พักผ่อนบ้าง! รู้มั้ยว่าอดนอนบ่อยๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นอัลไซเมอร์ได้!

Health Addict อัพเดต 08 เม.ย. 2563 เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2563 เวลา 02.57 น. • Health Addict
สายโต้รุ่งที่ชอบอดหลับอดนอนทั้งหลายต้องระวังกันให้ดี เพราะงานวิจัยจาก National Institute of Health เค้าบอกไว้ว่า การอดนอนแม้แค่คืนเดียว ก็เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตได้!

สายโต้รุ่งที่ชอบอดหลับอดนอนทั้งหลายต้องระวังกันให้ดี เพราะงานวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Institute of Health) เค้าบอกไว้ว่า การอดนอนแม้แค่คืนเดียว จะทำให้โปรตีนเบต้า อะไมลอยด์ (Beta-amyloid) ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ในสมอง มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโปรตีนตัวนี้แหละ ที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตได้!

ศาสตราจารย์ George F. Koob ผู้อำนวยการสถาบัน ได้ให้ข้อมูลว่า เบต้า อะไมลอยด์เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญภายในเซลล์สมอง ซึ่งสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์คือการที่เบต้า อะไมลอยด์นี้ มีจำนวนมากจนจับตัวกันเป็นก้อน และสร้างความเสียหายต่อระบบสื่อสารของเซลล์ประสาท ซึ่งสิ่งที่ต้องไขข้อสงสัยคือ เบต้า อะไมลอยด์มีความเชื่อมโยงกับการนอนหลับยังไง
นักวิจัยได้ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพดีจำนวน 20 คน อายุระหว่าง 20-72 ปี โดยจะทำการสแกนสมองทั้งหมดสองครั้ง ครั้งแรกสแกนหลังการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ส่วนครั้งที่สองจะสแกนหลังจากให้ทุกคนอดนอนเป็นเวลา 31 ชั่วโมง ซึ่งผลก็ออกมาว่าเบต้า อะไมลอยด์ของทุกคน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ในการสแกนครั้งที่สอง หลังจากอดนอนแค่คืนเดียวเท่านั้น
คำถามคือ แล้วปริมาณเบต้า อะไมลอยด์สูงแค่ไหนถึงจะเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์? โดยเฉลี่ย ผู้สูงอายุ (ที่มีสุขภาพดี) ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ จะมีปริมาณโปรตีนตัวนี้สูงมากกว่าปกติ 43% จึงสรุปได้ว่า ยิ่งเราอดนอนมากๆ จะทำให้ปริมาณเบต้า อะไมลอยด์ที่สะสมในสมองมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้ามากจนร่างกายขับโปรตีนตัวนี้ออกไม่ทัน ก็อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้สูงกว่าคนปกติทั่วไป
นอกจากเบต้า อะไมลอยด์จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นอัลไซเมอร์แล้ว ยังมีรายงานว่าโปรตีนชนิดนี้ทำให้อารมณ์ดาวน์ลงอีกด้วย ยังไงก็พยายามนอนหลับพักผ่อนกันให้ครบวันละ 6-8 ชั่วโมงไว้จะดีที่สุด โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มี COVID-19 ระบาดอยู่ ยิ่งต้องทำร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอด!
 

ดูข่าวต้นฉบับ