พอร์ต‘พิชญ์’ 3.3 หมื่นล้าน ‘ชาญ’ ยันไร้กระทบ

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 18 ก.ย 2562 เวลา 23.34 น.

เปิดพอร์ต“พิชญ์ โพธารามิก” มูลค่ากว่า 3.32 หมื่นล้านบาทถือใน JAS-MONO กุนซือ“ชาญ บูลกุล” ชี้ก.ล.ต.ลงโทษแพ่ง พิชญ์ กรณีอินไซด์ข้อมูล JTS เป็นเรื่องบุคคล คาดไม่เกินสัปดาห์ บอร์ดแต่งตั้งได้คนมาแทน

จากการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ได้ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่ง นายพิชญ์ โพธารามิก และนายเกริกไกร ไตรบัญญัติกุล กรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด(มหาชน) (บมจ.) (JTS) ซึ่งเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งและส่งคืนผลประโยชน์รวม 59.10 ล้านบาท โดยนายพิชญ์ เป็นค่าปรับทางแพ่งเป็นเงิน 32,650,173.75 บาท และชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่พึงได้รับเป็นเงินจำนวน 26,120,139 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 58,770,312.75 บาท ส่วนนายเกริกไกร ชำระค่าปรับทางแพ่งเป็นเงินจำนวน 333,333.33 บาท

 

พิชญ์ โพธารามิก

ทั้งนี้ก.ล.ต.ได้ข้อมูลจากตลท. และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในระหว่างวันที่ 29 กันยายน-12 ตุลาคม 2559 นายพิชญ์ได้ร่วมกับนายเกริกไกรซื้อหุ้น JTS โดยใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายเกริกไกร ก่อนที่จะมีการเปิดเผยงบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2559 ที่มีผลกำไร 21.39 ล้านบาท พลิกกลับจากที่มีผลขาดทุนมาตลอดตั้งแต่ปี 2557 และเป็นข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อราคาหลักทรัพย์ ซึ่งผลกำไรของ JTS ดังกล่าว เกิดจากการที่ JTS ได้รับการว่าจ้างงานจากบมจ.ทริปเปิล ที บรอดแบนด์(TTTBB) ซึ่งนายพิชญ์ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ และยังเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ให้นโยบายในการว่าจ้างงานภายในกลุ่มด้วย จึงอยู่ในฐานะที่ล่วงรู้ข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อราคาหลักทรัพย์ของ JTS

 

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 17 กันยายน บมจ.โมโน เทคโนโลยี(MONO) และบมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล(JAS) ได้แจ้งต่อตลท. ว่า ได้รับหนังสือแจ้งการลาออกของนายพิชญ์ โพธารามิก ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ JAS และตำแหน่งประธานกรรมการ และกรรมการ MONO โดยนายพิชญ์แจ้งว่ายังไม่ได้รับทราบในรายละเอียดจากก.ล.ต. แต่เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี จึงขอลาออกจากตำแหน่งมีผลตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

 

 

อย่างไรก็ดีการที่“พิชญ์” ต้องพ้นจากกรรมการและผู้บริหารของ JAS และ MONO นั้น นายชาญ บูลกุล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป(BROOK) ที่ปรึกษาทางการเงินให้กับครอบครัว“โพธารามิก” กล่าวกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ JAS และ MONO เนื่องจากเป็นเรื่องตัวบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท ขณะที่พิชญ์เองก็เป็น“เจ้าของ” อยู่แล้ว คาดคณะกรรมการทั้ง 2 บริษัทใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์น่าจะแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาแทนได้

“หลังดำเนินตามโทษปรับทางแพ่งของก.ล.ต. เมื่อพ้นระยะ 3 ปีตามกฎหมาย พิชญ์ก็กลับมาบริหาร ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นที่เจ้าของบริษัทจดทะเบียนถูกก.ล.ต. ดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งในลักษณะเดียวกันก็ไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจ จะมีผลบ้างก็ในแง่ชื่อเสียง ”

ด้านนายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายพิชญ์และนายเกริกไกร โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งและส่งคืนผลประโยชน์รวม 59.10 ล้านบาทนั้น หลังจากนี้ ก.ล.ต.ต้องรอให้ผู้กระทำความผิดบันทึกยินยอมการกล่าวโทษและยินยอมชำระค่าปรับทางแพ่งและส่งคืนผลประโยชน์ภายใน 10 วัน นับจากวันที่ 16 กันยายน 2562 หากไม่ยินยอมก.ล.ต.จะนำเรื่องดำเนินการฟ้องศาลเเพ่งต่อไป โดยค่าปรับอาจเพิ่มขึ้นที่อัตราค่าปรับสูงสุด 2 เท่าของค่าปรับในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเตรียมออกประกาศการขาดลักษณะของผู้ที่ขาดความน่าไว้วางใจของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน และต้องพ้นจากตำแหน่งในเร็วๆนี้ โดยมีกรอบระยะเวลาของบทลงโทษดังกล่าวสูงสุดไม่เกิน 3 ปีนี้

พิชญ์ ถือหุ้นใหญ่ JAS สัดส่วน 56.18% และ MONO สัดส่วน 64.85%  มูลค่าหุ้นรวม ณ วันที่ 16 กันยายน 2562 ประมาณ 33,230 ล้านบาท

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,506 วันที่ 19-21 กันยายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ