ผ้าทอมืออุดรฯ Hattra บุกเวทีแฟชั่นโลกพลิกโฉมผ้าไทย

Prachachat อัพเดต 22 ก.ค. 2562 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2562 เวลา 08.33 น.
991A9256
ตีตลาดโลก - กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม หมู่ 7จังหวัดอุดรธานี เจ้าของแบรนด์ Hattra ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ชาวต่างชาติเห็นว่าผ้าไทยสามารถออกแบบและจัดทำให้มีรูปลักษณ์ที่เป็นสากลร่วมสมัยได้

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม อุดรธานี ปั้นแบรนด์ Hattra รายได้ 2561 แตะ 10 ล้านบาท คาดปี 2562 โต 30% ผลพวงอีเวนต์ร่วม ICON Siam-ตั้งร้านโมเดิร์นเทรด ลุยเจรจา King Power Duty Free เพิ่มลุ้นขยายยอดขาย มุ่งออนไลน์เปิดไลฟ์เฟซบุ๊กเจาะกลุ่มลูกค้า เน้นตอบสนองการซื้อ-ขายไว

นายวรรธนะ สัจจะไพบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม หมู่ 7 จังหวัดอุดรธานี เจ้าของแบรนด์ Hattra กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2562 ตั้งเป้ายอดรวมจะเติบโตขึ้นราว 30% จากยอดขายปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนในไตรมาสแรกของปี 2562 ผลประกอบการค่อนข้างดี แต่ตลาดออฟไลน์ที่ผ่านมามีความซบเซาลง ทำให้มุ่งเน้นที่ตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปี 2561 อย่างไรก็ตาม ปีนี้จะรุกทั้งตลาดออนไลน์ และการขยายพื้นที่การขายในโมเดิร์นเทรดเพิ่มขึ้น

ที่ผ่านมาการทำตลาดของ Hattra จะมีสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติเพียง 10% ลูกค้าชาวไทยกว่า 90% แต่หลังจากร่วมกับศูนย์การค้า ICON Siam ในการเปิดบูทโซนสุขสยาม ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาก โดยมียอดขายจากลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 30% ลูกค้าชาวไทย 70% โดยลูกค้าชาวต่างชาติมาจากหลากหลายประเทศ ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชีย ทำให้ขยายฐานลูกค้าได้มาก จากเดิมที่ขายเพียงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และสนามบินดอนเมือง ส่วนรูปแบบการตลาดที่มีผลตอบรับที่ดียังเป็นในรูปแบบการออกอีเวนต์ เช่น การเข้าร่วมออกบูท กับ ICON Siam ซึ่งเป็นลักษณะอีเวนต์ยาว 1-3 เดือน รองลงมาคือการขายในโมเดิร์นเทรด

รุกโมเดิร์นเทรด-ขายออนไลน์

นายวรรธนะกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันการขายหน้าร้านของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม ในโมเดิร์นเทรดที่มีลักษณะเป็นช็อปถาวร ได้แก่ 1.ห้างสยามพารากอน โซน Exotic Thai 2.ชั้น 4 สนามบินดอนเมือง 3.Lotte Duty Free Show DC พระราม 9 4.ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5.จี เอ็ม เอส ดิวตี้ฟรี จังหวัดภูเก็ต 6.Flag Ship Store ที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นโรงทอด้วย นอกจากนี้ยังมีอยู่ในช่วงการเจรจากับ King Power Duty Free ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายเติบโตได้อีก 30-40% เพราะการตลาดของ King Power ค่อนข้างดี และมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

“ในส่วนตลาดออนไลน์นั้นมีการทำเว็บไซต์ของแบรนด์ แต่เน้นหนักในเรื่องของการ live ขายในเฟซบุ๊ก มากกว่าการทำแพลตฟอร์มกดใส่ตะกร้าจ่ายเงิน เพราะสะดวกและรวดเร็วในการตอบสนองการซื้อ-ขายกับกลุ่มลูกค้า รวมถึงปิดการขายได้ง่าย โดยกลุ่มลูกค้าของแบรนด์จะเป็นเพศหญิงวัยทำงาน อยู่ในช่วงวัย 27-60 ปี ส่วนราคาของผลิตภัณฑ์มีหลากหลาย เพราะต้องการกระจายฐานลูกค้า โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 บาท ไปจนถึง 10,000 บาทขึ้นไป ในกลุ่มชุดที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นอาจมีชุดที่ราคาสูงถึง 30,000-40,000 บาท

ทั้งนี้ ในกลุ่มราคา 1,000 บาทจะเป็นผ้าฝ้ายทอมือ ที่ไม่ได้มีความหรูหราในการออกแบบ แต่ยังคงรูปแบบผ้าไทยที่สามารถหยิบใช้ได้ในชีวิตประจำวัน” นายวรรธนะกล่าว

ออกแบบสไตล์ร่วมสมัย

ด้านจุดเด่นของแบรนด์ Hattra นายวรรธนะกล่าวว่า เป็นการออกแบบสินค้าผ้าไทยให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านการออกแบบให้ผ้าไทยดูร่วมสมัย และสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังมีการอิงถึงสีและเทรนด์ของแฟชั่น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ รวมถึงเกือบทุกผลิตภัณฑ์เป็นการทอมือทั้งหมด แม้บางส่วนจะมีผ้าที่ผ่านการทอด้วยเครื่อง แต่จะถูกนำไปต่อยอดผ่านการย้อมสีธรรมชาติ และใช้เทคนิคฟอก-ย้อมให้เป็นผ้าทอที่มีลักษณะแฮนด์คราฟต์เข้าไปผสมผสาน

ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา Hattra ได้ร่วมการแสดงแฟชั่นโชว์ ที่กรุงบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี ในงาน An Evening of Thai Food and Fashion ผ่านโครงการ w.o.w esarn ซึ่งเป็นการคัดเลือกผู้ประกอบการมืออาชีพ จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสถานทูตไทยประจำสาธารณรัฐฮังการี สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงบูดาเปสต์ สำนักงานการท่องเที่ยวกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก บริษัทการบินไทย ประจำกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย และยุโรปตะวันออก และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) มีผลตอบรับค่อนข้างดี ชาวต่างชาติให้ความสนใจพอสมควร เพราะคนยังไม่คิดว่าผ้าไทยจะสามารถออกแบบและจัดทำให้มีรูปลักษณ์เป็นสากลร่วมสมัยได้

ดูข่าวต้นฉบับ