'บ๊วย เชษฐวุฒิ'ขอที่ยืนในสังคมคืน ลั่นไม่ได้โกงเงินบริจาค'ช่องส่องผี'

ไทยโพสต์ อัพเดต 03 ก.ค. เวลา 14.44 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. เวลา 14.44 น. • ไทยโพสต์

 

          นักแสดงหนุ่ม บ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ และ อ.เจมส์ ศราวุฒิ พิธีกรของรายการช่องส่องผี ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นการด่วน ณ โรงแรม SD Avenue Hotel หลังถูกแฉเป็นคนลวงโลก มีปัญหาเรื่องเงินบริจาค จนทำให้ตอนนี้แทบไม่มีพื้นที่ยืนในสังคม  

          โดยบ๊วย เผยว่า “เรามีความตั้งใจจะพูดเรื่องนี้กันในวันที่ 6 ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา และเราก็จะไปถวายเทียนพรรษากันที่วัด แต่ด้วยตอนนี้ผมได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นที่จะต้องทำการแถลงข่าวด่วน  ผมอยากจะชี้แจงในฐานะที่ผมเองเหมือนเป็นจำเลยสังคม ที่บอกว่าผมฉ้อโกงบ้าง ลวงโลกบ้าง ล่าสุดท่านเจ้าคุณที่ผมจะไปทำบุญถวายเทียนพรรษาในวันจันทร์ ท่านได้โทรมาหาผมด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ บอกว่าเขาไม่ให้มีงานแถลงข่าวที่วัดได้ไหม เทียนพรรษาขอให้ไม่ถวายที่วัดได้ไหม  มันเลยทำให้ผมสงสัยว่าผมโดนคดีอะไรเหรอทำไมผมถึงถวายเทียนพรรษาที่วัดไม่ได้ ผมผิดอะไรเหรอ

          นอกจากนี้ใบอนุโมทนาบัตรที่มียอดหนึ่งล้านกว่าบาท ผมแก้ไขแล้วนะครับ ที่บอกว่าทำไมถึงต้องเป็นชื่อผม อันนี้ผมได้คุยกับนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญเรื่องสรรพากร และเชื่อว่าการมีใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อบุคคลมันคือเรื่องปกติของสังคมไทย จะเป็นชื่อใครล่ะครับในเมื่อบัญชีเป็นชื่อผม แต่ผมก็ได้ขอไปแก้กับทางวัดแล้วนะครับ ขอให้ท่านเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เชษฐวุฒิ วัชรคุณ และครอบครัวช่องส่องผี รวมถึงเขียนกำกับด้วยว่า จะไม่นำใบอนุโมทนาบัตรนี้ไปใช้ประโยชน์ทางการลดหย่อนภาษีไม่ว่าใดๆ ก็ตาม

 

 

          รายการช่องส่องผี คือรายการที่นำเสนอเรื่องบาปบุญคุณโทษ หลายคนบอกว่ามันเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ อันนี้ผมก็บอกตลอดทั้งเทปว่าประวัติศาสตร์เป็นแบบนั้นแบบนี้ตามที่ผมศึกษามา แต่สิ่งที่เราจะนำเสนอนั้นมันคือมุมมองของเรา ซึ่งผมก็ต้องขอโทษด้วย ขอโทษจริงๆ ที่มันไปกระทบความเชื่อส่วนบุคคลของใครก็แล้วแต่ สำหรับเรื่องเหรียญเราขายครับ สื่อทุกสื่อผมถามหน่อยคุณมีสปอนเซอร์ไหมครับ คุณต้องใช้เงินไหมครับ คุณต้องใช้ปัจจัยไหมครับ เหรียญขายจริงๆ ครับ อันไหนเราขายเราก็บอกว่าขาย  แต่ที่คนมาบอกว่าราคาเป็นหมื่น จริงๆ เราขายกันแค่ 299 บาท

          ผมไม่ได้ตั้งใจทำรายการเพื่อรับบริจาคเงิน ผมไม่ได้เรี่ยไรเลยว่าทุกคนต้องเท่านั้น ไม่ต้องกังวลเลยครับว่าจะมีการโกง ลวงโลก ไม่ต้องห่วงเลยครับว่าผมจะทำแบบนั้น เพราะว่าสรรพากรจะรู้อยู่แล้วว่าบัญชีของใครเป็นอะไรยังไง ข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งไปให้สรรพากรอยู่แล้วครับ อย่างล่าสุดมีข่าวออกมาว่าผมโดนหนังสือบุกรุกของกรมศิลปากร  วันนี้ผมเอาเอกสารมาครับ ชื่อเรื่องเขาระบุว่า ขอแจ้งการใช้สถานที่ภายในเขตโบราณสถาน นี่คือการบุกรุกเหรอครับ

          อย่างบัญชีที่รับบริจาค คือบัญชีที่อยู่ในกองเดียวกัน 25 ล้าน มันมีทั้ง กฐินวัดแก้วฟ้า มีทั้งสถู๊ปพระเจ้าตาก มีทั้งทำบุญเด็ก มีทั้งผ้าป่าวัดมโนภิรมย์ มีทั้งกองทุนโควิด-19 เลยเป็นยอด 25 ล้านบาท ผมถึงได้บอกว่าแม้มันมากองรวมกัน แต่ว่าตอนปิดยอดของแต่ละโครงการตัวเลขมันตรงนะ คุณสามารถไปย้อนดูได้ ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ ยืนยันครับว่าไม่มีการนำเอาไปใช้ส่วนตัวแน่นอน ถ้าทำผมไม่มีที่ยืนแน่นอนครับ เพราะขนาดตอนนี้ผมไม่ได้ทำ ผมยังแทบจะไม่มีที่ยืนเลย”

 

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @ buay65

ดูข่าวต้นฉบับ