ภารกิจทวงความยุติธรรมยังไม่ยุติ ย้อนคดีทหารยิง ชัยภูมิ ป่าแส-อะเบ แซ่หมู่ ก่อนครอบครัวฟ้องร้องกองทัพบก

The MATTER อัพเดต 23 พ.ค. 2562 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2562 เวลา 06.00 น. • Recap

เพราะชีวิตคนไม่ใช่ผักปลาที่จะทำให้สูญเสียไปได้โดยไม่มีคนรับผิดชอบ ครอบครัว ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ และ ‘อะเบ แซ่หมู่’ ซี่งถูกทหารประจำด่านตรวจบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยิงเสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกัน ช่วงต้นปี 2560 จึงเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก แม้คดีอาญาเพื่อเอาผิดคนยิง จะยังไม่มีความคืบหน้า

หลายคนอาจคุ้นชื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองคน แต่จำรายละเอียดได้พอลางๆ The MATTER ขอพาย้อนกลับไปดูที่มาของคดีนี้อีกทีว่า เกิดอะไรขึ้นในวันดังกล่าว และเหตุใดคดีนี้ถึงได้กลายเป็น 'ข่าวใหญ่ระดับชาติ' ในช่วงเวลาหนึ่ง

1.) ในวันที่ 17 มี.ค.2560 เวลาราว 11.00 น. ชัยภูมิ ป่าแส หรือจะอุ๊ นักกิจกรรมชาวลาหู่ ถูกทหารประจำด่านตรวจบ้านรินหลวงวิสามัญฆาตกรรม โดยทหารอ้างว่า เป็นการยิงป้องกันตัว เพราะชัยภูมิจะขว้างระเบิดเข้าใส่ หลังถูกขอให้หยุดรถยนต์ Honda Jazz สีดำที่นั่งมากับเพื่อน เพื่อขอตรวจสอบยาเสพติดและพบยาบ้า 2,800 เม็ด ในหม้อกรองน้ำของรถยนต์

2.) ฝ่ายทหารโชว์ภาพศพของชัยภูมินอนเงยหน้า โดยมีระเบิดตกอยู่ข้างๆ ตัว และภาพยาบ้าที่ค้นได้จากรถยนต์ที่ค้นเจอมา – เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง

3.) แต่เรื่องนี้จะไม่กลายเป็นข่าวใหญ่โต เมื่อปรากฎรูปถ่ายหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ในวันดังกล่าวชัยภูมิให้ความร่วมมือกับทหารในการตรวจสอบยาเสพติดในรถยนต์ที่เขานั่งมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญ ในภาพดังกล่าวชัยภูมิใส่เสื้อยืด นุ่งกางเกงขาสั้น และสวมรองเท้าแตะ ไม่น่าจะพกระเบิดไว้ในส่วนไหนของร่างกายได้

4.) ยิ่งภายหลัง มีสื่อมวลชนทั้งจากสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS, PPTV และ NOW26 เข้าไปสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์หลายๆ ปาก (ด้านตรวจบ้านรินหลวงอยู่ในชุมชน มีผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก) ซึ่งต่างยืนยันตรงกันว่า ชัยภูมิไม่ได้ขัดขืนทหาร ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ต่อมาก็ถูกซ้อมและโดนยิงจนเสียชีวิต ก็ยิ่งทำให้สาธารณชนสนใจ ว่าเหตุใดข้อเท็จจริงจากปากทหารและจากปากพยานถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว

5.) เวลาต่อมา จึงเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่ติดไว้บริเวณด้านตรวจบ้านรินหลวงตั้งหลายตัว ให้ภาพเคลื่อนไหวพิสูจน์ความจริงกันไปเลย ว่าใครพูดจริง-ใครโกหก

6.) แต่นอกจากฝ่ายกองทัพจะยื้อไม่ยอมให้เปิดเผยภาพ CCTV ดังกล่าวแล้ว นายทหารระดับสูงผู้ยอมรับว่าเคยดูภาพจาก CCTV ดังกล่าวแล้ว ต่างก็ออกมาให้สัมภาษณ์การกระทำของผู้ลั่นกระสุนสังหาร ทั้ง พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่บอกว่า “ถ้าเป็นผมอาจกดออโต้ไปแล้ว ไม่ยิงแค่ 1 นัดเพื่อป้องกันตัว” หรือ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ขณะนั้น ที่บอกว่า ภาพจาก CCTV ไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด – พูดง่ายๆ ภาพนั้นมีอยู่ แต่กองทัพจะไม่เปิดให้คนนอกได้ดู

7.) เหตุผลที่กองทัพไม่ยอมเปิดเผยภาพจาก CCTV กรณีชัยภูมิให้สาธารณชนได้ดู มีการอ้างว่าเพราะเรื่องนี้ “เป็นคดีความในกระบวนการยุติธรรมแล้ว” แต่ถ้าเทียบเคียงกับกรณี ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ (น้องเมย) นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตปริศนาในโรงเรียนเตรียมทหาร ครั้งนั้นกลับมีการเปิดภาพจาก CCTV ให้ดูบางส่วน ทั้งๆ ที่ก็เป็นคดีความอยู่เช่นกัน

8.) กลับมากรณีของชัยภูมิ หลังกองทัพไม่ยอมเปิดภาพจาก CCTV และตอบคำถามเรื่องข้อเท็จจริงที่ขัดกันไม่ได้ ก็เริ่มมีการปล่อยข่าวจากภาครัฐ ว่าชัยภูมิเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เคยถูกล่อซื้อ หรือมีเงินเข้าบัญชีผิดปกติเป็นหมื่นๆ บาท แต่เมื่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้ามาช่วยตรวจสอบ ก็พบว่า ชัยภูมิมีรายได้เข้าบัญชีจากการขายเมล็ดกาแฟเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดแต่อย่างใด แถมเงินที่เข้ายังแค่หลักพันบาทเท่านั้น

9.) หลังทนายความของชัยภูมิทวงถามภาพจาก CCTV อยู่ปีครึ่ง จนต้องใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารขอจากกองทัพ บทสรุปก็มาถึงเมื่อกองทัพบกตอบว่าไม่มีภาพวันดังกล่าวอยู่แล้ว! โดยอ้างเหตุผลว่า เพราะระบบเป็นการบันทึกภาพซ้ำอัตโนมัติ ทำให้ภาพในวันที่ 17 มี.ค.2560 ถูกบันทึกทับไปแล้ว

แต่คำถามที่สาธารณชนสงสัยก็คือ แล้วภาพที่แม่ทัพภาคที่ 3 รวมถึง ผบ.ทบ.เคยเห็น คือภาพจากอะไร?

10.) แม้ต่อมาจะมีการนำตัวทหารที่ยิงปืน M16 เข้าใส่ชัยภูมิจนเสียชีวิตมา คือ ‘พลทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ’ มอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่คนในสังคมคลางแคลงใจก็คือ ภาพจาก CCTV ที่หายไป รวมถึงท่าทีของผู้ใหญ่ในกองทัพที่ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มที่ในการคลี่คลายข้อสงสัย

11.) ส่วนกรณีอะเบ แซ่หมู่ เสียชีวิตไม่ไกลจากด่านตรวจบ้านรินหลวง ในวันที่ 15 ก.พ.2560 เพียงหนึ่งเดือนก่อนชัยภูมิเสียชีวิต

โดยอะเบถูกทหารยิงวิสามัญฆาตกรรมด้วยปืน M16 เช่นกัน ด้วยคำอ้างว่าเพราะเขาจะขว้างระเบิดเขาใส่ และภายหลังทหารก็ตรวจค้นแล้วพบว่ามียาเสพติดซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย – ผู้ลั่นไกสังหารคือ ‘พลทหารชนวีย์ ขำเอนก’

12.) เช่นเดียวกับกรณีชัยภูมิ การตายของอะเบ ทหารแสดงภาพว่าเจ้าตัวถือระเบิดอยู่ในมือ แต่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ก็บอกว่า อะเบไม่มีอาวุธ และที่อ้างว่าเจ้าตัวเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทางครอบครัวก็ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

13.) การหาคนผิดจากคดีฆาตกรรมทั้งชัยภูมิและอะเบ ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก นอกจากมีผลไต่สวนการตายโดยศาลออกมาเท่านั้น โดยทหารความบอกว่า คดีนี้ต้องขึ้นศาลทหาร ที่ปิดช่องไม่ให้ครอบครัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟ้องคดี จึงต้องหวังว่าจะได้รับ "ความเป็นธรรม"

14.) ความคืบหน้าในการทวงถามความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้งสองจากบรรดาญาติๆ ล่าสุด จึงออกมาในรูปแบบของการฟ้องร้องกองทัพบก ในฐานะต้นสังกัดของทหารที่วิสามัญฆาตกรรมจนทำให้ 2 ชีวิตต้องหลุดลอยไป โดยครอบครัวชัยภูมิเรียกค่าเสียหาย 4 ล้านบาท และครอบครัวอะเบเรียกค่าเสียหาย 7 ล้านบาท

ซึ่งก็ต้องติดตามต่อไปว่า ที่สุดแล้วผู้วายชนม์จะได้รับความยุติธรรมกลับคืนมาหรือไม่ หรือจะต้องเผชิญอุปสรรคใดๆ อีก

.

อ้างอิงจาก

http://naksit.net/2019/05/170520191886/

https://www.facebook.com/thematterco/posts/1882553985293328/

https://www.bbc.com/thai/thailand-39619396

http://news.thaipbs.or.th/content/272638

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_1425635

https://prachatai.com/journal/2018/05/76718

http://news.thaipbs.or.th/content/280248

ที่มาภาพประกอบ

https://voicetv.co.th/read/rJayUAdFf

#Recap #ชัยภูมิป่าแส #อะเบแซ่หมู่ #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ