ปารีณา คืนที่ ส.ป.ก. 682 ไร่ แล้วคดีจบไหม ?

workpointTODAY อัพเดต 09 ธ.ค. 2562 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 10.07 น. • Workpoint News
ปารีณา คืนที่ ส.ป.ก. 682 ไร่ แล้วคดีจบไหม ?

หลังยืดเยื้อมานานร่วมเดือน เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ทำหนังสือส่งมอบที่ดิน 682 ไร่ คืนสู่กระบวนการปฏิบัติรูปที่ดินเพื่อการเกษตร

โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า จะไม่เอาผิดกับ น.ส.ปารีณา เพราะครอบครองที่บริเวณนี้มาก่อนการปฏิรูปที่ดิน ส่งผลให้สังคมตั้งคำถามต่อประเด็นนี้ว่า เมื่อ น.ส.ปารีณา คืนที่ ส.ป.ก. แล้ว เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงแค่นี้หรือไม่

นายดำรงค์ พิเดช ส.ส. และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ยืนยันว่า "กรมป่าไม้ต้องเอาผิดกับ น.ส.ปารีณา"

เพราะ น.ส.ปารีณา แจ้งว่าครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ตั้งแต่ปี 2549 ก่อนการประกาศ พ.ร.ฎ.ปฏิรูปที่ดิน เมื่อปี 2554 นั่นหมายความว่าตั้งแต่ปี 2549-2553 น.ส.ปารีณา บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ เข้าไปทำฟาร์มไก่ หากกรมป่าไม้ไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนั้น นายดำรงค์ยังยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14487/2558 มาอ้างอิงแนวทางปฏิบัติ ว่าศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาในกรณีอุทยานแห่งชาติทับลานแล้ว โดยระบุว่าหากมีการครอบครองที่ดินก่อนประกาศ พ.ร.ฎ. เป็นเขตปฏิรูป ผู้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนฯ มีความผิดฐานบุกรุก ครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถางป่า สามารถจับกุมได้ทันที

ในขณะที่ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ (9 ธ.ค.) กรมป่าไม้จะประชุมกัน โดยมีคณะกรรมการกฤษฎีกาและฝ่ายกฎหมายเข้าร่วม เพื่อหาข้อยุติในเรื่องข้อกฎหมาย และเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก. 628 ไร่ ของ น.ส.ปารีณา

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การจะให้กรมป่าไม้ไปจับ น.ส.ปารีณา ทันทีคงไม่ได้ แม้แต่นักกฎหมายของกรมป่าไม้ยังมีความเห็นเป็น 2 แนวทาง และถึงจะมีตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ก็ใช้ไม่ได้กับทุกกรณี ยกเว้น ส.ป.ก. ร้องขอให้กรมป่าไม้ดำเนินคดี ดังนั้น ต้องประชุมหารือร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อยุติ

ด้าน นายประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ตั้งข้อสังเกตผ่านเฟซบุ๊กว่า น.ส.ปารีณา ไม่ได้ตั้งใจส่งมอบที่ดินคืน เพื่อให้ ส.ป.ก. นำไปจัดให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ

เพราะถ้าอ่านหนังสือส่งมอบที่ดินของ น.ส.ปารีณา จะพบข้อความตอนหนึ่งระบุว่า "ข้าพเจ้ามีความประสงค์ขอส่งมอบพื้นที่ตาม ภ.ท.บ.5 ดังกล่าว เพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร … โดยข้าพเจ้าและ/หรือบุคคลในครอบครอง ขอสงวนใช้สิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด"

ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า น.ส.ปารีณา ตั้งใจส่งที่ดิน ส.ป.ก. คืน เพื่อนำไปปฏิรูปให้ตนเองหรือบุคคลในครอบครอง เป็นสิทธิ์อันดับแรก

ส่วน นายศรีสุวรรณ จรรยา อุปนายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ทำหนังสือคัดค้านการขอสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. เป็นอันดับแรกของ น.ส.ปารีณา

โดยระบุว่า การขอสงวนสิทธิเป็นผู้รับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. กลับคืนไปให้ น.ส.ปารีณา เป็นอันดับแรก ส.ป.ก. หรือ คปก. ไม่สามารถใช้อำนาจใดๆ ตามคำร้องดังกล่าวได้ เนื่องจาก น.ส.ปารีณา ไม่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518

เพราะมีรายได้จากเงินเดือน ส.ส. ถึงปีละ 1,362,720 บาท มีทรัพย์สินรวมกว่า 163 ล้านบาท และมิได้จบการศึกษาด้านเกษตรกรรม

นอกจากนั้น นายศรีสุวรรณ ยังระบุในหนังสือคัดค้านฉบับดังกล่าวด้วยว่า หากผู้ใด หน่วยงานใดยังพยายามที่จะฝ่าฝืนกฎหมาย อันมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย สมาคมฯ จะขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งครรลองของกฎหมายตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ