พูดแรงไป! 'หมอสุกิจ'โต้เดือด'รสนา' ยันสภาอำนวยความสะดวกทุกอย่าง

แนวหน้า เผยแพร่ 07 ส.ค. 2563 เวลา 13.02 น.

จะรีบเอาตามใจไม่ได้! "หมอสุกิจ"โต้"รสนา"สภาอำนวยความสะดวกทุกอย่าง สวนมีคนยื่นเรื่องเดือดร้อนมากมายไม่ใช่แค่สว. 2 คน แจงประธานสภาทำหนังสือไปขอรายงานประชุมคดีบอสจากฝั่งวุฒิสภาให้แล้วแต่ราชการมีระเบียบขั้นตอน

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล และ น.ส.บุญยืน ศิริธรรม อดีต ส.ว. ที่ได้มายื่นหนังสือติดตามเอกสารรายการบันทึกการประชุมผลการศึกษาและหนังสือนำส่งอัยการ ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อปี 2557 ที่มี พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน กมธ.กรณีการร้องขอความเป็นธรรมของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต พร้อมทั้งได้กล่าวหาว่าทางสภาไม่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนนั้น ว่า ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ไม่เป็นความจริงตามที่ถูกกล่าวหาแม้แต่น้อย ทางสภาได้อำนวยความสะดวกทุกอย่าง

"แม้กระทั่งวันที่มายื่น นายชวน หลีกภัย ก็ได้มอบหมายให้ ตนมารับหนังสือจากท่าน เพื่อให้เกียรติในฐานะที่เคยเป็น ส.ว.และตนได้รีบนำส่งหนังสือเข้าสู่ระบบงานของสภาทันที โดยมิได้ชักช้าแม้แต่น้อย แต่ต้องเรียนว่าราชการมีระเบียบขั้นตอน ซึ่งเชื่อว่าท่านทั้งสองคงจะเข้าใจดี เนื่องจากเคยเป็นอดีต ส.ว.ท่านคงทราบว่าเรื่องเช่นนี้จะรีบเอาตามแต่ใจตนเองไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารนี้เป็นของคณะ กมธ.ในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งผ่านมาแล้วถึง 6 ปี และปัจจุบันเก็บไว้ในฝั่งของวุฒิสภา แต่ท่านได้ทำหนังสือมายื่นกับทางสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่ว่ากัน ท่านอาจไม่ทราบข้อมูล"นพ.สุกิจ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประธานสภาก็ยินดีที่จะทำหนังสือส่งไปขอจากทางวุฒิสภาและได้ส่งหนังสือไปแล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เดินไปหยิบมาเองได้ และการขอหนังสือต่างๆ หรือการยื่นหนังสือเรื่องความเดือดร้อนต่างๆ ต่อสภา ผู้สื่อข่าวที่อยู่ ณ จุดแถลงข่าวของสภาก็ทราบดีว่าแต่ละสัปดาห์จะมีมากมาย หาใช่มีเฉพาะของท่าน ส.ว.ทั้งสองไม่ ซึ่งทางสภาก็ต้องปฏิบัติให้กับทุกท่านเสมอเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าใครโวยวายมากแล้วจะให้ก่อน และที่ผ่านมายังไม่มีใครแสดงความไม่พอใจเลย ส่วนที่ท่านหนึ่งได้ทิ้งท้ายว่า เข้าใจว่าประชาชนน่าขยะแขยงหรืออย่างไร เป็นคำพูดที่แรงจึงน่าจะคิดให้ดีกว่านี้ก่อนพูด

ดูข่าวต้นฉบับ