ผิดมากไหมที่นักแสดงรับบทที่ไม่ตรงเพศในชีวิตจริง?

Jeban.com เผยแพร่ 07 ส.ค. เวลา 17.00 น. • ST

คุณเป็นอีกคนหรือไม่ที่ยอมรับว่า "การสวมบทบาทเป็นคนอื่น" คือนิยามที่อธิบายความหมายของศิลปะการแสดงได้ชัดเจนที่สุด บางคนอาจจะเลือกใช้คำที่แรงกว่าว่าเป็นการ "เสแสร้ง" ในการแสดงทุกท่วงท่าให้ผู้ชมเชื่อว่านักแสดงได้เข้าถึงบทบาทนั้นอย่างแท้จริง
แต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมานี้ กระแสต่อต้านการคัดเลือกนักแสดงCisgender* ในการรับบทเพศทางเลือกเพิ่มสูงขึ้น จนสามารถกดดันให้นักแสดงให้สละสิทธิ์ รวมไปถึงผู้สร้างที่ต้องเปลี่ยนแปลงแผนการสร้างผลงานในรูปแบบใหม่ หลายคนยืนยันว่า รับไม่ได้หากนักแสดงไม่ยอมอยู่ใน "เลน" ของเพศตัวเอง และกล่าวหาว่าเหล่า Cisgender พยายามฉกฉวยโอกาสร้างชื่อเสียงด้วยการแสดงบทที่ไม่ตรงกับตัวตนในชีวิตจริง ทั้งๆที่ควรจะสนับสนุนให้นักแสดง trans ได้แสดงตัวตนและความสามารถให้สังคมยอมรับ
แล้วอนาคตของวงการแสดงที่อยู่ท่ามกลาม movement นี้จะเป็นเช่นไร ? เราลองมาคุยกันค่ะ
*Cisgender  คือ บุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศและการแสดงออกที่สะท้อนเพศของตนเองตรงกับเพศที่มีมาแต่กำเนิด  ดังนั้นจะมีแต่ผู้หญิงและผู้ชายเท่านั้น

การเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านนักแสดง Cisgender ที่ปรารถนาจะแสดงบทบาทที่ไม่ใช่เพศที่แท้จริงของตัวเองเริ่มแพร่หลายขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด เรายังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด เมื่อหนัง Oscar อย่าง Moonlight ที่ถูกยกย่องว่าเป็นผลงานสุดยอดเยี่ยมที่นำเสนอเส้นทางการดำเนินชีวิตเด็กหนุ่มเกย์ผิวดำในสังคมที่เสื่อมโทรม กวาดรางวัลมามากมายไล่แทบไม่หมด หรือจะเป็น Call me by your name ที่ผู้ชมมากมายปลาบปลื้มว่าเป็นหนังรักที่งดงามที่สุดโดยไม่มีกำแพงอคติต่อเกย์มาปิดกั้น
และน่าจะพูดได้ว่าผลงานที่เกี่ยวกับชาวรักร่วมเพศหลายเรื่องจะได้รับไฟเขียวให้เปิดทางไปสู่ความสำเร็จโดยไม่ต้องรับมือกับดราม่าเรื่อง casting เท่าใดนัก ดาราเจ้าบทบาททั้งหลายต่างก็รับบทเกย์มาแล้วทั้งนั้น

แต่เมื่อมาถึงบท trans เรื่องกลับแตกต่างออกไป ที่ผ่านมานั้น นักแสดงชั้นนำหลายคนมุ่งมั่นในการสวมบทบาท trans เพื่อพิสูจน์ความสามารถให้โลกได้จดจำ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงวิจารณ์ในด้านลบไปได้เลย
เมื่อ Hilary Swank จะคว้ารางวัล Oscar อันทรงเกียรติในบทชายข้ามเพศจาก Boy don't cryและตอกย้ำด้วยความสำเร็จของ Jared Leto จาก Dallas Buyers Club เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เป็นธรรมที่นักแสดงที่ใช้อภิสิทธิ์คว้าบทที่ควรเป็นของชาว trans จริงๆก็เริ่มกระหึ่มขึ้นมา รวมไปถึง Felicity Hoffman (Transamerica) หรือ Eddie Redmayne ( The Danish Girl) จะได้เข้าชิง Oscar แต่พวกเค้าก็ต้องพบกับกระแสกดดันจากผู้ที่เรียกร้องสิทธิ trans จากวงการ Hollywood
เพราะอะไรจึงมีการเรียกร้องให้คัดเลือกเฉพาะนักแสดง trans มารับบท trans ?

Jeffrey Tambor นักแสดงนำแห่งTransparent  ที่สร้างความฮือฮาจากบทบาทชายสูงเกษียณที่ตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นผู้หญิงข้ามเพศหลังจากแต่งงานมีครอบครัวมาหลายสิบปี   ฝีมือการแสดงที่ถูกชื่นชมว่ายอดเยี่ยมโดนใจทำให้เขาคว้ามาได้ทั้งรางวัล Golden Globe และ Emmy : และเขาก็ได้ใช้โอกาสในการกล่าวคำขอบคุณเพื่อรับรางวัลบนเวทีในการเรียกร้องว่า
"โปรดให้โอกาสให้กับนักแสดง trans ด้วยเถอะครับ เรียกพวกเค้ามา audition ให้พวกเค้าได้บอกถึงเรื่องราวตัวเอง และอีกอย่าง ผมคงรู้สึกดีหากตัวเองกลายมาเป็นบุคคล Cisgender คนสุดท้ายที่ได้รับบทผู้หญิงข้ามเพศในละครโทรทัศน์ เรายังจะต้องปรับปรุงกันต่อไปนะครับ"
(แต่เรื่องราวหักมุมหนักเมื่อ Jeffrey ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดนักแสดง transและผู้ช่วย ใน Transparent จนถูกไล่ออก)

Jen Richards นางเอก trans และนักเขียนบทได้บอกเล่าถึงเหตุผลที่ต้องเรียกร้องให้นักแสดง transได้เข้าร่วม auditionไว้ว่า
" ปัญหาคือ นักแสดง trans ถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงโอกาสตั้งแต่เริ่มแรกค่ะ พวกเค้าไม่ได้การยอมรับให้ไปทดสอบหน้ากล้อง ถ้าไม่ใช่บท trans ก็อย่าหวังว่าจะมีสิทธิ์ได้เล่น ขนาดบท trans แท้ๆก็ยังไม่ได้ สิ่งที่เหลือให้กับเราคือสถานการณ์ที่รับไม่ได้เลยจริงๆ"

Jen Richards ยังยืนยันว่าการคัดเลือกนักแสดง Cisgender มารับบท trans นั้นทำให้ผู้คนสับสนและอาจจะเกิดอคติต่อชุมชนชาว trans ตัวจริง และคำพูดของเธอก็  Laverne Cox  นางเอก trans ที่ประสบความสำเร็จจาก Orange is the new black หยิบยกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องการ cast  นักแสดงtrans
"Jeffrey Tambor แสดงเป็น trans ได้อย่างดีเยี่ยมไม่แพ้กับ Jared Leto แต่เมื่อมีผู้ชมที่ยังขาดความรู้เรื่องชาว trans ได้เห็นหนุ่ม Sexy เคราเข้ม อย่าง Jared Leto ขึ้นไปรับรางวัล สารที่ส่งไปยังพวกคนดูคือ ที่จริงแล้วนะ ผู้หญิงข้ามเพศก็คือผู้ชาย"
แต่ Lavern ก็ไม่
" ไม่มีวันที่ชั้นจะไปเจ้ากี้เจ้าการบอกนักแสดงคนอื่นว่าควรหรือไม่ควรรับบทใด ศิลปะก็ยังเป็นศิลปะ และศิลปินก็ควรทำทุกอย่างที่ต้องการได้อย่างเสรี แต่มันก็มีผลของการกระทำตามมาค่ะ ทั้งเสรีในการแสดงความคิดเห็นและเสรีในการแสดงออก แต่มันก็มีผลกระทบจากการแสดงความคิดเห็นนั้นด้วย ดังนั้น เราควรพิจารณารับฟังคำพูดโต้แย้งจาก Jen Richards ด้วยค่ะ"

ถึงจะแค่คิดพิจารณาเพื่อรับเลนบท trans ก็ถูกถล่มด่าจนต้องประกาศขอโทษ

อ่านต่อ กดเลย
รีวิวจากคอมมูนิตี้จีบัน : candy
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com

ดูข่าวต้นฉบับ