พ่อเด็ก 12 ท้าพิสูจน์ปมลูกสาวท้อง 8 เดือน มืดแปดด้าน ไม่รู้ชายปริศนาเป็นใคร

Amarin TV เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 08.57 น.
พ่อเด็ก 12 ท้าพิสูจน์ปมลูกสาวท้อง 8 เดือน มืดแปดด้าน ไม่รู้ชายปริศนาเป็นใคร
จากกรณี ด.ญ.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ตั้งท้อง 8 เดือน โดยเจ้าตัวระบุถูกชายแปลกหน้าเข้ามาข่มขืนที่แคร่หน้าบ้านในช่วงกลางคืน เหตุเกิดที่ ต.โพ

จากกรณี ด.ญ.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ตั้งท้อง 8 เดือน โดยเจ้าตัวระบุถูกชายแปลกหน้าเข้ามาข่มขืนที่แคร่หน้าบ้านในช่วงกลางคืน เหตุเกิดที่ ต.โพธิ์ม่วงพันธ์ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่สงสัยว่าผู้ก่อเหตุคือคนใกล้ชิดตามที่นำเสนอข่าวไปนั้น (อ่าน : ส่อพิรุธ! เด็ก 12 ท้องปริศนา แม่ยัวะชาวบ้านจับผิดผัว แต่ยายสงสัยคนใกล้ตัว )

ล่าสุดวันที่ 10 ต.ค. 62 นายน้อย (นามสมมติ) พ่อของ ด.ญ.ฟ้า เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องที่ลูกสาวตั้งท้องเมื่อวันที่ 30 ก.ย. หลังภรรยาพาลูกสาวไปตรวจ โดยภรรยาของตนโทรศัพท์มาแจ้ง เมื่อกลับไปถึงบ้านจึงซักถามลูกสาว ซึ่งลูกก็เอาแต่ร้องไห้ ตนเองก็ร้องไห้ตามเพราะสงสารลูก โดยลูกสาวเล่าว่าถูกข่มขืนตั้งแต่หลังปีใหม่ที่ผ่านมา ขณะที่นั่งเล่นโทรศัพท์ที่แคร่หน้าบ้าน ก็มีชายแปลกหน้าเข้ามาข่มขืน โดยขณะเกิดเหตุทางบ้านไม่ทราบ เพราะไม่มีเสียงโวยวายใด ๆ หลังเกิดเหตุลูกสาวก็ยังทำตัวปกติ

พ่อเด็กที่ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ ตนไม่ได้สงสัยใคร เพราะบ้านที่เกิดเหตุอยู่ติดถนนและคลองน้ำ มีผู้ที่ขับรถผ่านไปมา รวมถึงคนหาปลามาในพื้นที่เป็นประจำ จึงขอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ ส่วนบริเวณแคร่ไม้ ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีไฟส่องสว่าง เพราะเพิ่งมาติดหลังเกิดเหตุ นอกจากนี้ ประตูรั้วหน้าบ้านก็จะปิดช่วงที่คนในบ้านขึ้นบ้านกันหมดแล้วเท่านั้น ซึ่งตัวลูกสาวตนก็ชอบนั่งเล่นที่แคร่ไม้เป็นประจำ ตนจึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุ และลูกสาวก็อยู่ในความดูแลของแม่ตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปนอนค้างบ้านเพื่อนแต่อย่างใด

นายน้อยยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา และยืนยันความบริสุทธิ์ใจโดยได้เข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เก็บดีเอ็นเอแล้ว นอกจากนี้ ยืนยันว่าตนไม่ได้ติดยา โดยตำรวจได้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดซึ่งก็ไม่พบแต่อย่างใด ช่วงที่เกิดเหตุตนและครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านแม่ของภรรยากว่า 10 วันแล้ว ไม่ได้เกิดช่วงที่อยู่บ้านเช่าตามที่หลายคนคิด ตอนนี้รู้สึกเสียใจมากที่ลูกสาวถูกกระทำ ซ้ำตัวเองยังตกเป็นผู้ต้องสงสัย แต่เข้าใจว่าเราไม่สามารถห้ามความคิดคนอื่นได้ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้กระบวนการทางกฎหมายจะทำให้ความจริงปรากฏออกมา

ดูข่าวต้นฉบับ