ฝากเงินอยู่เฉยๆ บ้างก็ได้ … ถ้ายังไม่พร้อมเสี่ยง ขยายเวลาคุ้มครองเงินฝาก 5 ล้านบาท/บัญชี ต่ออีก 1 ปี

ทันข่าว channel อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 03.20 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

  • บัญชีเงินฝากถือเป็นแหล่งเก็บเงิน ที่มีความปลอดภัยที่สูงตัวหนึ่ง เนื่องจากได้รับความคุ้มครองจาก “สถาบันคุ้มครองเงินฝาก” (Deposit Protection Agency)
  • แต่ไม่ใช่ว่า สถาบันคุ้มครองเงินฝาก จะคุ้มครองเงินทุกบาท ทุกสตางค์…เงินฝากเรา ได้รับความคุ้มครองแค่ไหน?
  • ทำไมในอนาคต ต้องปรับลดวงเงินคุ้มครองลง?

บัญชีเงินฝากถือเป็นแหล่งเก็บเงิน ที่มีความปลอดภัยที่สูงตัวหนึ่ง เนื่องจากได้รับความคุ้มครองจาก “สถาบันคุ้มครองเงินฝาก” (Deposit Protection Agency)
แต่ไม่ใช่ว่า สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะคุ้มครองเงินทุกบาท ทุกสตางค์…เงินฝากเรา ได้รับความคุ้มครองแค่ไหน?

ทุกวันนี้ เวลาเราฝากเงินกับธนาคาร แล้วถ้าต่อมาธนาคารนั้นถูกปิดหรือโดนถอนใบอนุญาตขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับเงินฝากคืนทั้งหมดนะครับ

แต่จะได้รับการคุ้มครองแบบอัตโนมัติ จาก “สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA)” ภายใต้เงื่อนไข “คุ้มครอง 1 รายผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน 1 แห่ง” วงเงิน 5 ล้านบาท ต่อบัญชี ต่อสถาบันการเงิน

บัญชีแบบไหนที่ได้รับความคุ้มครองบ้าง?

ขยายเวลา คุ้มครองเงินฝาก 5 ล้านบาท/บัญชี ต่ออีก 1 ปี

ก่อนหน้านี้ ตามแผนจะมีการปรับลดวงเงินคุ้มครองจะลดลงเหลือ 1 ล้านบาท 1 ชื่อผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน ที่เดือนสิงหาคม ปี 2563 นี้ แต่ด้วยผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อนานาประเทศทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงทำให้เกิดความผันผวนในตลาดเงิน ตลาดทุน และระบบการเงินทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และรักษาความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงินไว้ อันจะเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงต่อระบบสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงขยายระยะเวลาการบังคับใช้วงเงินคุ้มครองเงินฝาก โดยมีรายละเอียด ดังนี้ กำหนดวงเงินความคุ้มครองเงินฝาก ปัจจุบัน จำนวน 5 ล้านบาท ถึงวันที่ 10 ส.ค. 2564 และตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2564 เป็นต้นไป คุ้มครองจำนวน 1 ล้านบาท ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563

จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ฝากเงิน ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน และทำให้ผู้ฝากเงิน มีความมั่นใจต่อการใช้บริการของสถาบันการเงินเป็นปกติ โดยวงเงินคุ้มครองที่ 5 ล้านบาทต่อคนต่อสถาบันการเงิน ครอบคลุมผู้ฝากถึงร้อยละ 99.65 ของจำนวนผู้ฝากเงินทั้งระบบ (ณ 31 ธ.ค. 62) และในปัจจุบันสถาบันการเงินของไทยได้รับการกำกับดูแลจากทางการอย่างใกล้ชิด

ทำไมในอนาคต ต้องปรับลดวงเงินคุ้มครองลง?

สาเหตุที่ไม่คุ้มครอง 100% เพราะในแง่เศรษฐศาสตร์ หากคุ้มครอง 100% ทุกกรณี จะเกิดสภาวะที่ผู้ฝากเงินจะเล่นกับความเสี่ยงฝากเงินกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงๆ โดยไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรู้ว่าในท้ายที่สุด จะมีคนเข้ามาแบกรับภาระเงินฝากตรงนี้ให้ในทุกกรณี (ทฤษฎีนี้เมืองนอกเรียกกันง่ายๆ ว่า “Moral Hazard”)

การลดวงเงินคุ้มครองเป็นหนึ่งในมาตรการป้องเหตุการณ์ MORAL HAZARD เพราะว่าหากสถาบันคุ้มครองเงินฝากคุ้มครองเต็มจำนวน สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองก็อาจจะดำเนินธุรกิจแบบขาดความระมัดระวัง ขณะที่ผู้ฝากเงินจะเล่นกับความเสี่ยงฝากเงินกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงๆ โดยไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะรู้ว่าในท้ายที่สุด จะมีคนเข้ามาแบกรับภาระเงินฝากตรงนี้ให้ในทุกกรณี

อาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางการเงินอีกครั้ง เพราะสถาบันคุ้มครองเงินฝากคุ้มครองให้เต็มจำนวน

ดังนั้น ใครที่ยังไม่พร้อมจะเสี่ยงในภาวะการที่อะไรก็ไม่แน่นอนแบบนี้ ก็กอดฝากเงินอยู่ ถือเงินสด อยู่เฉยๆ บ้าง ถือเป็นการเยียวยาจิตใจอีกรูปแบบนึง … ดีกว่ามีหนี้ ในบางจังหวะชีวิตนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ