ปลุกวิญญาณติ่งในตัวคุณ - บองเต่า

THINK TODAY เผยแพร่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 08.31 น. • บองเต่า

คำว่า “ติ่ง” น่าจะเป็นคำที่สร้างสรรค์มากที่สุดคำหนึ่งที่ถูกบัญญัติไว้ในพจนานุกรมภาษาไทย มันมีที่มาจากวงการเพลงเกาหลี ที่มีแฟนคลับวัยรุ่นที่ยังต้องไว้ทรงผมยาวเท่าติ่งหูตามกฎของโรงเรียน จนกระทั่งมันค่อยๆ พัฒนากลายมาเป็นคำกริยา หมายถึงการชอบหรือคลั่งไคล้อะไรบางอย่าง และทุ่มเทให้กับสิ่งนั้นแบบสุดตัว

จากเดิมที่ติ่งเป็นกริยาสำหรับนักร้องหรือบุคคล เราเริ่มเห็นคน“ติ่ง” กับสิ่งอื่นที่หลากหลายมากขึ้น บางคนเป็นติ่งหมาแมวในอินสตาแกรม บางคนเป็นเป็นติ่ง travel blogger บางคนเป็นติ่งนักเขียน บางคนเป็นติ่งคาแรคเตอร์การ์ตูน การหลงรักคลั่งไคล้ทั้งหมดนี้ถูกเรียกรวมเป็นคำเดียวกันว่า *“ติ่ง” *

สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่าคำว่า “ติ่ง” ดูมีความหมายเป็นลบ เพราะบางทีเราก็จะเห็นการติ่งอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู มีบ้านให้บ้าน มีรถให้รถ มีเท่าไรให้หมด ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ได้อินหรือไปร่วมติ่งกับเขาด้วย อาจจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก แต่สำหรับผมแล้ว ความติ่งที่อยู่ในขอบเขตที่พอดีพอเหมาะ เป็นสิ่งที่มีคุณอเนกอนันต์กับชีวิตมาก เพราะมันคือแหล่งผลิตความสุขปริมาณมหาศาลที่สำหรับชาวติ่งรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ทุ่มเทไป ยังไงก็คุ้ม

ผมยอมรับว่าช่วงแรก ๆ ที่ได้ยินคำว่าติ่ง ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับคำนี้เท่าไร คือแอบงงว่ามันจะอะไรกันนักกันหนา แต่ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งผมจะกลายเป็นติ่งซะเอง และได้สัมผัสว่าความสุขของการได้ติ่งอะไรสักอย่าง มันเป็นสิ่งที่ดีงามกว่าที่คิด

ครั้งแรกที่ผมเป็นติ่งคือการไปดูคอนเสิร์ตของวง Chemistry ที่โตเกียว เพราะผมเป็นแฟนเพลงของวงนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ฟังเพลงของวงนี้ทุกเช้าเย็นเวลานั่งรถเมล์ไปกลับจากมหาลัยตั้งแต่ยังใช้ไอพอดรุ่นเก่าอยู่ ซึ่งสมัยเรียนนั้นการจะให้ซื้อตั๋วเครื่องบินไปดูคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย จนกระทั่งวงนี้แยกทางกันไป แล้วอยู่ดีๆวันนึงผมก็ทราบข่าวว่าวงนี้กลับมารวมตัวเฉพาะกิจอีกครั้ง และจะมีคอนเสิร์ตที่โตเกียว วิญญาณติ่งที่เคยหลับใหลมาเกือบสิบปีก็ถูกปลุกขึ้น ผมตั้งใจว่ายังไงก็ต้องไปดูคอนเสิร์ตนี้ให้ได้ ไปคนเดียวก็จะไป ใช้เงินแค่ไหนก็จะยอมฟาด จนในที่สุดผมก็ได้ตั๋วคอนเสิร์ตของวง Chemistry มาครอบครองสมใจ

เพื่อน ๆ หลายคนของผมสงสัยว่าการไปดูคอนเสิร์ตคนเดียวที่ต่างประเทศ แถมเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ฟังก็ไม่ได้รู้เรื่อง มันจะสนุกจริงๆเหรอ ตอนนั้นผมก็ตอบอะไรไม่ได้ เพราะผมก็ไม่เคยไปดูคอนเสิร์ตแบบนี้มาก่อน จนกระทั่งผมไปยืนอยู่ในสเตเดี้ยมและเสียงดนตรีเปิดคอนเสิร์ตดังกระหึ่มขึ้น ผมจำได้เลยว่าผมน้ำตาไหลแบบไม่รู้ตัว และผมเข้าใจความสุขของติ่งตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ทุ่มเทไป เมื่อเทียบกับความสุขตรงหน้า ยังไงมันก็คุ้มจริง ๆ

อีกครั้งที่ผมได้สัมผัสความเป็นติ่ง คือการไปขอลายเซ็นเชฟที่ผมชื่นชอบครับ ผมเป็นคนชอบกินขนมมาก คอยติดตามผลงานของเชฟชาวฝรั่งเศสคนนึงมาตลอดนับตั้งแต่ได้ไปกินขนมในร้านของเชฟที่ปารีสเมื่อสิบปีก่อน และข่าวดีก็มาถึงเมื่อผมทราบว่าเชฟจะมาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ และวันเปิดตัว เชฟตัวเป็น ๆ ก็จะบินมาแจกลายเซ็นที่เมืองไทยด้วยครับ

สำหรับคนที่ไม่ได้อินเรื่องอาหารหรือขนม อ่านมาถึงแค่นี้ก็อาจจะขมวดคิ้วแล้วใช่ไหมครับ ว่าปกติเชฟเค้ามีแจกลายเซ็นเหมือนพวกดารานักร้องด้วยเหรอ แล้วใครกันที่จะมาขอลายเซ็นเชฟ คือจะบอกว่ามันมีคนที่คอยติดตามผลงานของเชฟไม่ว่าจะเป็นสายอาหารหรือสายขนมจริงๆนะครับ และผมก็เป็นหนึ่งในคนที่แบกหนังสือสูตรขนมไปต่อแถวให้เชฟเซ็นให้ แน่นอนว่างานนี้เป็นแค่งานเล็กๆ มีคนเอาหนังสือมาต่อแถวให้เชฟเซ็นอยู่ไม่กี่สิบคน คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็อาจจะงงว่าเรามาทำอะไรกัน แต่ผมรู้สึกได้ว่าทุกคนก็มีความสุขในฐานะติ่งของเชฟคนนี้ แม้ลายเซ็นของเชฟอาจจะไม่ได้มีมูลค่ามากมายให้เอาไปขายต่อ หรือประมูลในเนทได้ แต่มันมีมูลค่าทางใจไม่น้อยเลย

จากเหตุการณ์ความติ่งของผมนี้ ทำให้ผมสนับสนุนทุกคนให้มีวิญญาณความติ่งอยู่ในตัว อาจจะเป็นติ่งในเรื่องเล็กน้อย ติ่งในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่ได้สนใจก็ได้ อย่างเช่นผมมีเพื่อนที่เป็นติ่งแมวญี่ปุ่นตัวนึงในอินสตาแกรม ทุกครั้งที่เห็นสินค้าเกี่ยวกับแมวตัวนี้ออกมา เป็นอันต้องเสียเงินทุกทีไป ซึ่งผมก็เห็นดีเห็นงามไปกับความติ่งนี้ด้วย เพราะหลายครั้งความสุขของการติ่ง มันไม่ได้เกิดจากการซื้อของอย่างเดียว แต่บางทีแค่การได้วางแผนเดินไปทางติ่ง หาข้อมูลสินค้ารุ่นที่เราอยากติ่ง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นความสุขที่ดีต่อใจทั้งนั้น

 บ่อยครั้งที่มีคนมานั่งคุยหรือปรึกษาถึงความเหนื่อยยาก เครียด ท้อในงานและชีวิตประจำวันจนไม่รู้ว่าจะไปหาความสุขใส่ตัวได้จากไหน บางคนจะนึกวิธีแก้ไขไปไกลและซับซ้อนมาก แต่หนึ่งในวิธีที่ผมมักแนะนำ ก็คือการลองมองหาสิ่งที่เราสนใจสักอย่าง แล้วลองเป็นติ่งกับมันดู ใช้เวลากับมันมากขึ้น ซึ่งผมพบว่าวิธีนี้มันได้ผลดีมากเลยครับ

*ลองถามตัวเองดูนะครับ ว่าเราเป็นติ่งกับเรื่องอะไรบ้างหรือยัง *