พลังประชารัฐเกมเขี่ยประชาธิปัตย์ รัฐบาลชิง "งูเห่า" ตีฝ่ายค้านแตก

ประชาชาติธุรกิจ อัพเดต 13 ธ.ค. 2562 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 04.51 น.
พปชร เกมเขี่ยปชป.

แผนเทกโอเวอร์พรรคเพื่อไทย ควบคู่กับแผนตี 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านให้แตก ตามยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เริ่มเห็นเป็นรูปร่าง

ชัดยิ่งกว่าชัด จากการโหวตคว่ำญัตติที่สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44

ผลที่ตามมารุนแรงเหมือนแผ่นดินไหว !

เพราะหลังเสร็จสิ้นการโหวต กลับพบ “งูเห่า” ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านโผล่ในสภา ต้องไล่จับกันวุ่นวาย

“งูเห่า” ซีกฝ่ายค้านแหกมติพรรค และวิปฝ่ายค้าน เข้าไปลงชื่อแสดงตนให้ครบองค์ประชุมเพื่อเดินหน้าญัตติคว่ำ กมธ. 10 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคอนาคตใหม่ 2 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ประชาชาติ 1 คน

ทว่าในจำนวน “งูเห่า” พบ ส.ส.ข้างรัฐบาลในพรรคประชาธิปัตย์ เปิดปฏิบัติการ “แหกมติพรรคร่วมรัฐบาล” ที่ลงมติ “เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.” ให้กับฝ่ายค้าน 4 คน คือ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สา และ ส.ส.ปัตตานี และอีก 2 คน นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุม

ไขข่าวลือเขี่ย ปชป.

จากนั้นไม่ถึง 48 ชั่วโมง ข่าวลือ ข่าวปล่อย เรื่องพรรคพลังประชารัฐ “เปิดเกม” เขี่ยพรรคประชาธิปัตย์พ้นพรรคร่วมรัฐบาลก็ดังหนาหู

ต้นเหตุมาจาก 6 ส.ส.พรรค ที่แหกมติพรรคร่วมรัฐบาล สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำระดับสูงของรัฐบาล

เพราะ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน”
รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขานุการพรรค ไม่สามารถคุมพรรคให้อยู่หมัด จึงต้องแก้เผ็ดด้วยการยึดเก้าอี้รัฐมนตรีคืน คงไว้เฉพาะรัฐมนตรีในประชาธิปัตย์ สาย กปปส. ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีบารมีในพลังประชารัฐ

แม้ข่าวลือดังกล่าวมีความเป็นไปได้ต่ำในชีวิตจริง เพราะ 53 เสียงของประชาธิปัตย์ ยังมีความหมายเชิงนัยสำคัญของฝ่ายรัฐบาลในเวลานี้

แม้ข่าวลือเรื่องเขี่ยพรรคประชาธิปัตย์พ้นรัฐบาล จะเขี่ยเฉพาะรัฐมนตรีจากประชาธิปัตย์ในซีก “นายหัวชวน” ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เก็บไว้เฉพาะรัฐมนตรีประชาธิปัตย์สาย กปปส. ของลุงกำนัน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ไว้ก็ตาม

แผนโค่นจึงเป็นเพียงแค่เกม “ขู่” ให้พรรคประชาธิปัตย์สำนึกผิด กระทบชิ่งไปถึงกล่องดวงใจ “ชวน หลีกภัย” แต่ก็ไม่อาจประมาทไม่ได้

แหล่งข่าววงในทำเนียบรัฐบาลชี้เป้าว่าเกมโหวตชอตต่อไปที่รัฐบาลจะต้องใช้เสียงในสภา คือ การโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดังนั้น การปรับคณะรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นหลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะฉวยจังหวะที่ฝ่ายค้านซักฟอกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล แล้วปรับ ครม.ในคราวเดียว ซึ่งสามารถวัดพลังจำนวนมือในสภาได้อีกว่า พรรคไหนแตกแถว ไม่โหวตตามมติวิปรัฐบาล

ดังนั้นเวลานี้ยังไม่ใช่เวลาปรับ ครม. !

เทกโอเวอร์ พท.บรรลุเป้า

ขณะเดียวกัน แผนเทกโอเวอร์เพื่อไทยของ “พลังประชารัฐ” ที่เดินเกม“ใต้ดิน” เพื่อรวบมือ-เสียงจากพรรคฝ่ายค้านไว้ใช้งานโหวต 2 ศึกสำคัญ ได้สำแดงให้เห็นแล้วจากจำนวน “งูเห่า” มี ส.ส.เพื่อไทยตีมึนแหกมติ ยกมือให้ฝ่ายรัฐบาล 2 ราย อีก 1 ราย ต้องชดใช้บุญคุณ จากคดีแจงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินอันเป็นเท็จ แต่รอดกับดักศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะ“เทคนิคกฎหมาย” ซึ่ง ป.ป.ช.ส่งเรื่องไปยังศาลช้ากว่าที่กฎหมายกำหนด

ขณะที่ความแน่นอนภายในพรรคเพื่อไทย ก็ปั่นป่วนจวนอลหม่าน จากรอยร้าวภายใน ท่อน้ำเลี้ยงไม่ลงสู่พื้นที่ แกนนำเน้นภาพลักษณ์มากกว่าเห็นใจ ส.ส.

ดังนั้น ส.ส.ที่สายป่านไม่ยาว ไม่มีก๊ก ไม่มีเครือข่าย จึงเป็นบริการเสริมเสียงโหวตให้รัฐบาลในบางครั้ง-คราว ในญัตติสำคัญ สมประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

แม้ว่าเพื่อไทยสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน “งูเห่า” ภายในพรรค โดยในแถลงการณ์ของพรรคระบุว่า “หากพบว่ามีการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคในสถานหนัก”

แต่ก็ยัง “คิดไม่ออก” ว่าจะจัดการอย่างไรกับ “งูเห่า” เพียงแค่สั่งห้ามเข้าร่วมประชุมพรรค เพราะยังต้องสอบสวนก่อน แม้แต่ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ก็ยังตีกรรเชียงหนี เมื่อถูกถามถึงการจัดการ “งูเห่า”

เศรษฐกิจใหม่ไปยกก๊ก

เศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ยกมือโหวตให้ฝ่ายรัฐบาลทั้งก๊ก ยกเว้น“มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” อดีตหัวหน้าพรรค แม้ 5 วันต่อมาจะส่งลูกหาบมาเคลียร์ใจฝ่ายค้าน “เพื่อไทย”

คือ นายบุญเลิศ เหลียงกอบกิจ อดีตกรรมการบริหารพรรค และนายประพันธ์ เอี่ยมศิริ อดีตโฆษกพรรค แต่ก็เป็นแค่ปลายแถว ไม่ได้มีตำแหน่งเป็น“ผู้แทนราษฎร” ในสภา มาเคลียร์ปมร้าว

แม้จะระบุว่า “พรรคเศรษฐกิจใหม่ยังมีจุดยืนเดียวกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน และในช่วงเวลานี้พรรคเศรษฐกิจใหม่จะดำเนินงานไม่หนีไปไหน ยืนยันยังเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านเหมือนเดิม”

แต่ชีวิตจริงมีแค่ “มิ่งขวัญ” อยู่ 1 เสียง ที่ปักหลักกับฝ่ายค้าน

สะท้อนจากวาทะของ“หัวหน้าพรรค” คนปัจจุบัน “มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์” กล่าวถึงการถูกทาบเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

“ผมก็รออยู่ครับ ยังไม่มีใครโทร.มา เราเป็นผู้น้อย ถ้าผู้ใหญ่จะชวนก็ต้องปรึกษาหารือกันในพรรคว่าจะอย่างไร ตอนนี้จุดยืนของเราอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน ถ้าเราไปร่วมรัฐบาล เราจะประกาศให้ชัดเจน ถ้าไม่มีการเสนอเก้าอี้รัฐมนตรี แต่พรรคสามารถผลักดันนโยบายการทำงานได้ก็ยินดี ซึ่งพรรคไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปต่อได้”

อาจเรียกได้ว่า“รอรัฐบาลกวักมือต้อนรับ” ไม่เกินความเป็นจริง

ในส่วน“อนาคตใหม่” คนโหวตสวนมติพรรค-วิปพรรคร่วม ยังคงเป็นหน้าตาเดิม “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค กล่าวว่า “หากยังโหวตไม่ตรงตามมติพรรค ซึ่งสอด=คล้องกับนโยบายหาเสียง ที่เป็นพันธสัญญาให้กับประชาชน ครั้งต่อไปคงส่งเลือกตั้งกันไม่ได้”

ตราบใดที่ ส.ส.งูเห่าสีส้มหน้าเดิมยังไม่พ้นพรรค ก็มีสิทธิที่จะยกมือโหวตให้ซีกรัฐบาลอีกหลายยก

ฉาก “งูเห่า” 10 เสียงฝ่ายค้าน ที่เห็นตอนโหวตญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบคำสั่ง คสช.และ ม.44 เป็นเพียงแค่ episode แรก

เพราะใน episode ต่อไป ทั้งศึกพิจารณางบประมาณ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะคึกคักยิ่งกว่านี้

เพราะพลังประชารัฐเริ่มปฏิบัติการเทกโอเวอร์เพื่อไทย กร่อนฝ่ายค้าน เปิดตลาดซื้อ-ขาย ล่วงหน้าไว้แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ