ปรับพอร์ต หนีดอกเบี้ยขาลง

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 09.20 น.

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยลง 0.25% ตามธนาคารกลางสหรัฐฯที่ลดดอกเบี้ยไปก่อนหน้า และเป็นการลดครั้งที่ 3 ของปี  จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลกจะเป็นขาลง ซึ่งจะส่งผลดีและผลเสียต่อสินทรัพย์การลงทุนที่แตกต่างกัน  เราจึงต้องเลือกลงทุนให้ถูกที่ ถูกเวลา 

ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง  โดยดัชนี S&P500 สร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง เป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดหุ้นไทยเช่นกัน เพราะจากสถิติของ SET Index เดือนพฤศจิกายน 10 ปีย้อนหลังมีเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นที่ดัชนีติดลบ ประกอบกับตลาดจะมองถึงแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในปีหน้า ซึ่งช่วงนี้เป็นการประกาศงบการเงินไตรมาส 3 อีกด้วย 

สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ตํ่า อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ ในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับตํ่าและเป็นแนวโน้มขาลง  เห็นได้จากกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกอง REIT ที่ซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ราคาปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 20% แทบทั้งสิ้นและกอง REIT ที่ออกใหม่หลังจากนี้  จึงถือเป็นสินทรัพย์ที่ควรศึกษาในการลงทุน โดยเฉพาะโครงการที่สร้างกระแสเงินสดได้อย่างดี จะคาดหวังผลตอบแทนได้ในระดับดีด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยขาลงจะกระทบกับธุรกิจแบงก์ทั่วโลกเช่นกัน และโดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจโดยรวมปัจจุบัน ถือว่า ธุรกิจในกลุ่มธนาคารน่าห่วงที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่หมายถึงธุรกิจธนาคารทั่วโลก ที่ได้รับจากผลกระทบดอกเบี้ยติดลบ จึงทำให้รายได้ของกลุ่มธนาคารลดลง

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องก็คือ การที่ธนาคารเองต้องหาแหล่งลงทุนเพื่อทำให้เงินงอกเงยและมีผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน  จนอาจทำให้ต้องนำเงินไปลงทุนกับสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช่น High Yield Bond หรือ Corporate Debt ที่อาจจะมีความเสี่ยง เพราะดอกเบี้ยขาลงมีทั้งดีและเสีย ต้องจัดการกับพอร์ตลงทุนให้ดี

หน้า 23 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,523 วันที่ 17 - 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ