พรบ.ล้างมลทินฟอกดร.นัส ธีทัชฐ์ยื่นปปช.ฟันเสรีพิศุทธ์

ไทยโพสต์ อัพเดต 16 ก.ย 2562 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 17.01 น. • ไทยโพสต์

 ทีมกฎหมาย "ธรรมนัส" เก็บข้อมูลจ่อฟ้องหมิ่นคนวิจารณ์ พร้อมร่อนเอกสารยก พ.ร.บ.ล้างมลทิน 2 ฉบับการันตีคุณสมบัติ รมต. "วิษณุ" ยอมรับไม่ได้ตรวจวุฒิการศึกษาก่อนตั้งเป็นรัฐมนตรี  ชี้หากผิดจริยธรรมต้องพ้นตำแหน่ง โบ้ยสภาสอบ เด็ก พปชร.เอาคืนร้อง ป.ป.ช.ฟัน "เสรีพิศุทธ์"

    เมื่อวันที่ 16 กันยายน พล.ต.ต.วรยุทธ อินทรสุวรรณ หนึ่งในทีมกฎหมายที่ได้รับมอบอำนาจจาก  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินคดีกับนิติบุคคลและบุคคล ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่นำเสนอข้อมูลและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ ของ ร.อ.ธรรมนัส  เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่นำเสนอข้อมูลไม่ถูกต้อง โดยจะประชุมกันในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เพื่อหารือร่วมกันก่อนว่าจะฟ้องใครบ้างและจะฟ้องใครเป็นรายแรก ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสระบุว่าทุกอย่างว่ากันไปตามกฎหมาย เพราะการวิจารณ์ต่างๆ โดยไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงนั้นสร้างความเสียหายให้แก่ ร.อ.ธรรมนัส     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 15 ก.ย. ทีมงานของ ร.อ.ธรรมนัสแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ร.อ.ธรรมนัสมอบหมายให้ทีมกฎหมายแถลงข่าวในเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นประมาทในวันที่ 16 ก.ย. แต่ในช่วงค่ำกลับสั่งยกเลิกกะทันหัน พร้อมกับส่งเอกสารจำนวน 4 หน้าชี้แจงแทน ซึ่งยืนยันว่า ร.อ.ธรรมนัสมีคุณสมบัติถูกต้องในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยลำดับความเป็นมาก่อนมาเป็นรัฐมนตรี ในกรณีที่เกี่ยวพันกับคดีที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2536 และเคยถูกให้ออกจากราชการและถอดยศทหาร ได้อานิสงส์จากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้างมลทิน 2 ครั้ง คือ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ.2539 และ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550      "ด้วยผลของกฎหมายของ พ.ร.บ.ล้างมลทินทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว มีผลให้ 1.ร.ท.พชร พรหมเผ่า ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย และไม่เคยถูกลงทัณฑ์ทางวินัยคดีขาดราชการ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 9 มิถุนายน 2539 2.ร.อ.ธรรมนัสไม่คยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยในกรณีนั้น ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 3.ร.อ.ธรรมนัสเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย และไม่เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดตามคำพิพากษาศาล และไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย ทำให้มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.และการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 4.เมื่อปี  2557 พรรคเพื่อไทยได้พิจารณาส่ง ร.อ.ธรรมนัสลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. 5.ในปี 2562 ร.อ.ธรรมนัสได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเลือกเป็นผู้แทนราษฎร ในเขต 1 จังหวัดพะเยา ด้วยคะแนนเสียงจำนวน 52,417 คะแนน ร.อ.ธรรมนัสจึงเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในปัจจุบันด้วย" เนื้อหาที่สรุปไว้ในตอนท้ายของเอกสารดังกล่าว     ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสถูกโจมตีหลายประเด็นในตอนนี้ว่า ยังไม่ได้คุยและยังไม่ได้เจอกัน ซึ่งเป็นเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัสที่เขาต้องแก้ไขด้วยตนเอง ทั้งนี้เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล หลังจากที่มีสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล นอกจากนี้ไม่ได้ไปเบรกการแถลงข่าวของ ร.อ.ธรรมนัสด้วย     นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัสในการสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ว่า กรณีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยบอกแล้วว่าผู้สมัคร ส.ส.จะมีวุฒิการศึกษาอย่างไร อย่างไรก็ตามยอมรับว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีจะโยงกับคุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เช่น อายุของรัฐมนตรีต้องอายุ 35 ปีขึ้นไป มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ส่วนผู้สมัคร ส.ส.กำหนดอายุ 25 ปี และไม่กำหนดวุฒิการศึกษา  เป็นต้น      "การเป็นรัฐมนตรีจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ถ้าจบปริญญาตรีก็ถือว่าโอเค จะจบโทจบเอกก็ช่าง แต่หากว่าไม่จบแล้วไปบอกว่าจบ ด้วยหลักฐานที่เป็นเท็จก็จะเป็นเรื่องทางจริยธรรม ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป แต่ยอมรับว่าในการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้มีการตรวจสอบวุฒิการศึกษาที่ยื่นมาว่าจริงหรือปลอม เพราะหากตรวจสอบคงต้องใช้เวลาในการตั้งคณะรัฐมนตรี  ถ้ามีปัญหาเรื่องจริยธรรมจริงก็สามารถปรับออกจากคณะรัฐมนตรีในภายหลังได้" นายวิษณุระบุ         ส่วนประเด็นที่มีการตรวจสอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์เรื่องวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัสนั้น อาจเป็นประเด็นเรื่องจริยธรรมที่ต้องตรวจสอบ แต่ไม่ทราบว่าสภาผู้แทนราษฎรจะสามารถมีอำนาจตรวจสอบจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมของ ส.ส.ได้หรือไม่     เมื่อถามถึงกรณีที่ทีมกฎหมายของ ร.อ.ธรรมนัสออกมาอ้างถึงการใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทิน หลังถูกสั่งให้พ้นจากราชการนั้น นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้ กกต.ต้องเป็นผู้วินิจฉัยเพราะเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติ ส.ส.โดยตรงตามมาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญ ช่วยไปถาม กกต.ให้หน่อย ในชั้นของรัฐมนตรีไม่ได้ตรวจสอบเช่นกัน     นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "แก้ทางให้ รมช.ธรรมนัส" ว่า "1.อย่าพูดเด็ดขาดว่าจบจากมหาวิทยาลัย California University เพราะทุกคนรู้แล้วว่าไม่ใช่มหาวิทยาลัย เป็นเพียงหน่วยงานเอกชนที่รับงานเทียบวิทยฐานะให้แก่คนชาติอื่นที่ไม่ใช่อเมริกาเท่านั้น  (เขาเขียนไว้ในวัตถุประสงค์ของเขาชัดเจน) 2.สำหรับการจบมหาวิทยาลัยคาลามัส แห่งวานูอาตู แล้วมาพบภายหลังว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคุณภาพ ต้องแจ้งความเอาผิดกับผู้ชักชวนให้เรียน รวมถึงสำนักงานตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยด้วยว่าเข้าข่ายหลอกลวง โดยท่านมิได้มีส่วนรู้เห็น      3.ควรให้สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา เปลี่ยนประวัติการศึกษาปริญญาเอกของท่านกลับเป็น จบจากมหาวิทยาลัยคาลามัสเช่นเดิม ให้สอดคล้องกับหลักฐานการศึกษา มิเช่นนั้นอาจมีผู้เอาผิดว่ากระทำการหลอกลวงให้สังคมเข้าใจผิดได้ 4.การขอคืนปริญญา (ไม่รู้ทำได้หรือไม่ เพราะมหาวิทยาลัยไม่รู้อยู่ไหน) อาจเป็นหนทางที่ดีอีกหนทางหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ตามมากับผลงานวิทยานิพนธ์ที่ท่านได้จัดทำ ซึ่งหากมีผู้พบภายหลังว่ามีกระบวนการจัดทำที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจมีปัญหาวกกลับมาถึงตัวท่านได้อีกในอนาคต"     วันเดียวกัน น.สพ.ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และประธานสมาพันธ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน มายื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (ผบ.ตร.) และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กรณีถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดวินัยร้ายแรงต่อตำแหน่งหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. กรณีทุจริตเงินงบประมาณในโครงการเช่ารถตู้โดยสาร 1,447  คัน โครงการเช่ารถยนต์บรรทุกอเนกประสงค์ 270 คัน รถบรรทุกขนาด 3 ตัน 51 คัน และรถบรรทุกขนาด 1 ตัน 1,555 คัน รวมมูลค่า 9,899,578.200 บาท ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำผิดร้ายแรง จนถูกสำนักนายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งโดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกจากราชการไว้ก่อน โดยขอให้ ป.ป.ช.สืบสวนสอบสวนและชี้มูลความผิด  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์โดยเร็ว และเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่หมดอายุความ       "ยืนยันว่าการมายื่นให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ใช่เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส เพราะเป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งกรณีของ ร.อ.ธรรมนัสเป็นการกล่าวอ้างมาทำลายกันทางการเมือง ซึ่งขอตั้งฉายาให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ว่าเป็นวีรบุรุษนาเก๊ ใกล้เคียงจิ้งโกร่งปีกแดง" น.สพ.ธีทัชฐ์ ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ