ประกาศ 164 รพ.เอกชนขายยาต่ำกว่าทุน เช็คได้ที่เว็บกรมการค้าภายใน ขณะที่ 73 โรงพยาบาลยังขายแพง

ประชาชาติธุรกิจ อัพเดต 16 ต.ค. 2562 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 09.19 น.
73472550_709454569550841_5618310921068740608_n

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การดูแลค่ารักษาพยาบาลและเวชภัณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดกรมการค้าภายใน ได้แบ่งรายชื่อโรงพยาบาลออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสีเขียนจำนวน 164 ราย ที่จำหน่ายราคายาที่ไม่แพง กลุ่มสีเหลือง ที่จำหน่ายราคายาในราคาปกติจำนวน 60 ราย และสีแดงที่จำหน่ายราคายาแพงจำนวน 73 ราย อย่างไรก็ดี กรมการค้าภายในได้นำรายชื่อโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว ขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของกรมการค้าภายในที่ www.dit.go.th แล้ว เพื่อเผยแพร่รายชื่อให้ประชาชนได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจเข้าไปใช้บริการ จากโรงพยาบาลเอกชนที่มีอยู่ทั้งหมด 351 ราย

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังอยู่ระหว่างให้คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ไปศึกษาเพิ่มเติมอัตราการคิดค่าส่วนเหลื่อมทั้งราคายาและเวชภัณฑ์ว่าโรงพยาบาลใดมีการคิดค่าส่วนต่างอย่างไร และหากพบว่ามีการคิดส่วนต่างราคาจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์แพงเกินไป ก็จะเรียกมาชี้แจงต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถศึกษาแล้วเสร็จได้ภายในต้นปี 2563 ซึ่งหากผลการศึกษาออกมาแล้วนั้น เชื่อว่าจะเป็นฐานข้อมูลในการดูแลค่ารักษายาและเวชภัณฑ์ให้กับผู้ป่วยได้

รายงานระบุว่า สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกโรงพยาบาลเอกชนเข้ามาอยู่ในกลุ่มสีเขียวพิจารณาจาก 3 ด้าน คือ 1.จำนวนรายการยาของโรงพยาบาลนั้น ต้องมีราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกิน 50% ของรายการยาที่โรงพยาบาลแจ้งมาทั้งหมด 2.ส่วนต่างราคาจำหน่ายยาสูงกว่าค่าเฉลี่ยต้องไม่เกิน 100% โดยก่อนหน้านี้ มีรายชื่อโรงพยาบาลสีเขียว 214 แห่ง ส่วนใหญ่ก็จะตกเกณฑ์ข้อที่ 2 จนทำให้เหลือเพียง 164 ราย และ 3.ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาล ไม่เคยมีเรื่องร้องเรียน

ทั้งนี้ การคำนวณค่าเฉลี่ยจะราคายาแต่ละประเภทของแต่ละโรงพยาบาลเพื่อมาหาค่ากลาง หากโรงพยาบาลใดมีจำนวนยาที่จำหน่ายต่ำกว่าค่ากลางเกิน 50% ของจำนวนยา ก็จะเข้าเกณฑ์ข้อที่ 1 ส่วนเกณฑ์ข้อ 2 พบว่าบางโรงพยาบาลมีทั้งจำหน่ายยาราคาถูกและยาราคาแพงผสมกัน ก็จะนำค่าเฉลี่ยของโรงพยาบาลนั้นมารวมกันและหากพบว่าราคายาที่รวมกันทุกประเภทสูงเกินราคาค่ากลางหรือราคาเฉลี่ยเกิน 100% ก็จะถูกตัดออก

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว ประกอบด้วย โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีจำนวน 91 เตียงขึ้นไปมีจำนวน 70 ราย , โรงพยาบาลขนาดกลางที่มีจำนวนเตียง 31-90 เตียงมีจำนวน 48 ราย และโรงพยาบาลขนาดเล็กจำนวนเตียง 1-60 เตียงมีจำนวน 46 ราย ส่วนขั้นตอนต่อไป กรมฯ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อจัดทำตราสัญลักษณ์ที่จะให้กับโรงพยาบาลเอกชนกลุ่มสีเขียวไปติดที่โรงพยาบาล เพื่อยกย่องและแสดงให้ประชาชนเห็นว่าโรงพยาบาลนี้มีความโปร่งใส เป็นธรรมในการคิดราคายาและเวชภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถที่จะประเมินค่าใช้จ่ายตามกำลังทรัพย์ที่ตัวเองมี และกรมฯ อยากจูงใจให้โรงพยาบาลเอกชนที่ถูกจัดกลุ่มอยู่ในกลุ่มสีเหลืองและสีแดง เข้ามาอยู่ในกลุ่มสีเขียวมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ