บิ๊กทหารโต้ฮุบคฤหาสน์ 70 ล้าน ของ“ไฮโซบี” ยันมีคำสั่งศาลชัด จ่อเอาผิดแฉใส่ร้าย (คลิป)

Amarin TV เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 19.01 น.
บิ๊กทหารโต้ฮุบคฤหาสน์ 70 ล้าน ของ“ไฮโซบี” ยันมีคำสั่งศาลชัด จ่อเอาผิดแฉใส่ร้าย (คลิป)
จากกรณี น.ส.พิมพ์นรี โหตะไวทยากร อายุ 33 ปี หรือ ไฮโซบี แห่งร้านเพชรจารุเพชรรังสรรค์ ได้ร้องเรียนต่อสื่อว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา มีช

จากกรณี น.ส.พิมพ์นรี โหตะไวทยากร อายุ 33 ปี หรือ ไฮโซบี แห่งร้านเพชรจารุเพชรรังสรรค์ ได้ร้องเรียนต่อสื่อว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา มีชายฉกรรจ์หลายสิบนาย มาบุกบ้านซึ่งตอนนั้นตนไม่อยู่บ้าน แม่บ้านจึงเปิดบ้านให้ จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ ได้ทำการเปลี่ยนลูกกุญแจบ้านทั้งหมด จนตนเองและน้องสาวเข้าบ้านไม่ได้ จึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บางศรีเมือง

กลุ่มชายฉกรรจ์บุกบ้าน

ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้สอบถามกับน.ส.พิมพ์นรี เล่าว่า เมื่อปี 2541 พี่ชายของแม่ ได้พาอดีตบิ๊กทหารคนหนึ่ง มาให้ทุกคนในบ้านรู้จัก จนกลายเป็นความสนิทสนมในครอบครัว ต่อมา คุณพ่อคุณแม่ของตนก็หย่าร้าง นายทหารคนดังกล่าวก็มาสนิทกับคุณแม่ ไปไหนมาไหนด้วยกัน มีการไปมาหาสู่กับแม่และนอนค้างคืนที่บ้านเป็นครั้งคราว ในปี 2549 แม่ไปถูกใจที่ดินแปลงหนึ่งในจำนวน 4 ไร่กว่า ในซอยวัดบ่างกร่าง นนทบุรี จึงตัดสินใจซื้อที่ดินมาในราคา 17,500,000 บาท แต่เมื่อถมที่พร้อมปลูกบ้านตกแต่งทั้งหมด 40 ล้านบาท ซึ่งทั้งบ้านและชื่อโฉนด ล้วนแต่เป็นของแม่คนเดียว แต่ในขณะนั้น แม่กำลังคบหากับอดีตบิ๊กทหารคนนี้ ทั้งที่ฝ่ายชายก็มีครอบครัว

น.ส.พิมพ์นรี โหตะไวทยากร เจ้าของร้านเพชรจารุเพชรรังสรรค์

ต่อมา ปี 2559 คุณแม่ป่วย จึงมีการทำนิติกรรม โอนที่ดินให้เป็นชื่อของตน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตนและน้องจึงมาพักที่บ้านหลังนี้ มีพ่อมาพักด้วย จนกระทั่งเมื่อ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีชายฉกรรจ์ที่อ้างว่า รับคำสั่งมาจากอดีตบิ๊กทหาร ให้เข้ามาที่บ้านในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้ครองกรรมสิทธิ์ร่วม ตนจึงต้องไปแจ้งความ ก่อนหน้านี้ แม่ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ นายทหารก็ไม่มาเหลียวแล มีแต่พ่อที่มาดูใจแม่จนถึงนาทีสุดท้าย

ภาพลำดับเหตุการณ์

และตนยืนยันว่า บ้านหลังนี้แม่มอบให้ก่อนเสียชีวิต แต่นายทหารคนนี้กลับบอกว่ามีส่วนในบ้านหลังนี้ อีกทั้งก่อนเสียชีวิต นายทหารยังแสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสมต่อตนและน้องสาว จนแม่ของตนต้องตัดสัมพันธ์กับนายทหาร ไปนานกว่า 3 ปี แล้ว แต่อยู่ดีๆมาอ้างสิทธิ์ในบ้านหลังนี้

ภาพลำดับเหตุการณ์

จากนั้นทีมข่าวได้สอบถามนายสอง (นามสมมุติ) คนสวนภายในบ้าน เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่ 1 ชั่วโมง ตนและพ่ออยู่ในบ้านกันแค่สองคนเท่านั้น ยืนยันว่าตั้งแต่มาถึงตนยังไม่เห็นว่ามีทหารท่านใดหรือใครเข้ามาที่บ้านหลังนี้ ต่อมาทีมข่าวได้โทรไปสอบถามกับตำรวจ สภ.บางศรีเมือง ทราบว่า ทางเจ้าหน้าก็ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลถึงเรื่องดังกล่าวได้

ทีมข่าวสอบถาม นายสอง

ด้านอดีตบิ๊กทหารที่ถูกพาดพิงถึงเรื่องดังกล่าว เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ทราบเรื่องจากข่าวแล้วส่วนตัวไม่มีความกังวลอะไรและเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับน.ส.พิมพ์นรี กรณีให้ข้อความอันเป็นเท็จ เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏตามข่าวไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าตนทำตามคำสั่งศาลที่เคยฟ้องร้องไว้เมื่อ 3 ปีก่อน เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้าน ซึ่งศาลมีคำสั่งยืนยันแล้วว่ากรรมสิทธิ์บ้านเป็นของตน เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

https://youtu.be/JSw7Km6wwpI

ดูข่าวต้นฉบับ