พ่อค้าผลไม้ใช้เตาถ่านรมควันตัวเองตายในห้องน้ำ

สยามรัฐ อัพเดต 09 พ.ย. 2562 เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 14.03 น. • สยามรัฐออนไลน์
พ่อค้าผลไม้ใช้เตาถ่านรมควันตัวเองตายในห้องน้ำ

ชายขายผลไม้ใช้วิธีรมควันฆ่าตัวตายในห้องน้ำ โดยจุดถ่านในกระทะและใช้เทปกาวปิดบริเวณขอบประตูเพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเท เสียชีวิตอย่างอนาถ

เมื่อเวลา 18.00น.วันนี้( 9 พ.ย.62) พ.ต.ท.กลเกียรติ นุ้ยเนียม สารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในห้องเช่าเลขที่ 49 ซอย3 ราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่และแพทย์เวรโรงพยาบาลหาดใหญ่ พบร่าง นายเซี่ยวหยัน แซ่หยาง อายุ 47 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ และพบว่าเป็นการฆ่าตัวตายโดยใช้วิธีรมควัน

โดยภายในห้องน้ำมีเถ้าถ่านที่จุดไว้ในกระทะซึ่งดับหมดแล้วและรองด้วยหัวเตาแก๊ส รวมทั้งยังพบกรรไกรตกอยู่1 อัน และเทปกาวพลาสติกใสวางอยู่ในห้องน้ำ นอกจากนี้ที่บริเวณขอบประตูห้องน้ำมีการใช้เทปกาวพลาสติกใสปิดรูเอาไว้เพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเทได้ และผลการชันสูตรของแพทย์ในเบื้องต้นก็ไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย

จากการตรวจสอบสภาพจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายตั้งใจที่จะฆ่าตัวตายด้วยวิธีรมควันตัวเองในห้องน้ำและมีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ทุกอย่างมาเป็นอย่างดี โดยจุดถ่านในกระทะ ก่อนนำไปวางไว้ในห้องน้ำและปิดขอบประตูด้วยเทปกาวเพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเทได้ และน่าจะเสียชีวิตมาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันนี้

จากการสอบถามหลานเขยซึ่งเป็นผู้มาพบศพเป็นคนแรกบอกว่าผู้ตายมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างขายผลไม้ในเมืองหาดใหญ่ โดยอาศัยอยู่ในห้องเช่าคนเดียวส่วนครอบครัวอยู่ที่จ.เชียงใหม่ และมาทำงานอยู่ที่หาดใหญ่กว่า5 ปี แล้ว ก่อนเกิดเหตุญาติซึ่งอยู่ที่อ.สะเดา ได้โทรศัพท์มาหาแต่ก็ไม่รับสายตลอดทั้งวัน จึงให้ตนมาดูก็

พบว่าประตูล๊อคจากด้านใน จึงพยายามเขย่าจนกลอนหยุด และเข้าไปในห้องเมื่อเปิดประตูห้องน้ำดูก็พบผู้ตายนอนอยู่ในห้องน้ำทีแรกคิดว่าเป็นลมหมดสติเพราะปิดไฟมือแต่พอเปิดไฟดูก็พบว่าเป็นการรวมควันฆ่าตัวตาย ส่วนสาเหตุที่คิดสั้นไม่ทราบเพราะผู้ตายก็ไม่เคยพูดอะไรให้ฟังเพียงแต่มีปัญหาเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับความดัน

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพ นายเชี่ยวหยัน ไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลหาดใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ