ผู้ค้าชี้ราคาทองคำพุ่ง ลดสเปรด 100 บ.หนุนนักลงทุนกลับเข้าซื้อ

Prachachat อัพเดต 04 มิ.ย. เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 08.57 น.
ราคาทองคำ ทองรูปพรรณ
แฟ้มภาพ

ทองคำรับปัจจัยหนุน “เทรดวอร์ปะทุ-เหตุประท้วงเหยียดสีผิวในสหรัฐ” ดันราคาพุ่ง หนุนนักลงทุนหอบเงินกลับเข้าลงทุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย “แม่ทองสุก” ลุ้นทองแท่งในประเทศแตะ 26,200 บาท เผยสมาคมค้าทองลดสเปรดกลับสู่ปกติเหลือ100 บาท หนุนนักลงทุนกลับเข้าซื้อ แจงส่งออกทองคำไม่ใช่สาเหตุทำบาทแข็ง วอนแบงก์ชาติแก้ปัญหาให้ตรงจุด ฟาก “ฮั่วเซ่งเฮง” แนะซื้อขายเก็งกำไรหลังราคาปรับขึ้นแรง

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด หรือร้านทอง “แม่ทองสุก” เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวโน้มราคาทองคำในต่างประเทศเป็นขาขึ้นชัดเจน โดยได้รับปัจจัยหนุนมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ระอุขึ้นมาอีกครั้ง รวมถึงความตึงเครียดภายในประเทศสหรัฐ จากการประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว ส่งผลให้นักลงทุนหันกลับเข้ามาซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) มากขึ้น นำโดยกองทุนทองคำ SPDR ที่เข้าซื้อสุทธิทองคำเพิ่ม 5 ตัน เมื่อวันที่1 มิ.ย. 63

โดยที่ผ่านมา กองทุน SPDR กลับเข้าซื้อทองคำรวมแล้วประมาณ 300 ตัน สูงสุดในรอบ 7 ปี ส่งผลให้ทิศทางราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้น ซึ่งเอ็มทีเอส โกลด์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะ 7-10 วัน ที่แนวรับ1,730 ดอลลาร์/ออนซ์ และแนวต้าน 1,755 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนราคาทองคำในประเทศประเมินแนวรับที่ 25,950 บาท/บาททองคำ และแนวต้านที่ 26,200 บาท/บาททองคำ โดยทิศทางราคาในประเทศเป็นการแกว่งออกข้าง (sideways) จากแรงกดดันค่าเงินบาทที่แข็งค่า อย่างไรก็ตาม หลังสมาคมค้าทองคำปรับส่วนต่างซื้อขายทองคำ (spread) กลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 100 บาท/บาททองคำ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ส่งผลให้เริ่มเห็นนักลงทุนเข้ามาซื้อทองคำมากขึ้น หลังจากที่ช่วงก่อนหน้าเป็นการขายทองคำขาเดียว

“new normal ของทองคำ คือแพง แต่ยังน่าสนใจ เพราะมีมูลค่าในตัวมันเอง โดยตอนนี้คนไม่ได้ซื้อขายทองคำจากดีมานด์-ซัพพลายปกติ แต่ซื้อในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ลงทุนเหมือนหุ้น และจากปัจจัยข้างหน้าอย่างผลกระทบของโควิด-19 ที่ยังอยู่ และความเสี่ยงเทรดวอร์รอบใหม่ ส่งผลให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าลงทุน” นพ.กฤชรัตน์กล่าว

นพ.กฤชรัตน์กล่าวถึงกระแสข่าวธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะควบคุมการส่งออกทองคำเข้มข้นขึ้นกว่าที่ผ่านมา ธปท.แสดงความกังวลว่า การส่งออกทองคำซึ่งมีปริมาณมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินบาท โดยเบื้องต้น ธปท.เริ่มหารือกับธนาคารพาณิชย์ในการพิจารณาเอกสารการทำธุรกรรมต่าง ๆ และจะมีการหารือกับผู้ค้าทองคำต่อไป

อย่างไรก็ตาม นพ.กฤชรัตน์กล่าวว่าการส่งออกทองคำไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า โดย ธปท.ควรตรวจสอบและหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด เนื่องจากที่ผ่านมาการส่งออกอื่น ๆ เช่น การส่งออกข้าวก็มีแนวโน้มดีขึ้นเช่นกัน ส่วนราคาทองคำขาขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่า เป็นเพียงเหตุการณ์ร่วมเท่านั้น

“ที่บอกว่าเป็นเพียงเหตุการณ์ร่วม เพราะเมื่อราคาทองคำโลกปรับขึ้น ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง ส่งผลให้ค่าเงินของภูมิภาคอื่น ๆ แข็งค่าขึ้น แต่ค่าเงินบาทของไทยดันแข็งค่ามากที่สุด ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ธปท.ที่ต้องตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง” นพ.กฤชรัตน์กล่าว

นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่าราคาทองคำต่างประเทศยังคงเป็นขาขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการประท้วงที่เกิดขึ้นในสหรัฐ รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่อง จึงคาดว่าราคาทองคำใน 7 วันข้างหน้าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ที่แนวรับ 1,720 ดอลลาร์/ออนซ์ และแนวต้านที่บริเวณ 1,744-1,750 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนราคาทองคำในประเทศได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้บริษัทประเมินราคาทองคำในประเทศช่วงสั้นเคลื่อนไหวในกรอบ 26,100-26,200 บาท/บาททองคำ โดยแนะนำนักลงทุนซื้อขายเก็งกำไรขาขึ้นช่วงที่ราคาย่อตัวลงมา

ดูข่าวต้นฉบับ