พ่อพาลูกชายทุบรถการท่าเข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

77kaoded เผยแพร่ 23 ต.ค. 2562 เวลา 15.06 น. • 77 ข่าวเด็ด
พ่อพาลูกชายทุบรถการท่าเข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

https://youtu.be/FukXhyRLVVA

พ่อพาลูกชาย (หนุ่มอ้วนหัวร้อน) ที่ทุบรถของเจ้าหน้าที่การท่า เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 4 ข้อหาในชั้นการสอบสวน นายพศวัต ผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพ

สำหรับเหตุการณ์ตามคลิปที่มีชายรูปร่างอ้วนซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุราได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว แคมรี่ ผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ทางด้านฟรีโซน โดยขับผ่านตู้จ่ายบัตร GH 2 ซึ่งเป็นทางเข้าโดยที่ไม่รับบัตรจอดรถจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างได้มุ่งหน้าเข้าไปจอดที่หน้าอาคาร GE   ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของท่าอากาศยานสุวรรณ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่ ใช้มือทุบทำรถกระบะสายตรวจของการท่าได้รับความเสียหาย ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ 23 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ รปภ. ท่าอากาศสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ กว่า 10 ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเพิ่มเติมพนักงาน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายกิตติพงษ์  กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1 เดินทางมาร่วมรับฟังการให้ปากคำของพนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่มีคนเมาสุราเข้ามาเข้าตั้งแต่คืนวันนี้ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ออกมาในวันนี้ตามข่าวที่เสนอกันอยู่ในขณะนี้ ทางสุวรรณภูมิในส่วยของฝ่ายเอง ตอนนี้เราดูในข้อกฎหมายแล้ว เราจะแจ้งความใน 2 ข้อกฎหมาย ประกอบด้วยในเรื่องบุกลุกในยามวิกาลพื้นที่ของท่าอากาศยาน ส่วนอีกอันเป็นการละเมิดการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นคดีอาญาทั้งสองอัน แต่ในส่วนของบริษัท ASM  ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งรถยนต์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของชายคนดังกล่าว ทางบริษัทก็ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้วอีกกรณีหนึ่ง และตนได้ทราบจากพนักงานสอบสวนว่าในวันนี้ทางผู้กระทำความผิดจะเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหาย อันนี้ตามคำให้การของพยานและพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี ซึ่งตอนนี้พนักงานสอบสาวนทราบหมดแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ตอนนี้ก็รอให้เขามาพบพนักงานสอบสวน คนก่อเหตุเท่าที่ทราบไม่มียศไม่มีตำแหน่งอะไรทั้งนั้นเป็นพลเรือน แต่เป็นนักธุรกิจ ซึ่งจริง ๆ เราก็อยากจะทราบว่าเขามีเหตุอันใดที่ต้องเข้าไปในเขตคลังสินค้าในช่วงกลางดึกของคืนวันที่เกิดเหตุ เพราะว่าเราเห็นจากภาพแล้วว่าคนผู้นี้ขับรถเลยไปแล้วแต่ถอยหลังกลับเข้ามาและก็เข้าพื้นที่ไป เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในตู้ซึ่งมีหน้าที่ ที่จะต้องส่งบัตรให้กับคนที่จะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เพราะทุกที่ต้องมีการรับบัตรก็ยื่นบัตรให้แต่รถคันดังกล่าวก็วิ่งผ่านไป ก็เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ที่จะต้องรีบแจ้งไปที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยว่า มีรถวิ่งผ่าเข้าไปในพื้นที่คลังสินค้าในเวลาตีสอง ซึ่งเป็นยามวิกาลมาก ๆ  ก็เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามา ก็เป็นสาเหตุที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนผู้นี้ ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปห้ามเขา โดยเจ้าหน้าที่คนแรกที่ไปพบกับเขาก็แจ้งว่าให้ย้อนกลับไปรับบัตร แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่พอใจ จนเจ้าหน้าที่เวรของการท่าทราบข่าวจึงได้ลงร่วมเจรจา แต่ก็ได้รับคำตอบแบบท่าทายโดยใช้คำหยาบ ก็เหตูอย่างที่เห็น และเท่าที่สอบถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ที่เข้ามาก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมาสุรามาก และเมื่อช่วงหัวค่ำของวานนี้ทางบิดาของผู้กระทำผิดก็ได้โทรศัพท์เข้ามาขอโทษเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งบอกว่าพร้อมที่จะพาเจ้าตัวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและพร้อมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี นั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเจ้าหน้าที่ต้องปล่อยตัวกลับไป ซึ่งปกติเราจะไม่ปล่อยให้ชายคนนี้ขับรถออกไปแน่นอน แต่บังเอิญชายคนนี้มีพ่อมารับ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่จับกุม ตรงนี้เราถือว่าการกระทำตรงนี้เป็นการละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นอน ก็อยากให้เป็นอุทาหร สำหรับคนที่เมาสุราแล้วไมได้สติและก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

ด้าน พ.ต.อ.พิจิตร  อังศุภานิช ผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  กล่าวว่า เบื้องต้นเท่าที่สอบปากคำทราบว่าเข่าข่ายความผิด บุกรุกในพื้นที่ของท่าอากาศยาน และก็ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นและอาจมีข้อหาเพิ่มอีก เช่นการก่อความเดือดร้อนรำคาญหรือส่งเสียงอื้ออึง ซึ่งก็มีข้อหาหลัก ๆ ประมาณนี้ ซึ่งเราคงต้องตรวจสอบในทุก ๆ อย่าง พฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องเราก็ตรวจสอบ ซึ่งพฤติกรรมก็ปรากฏตามคลิปที่เห็น ซึ่งในเรื่องความมึนเมาเราก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรชัดเจนมากนัก แต่ดูจากพฤติกรรมและลักษณะทั่วไปก็พอที่จะสันนิฐานได้บ้าง ล่าสุดทางบิดาของผู้ก่อเหตุได้ติดต่อเข้ามาว้าจะพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ ส่วนในเรื่องสาเหตุมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาเราไม่อาจที่จะก้าวล่วงได้ ซึ่งรายละเอียดต้องอยู่ในการสอบสวนทั้งหมด

ล่าสุดในเวลา 15.00 น. นายวัฒนา (ขอสงวนนามสกุล) พ่อของ นายพศวัต (ขอสงวนนามสกุล) ได้พาบุตรชายที่ก่อเหตุเข้าพบ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังบุตรชาย ขับรถเก๋ง สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร เข้ามาในพื้นที่ ฟรีโซน ของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ไม่รับบัตร เข้า-ออก เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุด เพื่อให้ไปรับบัตร แต่กลับลงมาต่อว่า ใช้วาจาไม่สุภาพ รวมทั้ง ทุบฝากระโปรงรถ ใช้เท้าถีบกระจกมองข้าง รถสายตรวจของ ท่าอากาศยานฯ ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดช่วงดึกคืนวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

นายวัฒนา ผู้เป็นพ่อเปิดเผยว่า วันนี้ได้พาบุตรชายเข้าพบตำรวจ เพราะเห็นว่าบุตรชายกระทำการผิดจริง เหตุเนื่องมาจากการดื่มสุราจนเมาคุมสติตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเครียดเรื่องงานและมีปัญหาส่วนตัว และมานั่งดื่มสุราที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งปกติลูกชายตนจะมีคนขับรถให้เสมอ แต่ในวันที่เกิดเหตุคนขับรถได้กลับบ้านก่อนปล่อยให้ลูกของตนขับรถเองจนมากก่อเหตุดังกล่าว  แต่การกระทำของลูกชายตน ซึ่งขณะที่ตนมารับตัวกลับไปตนก็ทำโทษบุตรชายตามแบบฉบับของตน ต่อหน้าสาธารณะชน เพื่อชี้ชัดเจตนาว่า ไม่ส่งเสริมให้บุตรชาย มี และ แสดง ประพฤติกรรมในทางที่ผิด ขณะที่ นายพศวัต(อ่านว่า พด สะ วัด)ก็ยอมรับว่า กระทำผิดจริง และ ขณะเกิดเหตุก็อยู่ในอาการเมาสุรา

หลังจากที่นายพศวัต ได้ให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำการพิมพ์รายนิ้วมือบันทึกทำประวัติเพื่อส่งตรวจประวัติอาชญากรที่สำนักงาตำรวจแห่งชาติ  ก่อนที่จะปล่อยตัวชั่วคราว รอเรียกตัวมาส่งฟ้องศาลในข้อหาบุกรุกในยามวิการ  เนื่องจากผู้ก่อเหตุมาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและไม่มีพฤติกรรมที่ไม่หลบหนี โดยที่นาย พศวัต ผู้ก่อเหตุไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ก่อนที่จะไปขึ้นรถขับออกไป

จากการสอบถาม พ.ต.ต.กฤช  คุณเวช พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ทราบว่าเบื้อต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 4 ข้อหา 1.บุกรุกยามวิการ 2.ทำให้เสียทรัพย์ 3.ทำร้ายร่างกาย และ 4.ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ในชั้นการสอบสวน นายพศวัต ผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ