ฝากขังผลัดแรกปู่หื่นข่มขืนหลาน วืดประกันศาลตั้งวงเงิน 2.9 ล.

MATICHON ONLINE อัพเดต 22 ต.ค. 2562 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 10.18 น.
201062_รวบปหน_1_k7UWjhi

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.(หญิง)จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง ควบคุมตัว นายสุดตา พรหมภักดี อายุ 57 ปี ชาวนครพนม อาชีพค้าขาย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ. 127/2562 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ฐานความผิดเกี่ยวกับคดีพรากผู้เยาว์ อนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 13 ปี หลังมี พ่อ แม่ เด็กผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.เมืองนครพนม ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2562 เนื่องจากสังเกตความผิดปกติของลูกสาวซึมเศร้า และยอมเปิดปาก ถูกน้องชายของปู่ ที่เป็นพ่อเลี้ยง บังคับขืนใจมาตั้งแต่ 9 ขวบ

หลังแจ้งความ ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ชี้ชัดมัดตัวผู้กระทำผิดได้ และเสนอศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับ หลังจับกุมมาสอบสวน ควบคุมตัวเป็นวันที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2562 โดยได้นำตัวไปยื่นเสนอศาลจังหวัดนครพนม ขอฝากขังชั่วคราวรอการ สรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาลพิจารณาคดี ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปคุกคาม ข่มขู่ผู้เสียหาย และพยาน เนื่องจากอยู่บ้านในละแวกเดียวกัน

ภายหลังทางพนักงานสอบสวน ได้เสนอขอฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ทางศาลได้มีการตั้งวงหลักทรัพย์ เป็นวงเงินประกันสูงถึง 2.9 ล้านบาท ทำให้ ทนายฝ่ายผู้ต้องหา ที่มาเตรียมยื่นเสนอประกันตัว รวมถึงนายประกันไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวส่งไปฝากขังรอการพิจารณาที่เรือนจำกลางนครพนม ส่วนขั้นตอนการดำเนินคดี ทางตำรวจจะได้เร่ง รวบรวมพยานหลักฐาน สรุปสำนวน ส่งอัยการฟ้องศาลตามขั้นตอน ในระยะเวลากฎหมายกำหนด ตามห้วงเวลาฝากขัง จำนวน 7 ผลัด ผลัดละ 12 วัน รวม 84 วัน

สำหรับข้อหาทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 5 ข้อหาหนัก เป็นฐานความผิดเกี่ยวกับ คดี พรากผู้เยาว์ อนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 13 ปี รวม 4 ข้อหา และอีก 1 ข้อหา ฐานความผิดบุกรุกในเคหะสถานยามวิกาล เบื้องต้นทางผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ทางตำรวจยืนยัน มีพยานหลักฐาน ชัดเจนเพียงพอที่จะเอาผิดทางกฎหมาย สำหรับอัตราโทษคดีดังกล่าว มีความผิดสูงสุดจำคุกถึง 20 ปี หรืออาจจำคุกตลอดชีวิต และไม่สามารถยอมความได้

ดูข่าวต้นฉบับ