่ตัวอย่างของการเอาน้ำให้ดื่ม

เราก็พอจะเห็นการจัดการของผู้ตามที่แตกต่างกัน

………….

อีกสักเหตุการณ์จริงอยากยกมาเล่า 

มีอยู่หนนึงรุ่นพี่โรงเรียนเก่าซึ่งคุ้นเคยกันดี เขาอยากจะไปเที่ยวอีสาน

มาปรึกษาหารือ ผมเลยให้เบอร์โทรศัพท์ ลูกน้องที่เคยทำงานด้วยกัน ตอนนั้นเขากลับไปอยู่บ้านพอดี

รุ่นพี่ได้โทรไปสอบถามว่า “จะไปเที่ยวมุกดาหาร ควรพักที่ไหนดี”

ได้คำตอบมาว่า “พี่อยากพักแบบไหน ราคาประมาณเท่าไหร่ ต้องติดน้ำโขงไหม”

แล้วจึงให้ข้อมูลทีละส่วน

ถ้าอยากพักติดริมแม่น้ำโขง ต้องโรงแรมนี้…

แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องติดริมน้ำ เขาแนะนำโรงแรมนี้…

และหากต้องการราคาถูกลงมา เขาแนะนำว่าให้เลือกโรงแรมนี้…

รุ่นพี่คนนั้นกลับมา บอกว่า ‘ขอบคุณมากที่แนะนำให้เขาคุยกับลูกน้องคนนั้น และที่สำคัญ เขาบอกว่า ถ้าเป็นไปได้อยากขอเอาลูกมาฝึกงานที่บริษัทนี้…’

เพราะปกติที่เขาเคยเจอ เวลาถามว่าพักที่ไหนดี คนทั่วไปก็จะแนะนำโรงแรมซึ่งคนอื่นนิยมไปพักกัน 

แต่นี่ก่อนจะแนะนำ มีการสอบถามกลับมาว่า ต้องการแบบไหน จึงจะแนะนำได้พอดี ซึ่งเขาบอกว่า แบบนี้เขาไม่ค่อยจะเคยเจอ

เรื่องที่พักจึงไม่ใช่เรื่องจะเลือกให้พอดีกันได้ง่าย

…………….

เรื่องที่ยิ่งกว่าที่พักคือเรื่องอาหาร

หัวหน้าเป็นสิ่งมีชีวิตอันหาอาหารให้ทานยากยิ่ง

ลูกน้องซึ่งต้องบริการสวัสดิการอาหารให้หัวหน้า นับว่าเป็นงานที่ละเอียดอ่อน

หัวหน้ารายหนึ่งไปพักบนอุทยาน หาอะไรทานก็ใช่ว่าจะง่าย

ซึ่งหัวหน้าก็พอเข้าใจ จึงบอกกับลูกน้องว่า “ตอนเช้าทานอะไรก็ได้ง่ายๆ ปาท่องโก๋..น้ำเต้าหู้ ก็ได้”

พอรุ่งเช้าลูกน้องกลับต้องลงจากภูเขา ขับรถเข้ามาในเมือง เพื่อตระเวณหาปาท่องโก๋ อันที่จริงขนมปัง ครัวซอง หรืออาหารอื่นๆ ก็พอมีอยู่แล้วมากมายบนภูดอย

แต่หัวหน้าเอ่ยออกมาว่า ‘กินอะไรง่ายๆ ปาท่องโก๋ ก็ได้…’

เขาแยกแยะไม่ได้ว่าอันไหนเป็นแค่ตัวอย่าง อันไหนยาก อันไหนง่าย อันไหนควร อันไหนได้ก็ดี อันไหนไม่มีก็ได้

มันมีระดับที่ต้องหาความหมายให้พบในถ้อยคำจำนรรจ์นั้น

การฟังสิ่งซึ่งหัวหน้าคิดไม่ใช่แค่เพียงคำพูด จึงเป็นศาสตร์อันสำคัญยิ่งนัก

เคยเห็นมาครานึง ขณะเดินทางด้วยรถบัสระดับวีไอพี หัวหน้าบอกว่า ‘อยากกินข้าวแกงร้านที่เคยกินตอนขามาอีกสักครั้ง'  

คนขับตอบว่า ‘หากกินร้านเดิมต้องไปยูเทิร์นรถเสียเวลา ร้านที่เคยกินตอนขามานั้นมีสาขาอยู่ฝั่งนี้ แวะกินร้านสาขานี้ก็แล้วกันจะได้ไม่เสียเวลา’

หัวหน้ากระซิบบอกกับลูกน้องคนสนิทว่า 

‘คราวหน้าไม่ต้องใช้รถของบริษัทนี้แล้วนะ’

แค่ไม่ยอมยูเทิร์น จากรถวีไอพีก็กลายเป็นแบล็คลิสต์ในทันที

……..

วันก่อนนั้น ได้ยินเจ้านายรายหนึ่งบอกกับลูกน้องว่า

เขาเพิ่งไปเชียงใหม่มา “เชียงใหม่เปลี่ยนไปมากเลย” 

ลูกน้องตอบว่า “บางจุดก็ไม่เปลี่ยน…นะพี่”

ผมนึกในใจ ‘มึงจะไปเถียงเขาในเรื่องอภิปรัชญาทำไม’

เออ..ออไป ก็หมดเรื่อง

รู้เลยว่า ลูกน้องคนนี้อนาคตไม่ไกลแน่ แม้สิ่งที่เขาพูดออกมามันจะมีความจริงอยู่..ก็ตาม