พายุกำลังจะมา

ไทยโพสต์ อัพเดต 07 ธ.ค. 2562 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 17.01 น. • ไทยโพสต์

มีคนบอกว่า “พายุกำลังจะมา” ถ้าหากคนที่บอกว่ากำลังจะมีพายุ แล้วเขาเกิดทายได้แม่นยำยิ่งกว่าการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นไปได้ไหมว่าคนที่ทายว่าพายุกำลังจะมานั้นเป็นคนก่อพายุขึ้นเอง จึงสามารถทายได้แม่นยำขนาดนั้น ในความหมายทางการเมืองของเขานั้น หากนำเอาพฤติกรรมและข้อความต่างๆ ที่เขาเคยพูดไว้ในหลายที่และหลายๆ ครั้ง เราก็อาจจะตีความได้ว่า เขาหมายถึงการรวมตัวลงถนนเพื่อต่อต้านรัฐบาล ที่เขาบอกว่าคนเหล่านั้นไม่อาจจะทนกับพฤติกรรมเผด็จการของรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจของประชาชนอีกต่อไป เขาบอกว่า ถ้าหากจะมีพายุตามความหมายของเขาเกิดขึ้นจะมาโทษพวกเขาไม่ได้ เพราะสาเหตุของการเกิดพายุนั้นไม่ได้เกิดจากการกระทำของพวกเขา แต่เกิดจากการที่ประชาชนทนรัฐบาลที่ใช้อำนาจเผด็จการไม่ได้ และการใช้อำนาจเผด็จการของเขานั้นคงหมายถึงการที่เขาโดนคดีต่างๆ มากมายเกินกว่า 10 คดี และมีหลายคดีที่อาจจะมีโทษถึงขนาดที่จะต้องยุบพรรค

การที่เขากล่าวเช่นนี้คงต้องวิเคราะห์แต่ละประเด็นไปว่า ถ้าหากเขาโดนลงโทษจากคดียุบพรรคจนเป็นเหตุทำให้ผู้ที่นิยมพรรคของเขาออกมาเดินถนนประท้วงการตัดสินนั้น เป็นเพราะรัฐบาลนี้สืบทอดอำนาจเผด็จการ หรือแท้ที่จริงแล้วเกิดจากการกระทำของพวกเขาเองทั้งนั้น หากจะตั้งคำถามว่าคดีต่างๆ ที่เขากำลังโดนอยู่ในขณะนี้เป็นการใช้อำนาจเผด็จการของรัฐสภากลั่นแกล้งเขาใช่หรือไม่ คำตอบก็คงจะเป็น “ไม่ใช่” แน่นอน เพราะไม่มีคดีใดเลยที่รัฐบาลเป็นผู้ร้องหรือเป็นผู้ฟ้องเขา คดีต่างๆ นั้น บางคดีก็มีประชาชนที่รักบ้านเมือง รักความยุติธรรม รักความถูกต้องเป็นผู้ร้อง บางคดีก็มี กกต.เป็นผู้ร้อง ไม่ใช่รัฐบาลเป็นผู้ร้องแต่อย่างใด

คดีต่างๆ ที่เขาถูกร้องนั้น ไม่ได้มาจากการร้องของรัฐบาล จะกล่าวหาว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งเขาได้อย่างไร และถ้าหากเขาถูกตัดสินที่ไม่เป็นคุณต่อตัวเขา หรือต่อพรรคของเขา คนที่พิพากษาเขาก็ไม่ใช่คนของรัฐบาล แต่ก็เป็นศาลอาญาบ้าง ศาลรัฐธรรมนูญบ้าง ซึ่งผู้พิพากษาท่านก็ทำงานด้วยความยุติธรรมและเป็นอิสระ หรือจะกล่าวหาว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่มีความยุติธรรม และไม่เป็นอิสระ ถ้าหากพูดอย่างนั้นก็เป็นการหมิ่นศาลนะ ศาลเป็นฝ่ายตุลาการ เป็น 1 ใน 3 อำนาจของประชาธิปไตย ศาลไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของฝ่ายบริหาร แล้วจะกล่าวหาว่าศาลทำงานไม่เป็นอิสระได้อย่างไร

วาทกรรมที่กล่าว่า “รัฐบาลนี้สืบทอดอำนาจเผด็จการ” ก็ต้องถามกลับไปว่าเผด็จการตรงไหน ส.ส.ทุกคนก็ผ่านการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ลงคะแนนในวันเดียวกัน ภายใต้กติกาเดียวกัน และ ส.ส.ที่มีอยู่ก็รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ และมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ที่พรรคพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนำเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการลงคะแนนเสียงกันในรัฐสภา และพลเอกประยุทธ์ก็ได้คะแนนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าตามกติกา ส.ว.สามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีได้ แต่พลเอกประยุทธ์ก็ได้คะแนนเสียงชนะคู่ต่อสู้โดยไม่ต้องอาศัยคะแนนเสียงจาก ส.ว.ก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การเป็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีความเป็นเผด็จการตรงไหน จะบอกว่าเป็นการสืบทอดอำนาจเพราะเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วกลับมาเป็นอีก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะในหลายๆ ประเทศก็มีผู้นำประเทศที่อยู่ในตำแหน่งมากกว่าหนึ่งสมัย รวมทั้งผู้นำในประเทศเราก็มีผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากกว่าหนึ่งสมัยมาแล้ว

ส่วนคดีต่างๆ ที่เขาถูกร้องอยู่นั้น ไม่ได้มีใครกลั่นแกล้งยัดเยียดข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือผู้ร้องคนอื่นๆ ดังนั้นหากจะมากล่าวหาว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งพวกเขาก็คงไม่ได้ หากมีพายุตามความหมายของเขาเกิดขึ้น เขาจะโทษว่าเป็นเพราะคนอื่น หากพิจารณาดีๆ เขาก็จะเห็นว่าคดีต่างๆ ที่เขาต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ ล้วนแล้วมาจากการกระทำของพวกเขาเอง ที่ไม่มีใครบังคับทั้งนั้น

เขาไม่โอนหุ้นก่อนสมัครลงรับเลือกตั้งเอง ไม่มีใครไปห้ามไม่ให้เขาโอน

เขาเป็นผู้สนับสนุนนิตยสารฟ้าเดียวกันเอง ไม่มีใครไปบังคับให้เขาทำ

เขาพูดจาที่หมิ่นเหม่กับการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเอง ไม่มีใครไปบอกให้เขาทำ

เขาละเมิดศาลเอง ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินของศาลจากความคิดส่วนตัวของเขา

เขาให้พรรคกู้ยืมเงินเอง และเขาก็เป็นคนพูดออกมาเอง ไม่มีใครไปขุดคุ้ย

เขาและคู่สมรสบริจาคเกิน 10 ล้านต่อปีเอง ไม่มีใครไปบังคับให้เขาบริจาค

เขาโกหกเองแล้วก็จำไม่ได้เอง จึงมีการพูดจาย้อนแย้งกันเองให้เป็นพิรุธในการสืบพยาน

 เขามีพฤติการณ์ที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเอง

เขาทำอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้คนที่รักความถูกต้อง รักความยุติธรรมไปร้องเรื่องราวของเขาต่อศาล

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะโทษว่าหากมีพายุเกิดขึ้นจริงก็เพราะประชาชนเบื่อหน่ายรัฐบาลที่มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ก็คงต้องตั้งคำถามว่า ประชาชนที่เขาว่านี้คือประชาชนกลุ่มไหน เขาไปถามประชาชนที่ไหนมา

เขากล่าวหารัฐบาลนี้ว่าเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการ มีประชาชนจำนวนเท่าใดเห็นด้วยกับความคิดนี้

                เขาพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะพวกเขาบอกว่าเฮงซวยทุกมาตรา มีคนเห็นด้วยแค่ไหน เขาทำตัวเป็นศัตรูกับกองทัพ แล้วคนในกองทัพใครทำตัวเป็นศัตรูกับเขา นอกจากเขาแล้ว ตอนนี้มีคนกลุ่มไหนพูดถึงเรื่องที่ “อาจจะมี” การออกมาต่อสู้บนท้องถนน การที่จะมีการ “วิ่ง-ไล่-ลุง” ในวันที่ 12 ธันวา.นี้ เขาจะบอกว่าเขาไม่เกี่ยว แต่คนที่จัดการวิ่งในจังหวัดหนึ่งบอกว่าจัดร่วมกับพรรคเขา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็อยากจะถามว่า หากมีพายุตามความหมายของเขาเกิดขึ้นจริง จะเป็นเพราะใคร หากการทายว่ากำลังจะมีพายุเกิดขึ้นมีความแม่นยำ เราก็อดคิดไม่ได้ว่า เพราะคนที่ทำนายนั้นเป็นคนก่อพายุเองหรือเปล่า เป็น “คำถาม” นะ ไม่ใช่ “ข้อกล่าวหา” ค่ะ. 

ดูข่าวต้นฉบับ