ภรรยาวิศวกรพาลูก วอนขอความเป็นธรรม แพทย์จบใหม่วินิจฉัยโรคผิด ทำสามีเสียชีวิต

SpringNews เผยแพร่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 10.05 น. • SpringNews
ภรรยาวิศวกรพาลูก วอนขอความเป็นธรรม แพทย์จบใหม่วินิจฉัยโรคผิด ทำสามีเสียชีวิต

เมื่อเวลา14.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านประชาชื่น นางกิ่งกาญจน์ หมื่นหาญ อายุ38 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ นายศุภชัย อธิภาคย์ อายุ45 ปี ผู้จัดการวิศวกรไฟฟ้าบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมบุตรชายและ นายอดิศักดิ์ อธิภาคย์ ทนายความเดินทางติดต่อขอรับผลเวชระเบียนรายชื่อแพทย์ผู้รักษาและภาพจากกล้องวงจรปิดหลังแพทย์ผู้รักษาอาการป่วยของผู้เสียหายได้วินิจฉัยโรคผิดพลาดจากโรคหัวใจตีบเป็นโรคกระเพาะจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ด้าน นางกิ่งกาญจน์ กล่าวว่าคืนวันเกิดเหตุสามีมีอาการเจ็บหน้าอกซ้ายและแขนซ้ายกล้ามเนื้ออ่อนแรงเหนื่อยและหายใจลำบากคล้ายจะเป็นโรคหัวใจจึงรีบไปให้หมอตรวจวินิจฉัยอาการที่รพ.ดังกล่าว

ซึ่งแพทย์ได้ตรวจอาการพร้อมซักประวัติแล้วก็ระบุว่าการที่สามีจุกเสียดแล้วเจ็บหน้าอกนั้นเป็นผลมาจากโรคกระเพาะอาหารมีแก๊สดันทำให้จุกเสียดจึงจ่ายยาบรรเทาอาการและเฝ้าดูผู้ป่วยประมาณ1 ชั่วโมงก่อนแพทย์จะปล่อยให้กลับบ้านไปนอนพักในเวลาประมาณ 23.00 น. แต่ตนได้ยินเสียงสามีสำลักก่อนจะชักเกร็งตาเหลือกและน้ำลายฟูมปากจึงเรียกลูกชายมาช่วยปั๊มหัวใจพร้อมโทรศัพท์ติดต่อสายด่วนกู้ภัยแต่ก็ไม่ทันการณ์สามีจึงเสียชีวิตไปในเวลา 00.00 น. วันที่ 7 ต.ค. 62 ที่ผ่านมาซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติจึงส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิตผลออกมาว่าสามีเสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 2 เส้น

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่าหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ทางครอบครัวได้มาขอคัดลอกเวชระเบียนที่รพ.ตามสิทธิ์แต่ทางโรงพยาบาลกลับอ้างว่าต้องใช้เวลา 7 วันขณะเดียวกันเมื่อขอดูข้อมูลของแพทย์พบว่าเพิ่งเป็นหมอเรียนจบใหม่แต่กลับให้มาวินิจฉัยนอกจากนี้จะขอตรวจดูเวชระเบียนการรักษาหลังทราบข่าวว่าทางโรงพยาบาลได้ยื่นเอกสารให้กับสบส.แล้วระบุว่าแพทย์ได้ตรวจคลื่นหัวใจและเอ็กซ์เรย์พร้อมฉีดสีแต่เนื่องจากขณะที่แพทย์ได้ตรวจรักษาทราบว่าใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้นจึงอยากทราบว่าเป็นเอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่และเหตุใดจึงใช้เวลาขอเวชระเบียนนานโดยในวันนี้ทางโรงพยาบาลได้นัดมาพบในเวลา 16.00 น. ก็จะขอเอกสารต่างๆรวมถึงรายชื่อแพทย์พยาบาลที่รักษาพร้อมกับภาพวงจรปิดเพื่อตรวจสอบต่อไป

 

 

ภาพข่าว : คมชัดลึก

ดูข่าวต้นฉบับ