บินสบาย จ่ายสะดวก สู่ “กัมพูชา-สปป.ลาว-เมียนมา-เวียดนาม”

Manager Online เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 05.37 น. • MGR Online

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้มีการจับมือกันของ กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที : CLMVT ได้แก่ กัมพูชา (Cambodia) สปป.ลาว (Lao P.D.R.) เมียนมา (Myanmar) เวียดนาม (Vietnam) และไทย (Thailand) เพื่อผสานพลังเสริมศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลของทุกประเทศภายในกลุ่ม CLMVT ต่างส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยว ของทั้ง 5 ประเทศ ที่แต่ละแห่งล้วนมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย พร้อมกันนี้ การบินไทยและไทยสมายล์ ยังได้จัดแคมเปญพิเศษ “Travel card CLMVT” เพื่อตอบรับแนวนโยบาย เพียงบัตรเดียวสามารถสำรองเที่ยวบินได้ทั้ง การบินไทย และไทยสมายล์ จากกรุงเทพฯ ไปได้ทั่วกลุ่มประเทศ CLMVT โดยบัตร “Travel card CLMVT” ราคาเพียงชุดละ 8,060 บาท เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562 เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2563 (ยกเว้น วันที่ 25 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 และ 10 - 15 เมษายน 2563)

โอกาสนี้ เราลองมาสำรวจจุดเช็คอิน หรือแลนด์มาร์ก กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ว่าอีก 4 ประเทศ (กัมพูชา-สปป.ลาว-เมียนมา-เวียดนาม) ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหน ไม่ควรพลาดบ้าง

กัมพูชา (Cambodia)ประเทศเพื่อนบ้านที่น่าไปเที่ยว ซึ่งไม่ได้มีแลนด์มาร์กเฉพาะ "นครวัด" เท่านั้น เพราะกัมพูชายังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม น่าสนใจอีกมากมาย โดยเริ่มจาก พนมเปญ (Phnom penh) มีสถานที่เด่นๆ อาทิ พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล (Royal Palace Of Phnom penh) เป็นพระราชวังเก่าแก่ของพระมหากษัตริย์กัมพูชา สร้างในปี 1866 ปัจจุบัน เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระราชวังมีการออกแบบในแบบสถาปัตยกรรมเขมร ผสมผสานกับศิลปะแบบฝรั่งเศส เมืองพระสีหนุ (Sihanoukville) เมืองริมทะเลที่ได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้ฉายาว่ามัลดีฟส์แห่งกัมพูชา อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงพนมเปญ โดดเด่นด้วยชายหาดขาวสวยสะอาด บรรยากาศสงบ ทั้งยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่กลางทะเลอีกกว่า 10 เกาะ แต่ละเกาะก็มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะเกาะรง น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าคริสตัลสวยใส ตลาดใหม่ (Central Market) หรือตลาดพซาทะไม (Psah Thom Thmey) เป็นตลาดใหญ่และสำคัญที่สุด โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดคโคสีเหลืองสดใส สร้างตั้งแต่ปี 1937 จำหน่ายทั้งสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, จิวเวลรี่, ทอง รวมถึงร้านอาหารพื้นเมือง, อาหารทะเล, ผัก-ผลไม้ท้องถิ่น

มาที่ เมืองเสียมราฐ (Siem Reap) กันบ้าง อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีสถานที่สำคัญ อาทิ นครธม (Angkor Thom) อยู่ทางเหนือของนครวัด เดิมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายของอาณาจักรขอม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีลักษณะเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยม มีคูน้ำล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน นครวัด (Angkor Wat) ศาสนสถานที่สำคัญของกัมพูชา และได้กลายเป็นสถานที่สำคัญของโลกไปแล้ว เพราะมีประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง สร้างขึ้นต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 มีสถาปัตยกรรมแบบขอมสมัยรุ่งเรือง สร้างขึ้นด้วยหินทรายก้อนใหญ่เกือบ 10 ล้านก้อน แต่ละก้อนหนักราว 1.5 ตัน ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm Temple) ปรากฏในหนังดังหลายเรื่อง ที่นี่ซ่อนความอลังการอยู่ในป่าที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ครึ้ม รากไม้ทำให้ปราสาทปรักหักพังโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทะเลสาบโตนเล (Tonlé Sap) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายคนมาที่นี่เพื่อไปชมดวงอาทิตย์ตกที่โตนเลสาบ และชมวิถีชีวิตชาวประมงที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ในบ้านไม้บนเสาไม้สูงๆ ที่ปักลงในน้ำและค้าขายกันทางเรือ

สปป.ลาว (Lao P.D.R)สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศเพื่อนบ้าน ที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยและเป็นประเทศที่น่าเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง เพราะเดินทางไปเที่ยวได้ง่ายหลายเส้นทาง ทั้งทางรถ ทางเรือ และทางเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายไม่สูง ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เต็มไปด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ สงบและเรียบง่าย ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก เริ่มจาก เวียงจันทน์ (Vientiane) มีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น ประตูชัย อนุสรณ์สถานที่ระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ สร้างเสร็จ พ.ศ.2512 ที่นี่ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการมาเที่ยวเวียงจันทน์ นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปสวยๆ ที่นี่ ประตูชัยล้อมรอบด้วยสวนสวย น้ำพุ และดอกไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และสามารถขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อดูวิวรอบๆ ได้ด้วย พระธาตุหลวง หรือพระเจดีย์โลกะจุฬามณี ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประตูชัย หากไปเที่ยวเวียงจันทน์ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชม เป็นโบราณสถานอายุนับพันปี ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของลาว หอพระแก้ว ที่นี่เคยเป็นวัดที่ประดิษฐานของ พระแก้วมรกต ในอดีต ซึ่งปัจจุบัน พระแก้วมรกต นั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ในประเทศไทย แต่เดิมหอพระแก้ว เคยเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว สร้างขึ้นโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

แขวง หลวงพระบาง (Louang phrabang) ที่แรกต้องไปคือ วัดเชียงทอง วัดเก่าแก่ที่สำคัญ และสวยงามที่สุด อยู่คู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางมาหลายร้อยปี สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชผู้ครองราชอาณาจักร ล้านช้าง-ล้านนา โดดเด่นด้วยบานประตูแกะสลัก พระอุโบสถ (สิม) โรงเมี้ยนโกศ และหอไหว้ ถูกยกให้เป็น “อัญมณีของศิลปะล้านช้าง” สุดยอดสถาปัตยกรรมที่สวยงามเหนือกาลเวลา พระราชวังหลวงพระบาง หรือ พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง เป็นหมู่อาคารชั้นเดียว พื้นยกสูง มีความงดงามลงตัวของศิลปะยุคอาณานิคมผสมผสานศิลปะล้านช้าง สร้างในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของลาว ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลได้เปลี่ยนพระราชวังหลวงมาเป็นหอพิพิธภัณฑ์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม จากนั้นไปชิลล์กันต่อที่ น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกหินปูนที่มีความสูงกว่า 70 เมตร แอ่งน้ำสีเขียวมรกต รายล้อมด้วยป่าไม้ งดงามราวกับอยู่ในความฝัน ทั้งยังมีกิจกรรมให้สนุกมากมาย

เมียนมา (Myanmar)เมื่อพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เมียนมา ส่วนใหญ่มักนึกถึงการไปไหว้พระ แต่แท้จริงเมียนมายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เริ่มจาก กรุงย่างกุ้ง (Yangon) มีไฮไลต์ อาทิ มหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda, Yangon) ที่ชาวเมียนมาเคารพสักการะสูงสุด มีประวัติยาวนานกว่า 2000 ปี “ชเวดากอง” แปลว่า “เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง” โดยมีที่มาว่า พระมหากษัตริย์ของเมียนมาและมอญที่จะขึ้นครองราชบัลลังก์ จะต้องถวายทองคำหนักเท่าน้ำหนักของพระองค์เอง เพื่อนำมาห่อหุ้มองค์พระเจดีย์ ตลาดโบ-ยก อองซาน (Bogyoke Aung San Market) ตลาดใหญ่ที่สุดในย่างกุ้ง คล้ายตลาดจตุจักรบ้านเรา เป็นแหล่งรวมของฝากนานาชนิด มีร้านค้าถึง 2,000 ร้าน รวมสินค้าหลากหลาย

มาที่ เมืองมัณฑะเลย กันบ้าง เริ่มที่ สะพานอูเบ็ง (U Bein Bridge) สะพานไม้อายุกว่า 200 ปี สร้างขึ้นด้วยไม้สักเหลือจากการรื้อพระราชวังเก่าของกรุงอังวะ ความยาว 1.2 กิโลเมตร ทั้งเก่าแก่และถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกด้วย ใช้เพื่อข้ามทะเลสาบตองตะมาน ไปยังเจดีย์เจ๊าตอว์กยี สามารถลงไปล่องเรือท้องถิ่น รอชมดวงอาทิตย์ตกกลางน้ำได้ด้วย เป็นบรรยากาศเรียบง่าย ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ชวนประทับใจ ทะเลสาบอินเล (Inle Lake) ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า เป็นดั่งกระจกเงาสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันงดงามของหมู่บ้านเล็กๆ ริมเขื่อนที่สร้างด้วยมือและคลองที่ใช้คนขุด ที่นี่ยังคงรักษาประเพณีเก่าแก่ (รวมทั้งชาวประมงที่พายเรือด้วยเท้าข้างเดียว) บรรยากาศเงียบสงบ และการค้าแบบดั้งเดิม Yangon Zay เป็นตลาดให้เลือกชิมอาหารอร่อย เลือกซื้อสินค้าจากเมียนมา แหล่งรวมของชาวสวน ชาวไร่ ที่นำวัตถุดิบในท้องถิ่นมีคุณภาพมาออกร้าน ให้เดินเล่นลิ้มรสอาหารที่ใส่ใจอย่างพิถีพิถัน ทั้งยังเป็นตลาดแนว Eco ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เวียดนาม (Vietnam)

เวียดนาม (Vietnam) หรือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความงดงาม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกหลายแห่ง เริ่มกันที่ ฮานอย (Hanoi) เมืองหลวง ที่มีเสน่ห์ตรงที่เป็นแหล่งรวมทุกสิ่ง อากาศเย็นสบาย มีที่เที่ยว อาทิ พระราชวังเว้ (Complex of Hue Monuments) พระราชวังของราชวงศ์เหงียน (Nguyen Dynasty) ซึ่งยังคงหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 19 นอกจากจะเป็นพระราชวังที่ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ยังมีทิวทัศน์ที่งดงามไม่แพ้กัน จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อุทยานแห่งชาติ (Phong Nha-Ke Bang) โดดเด่นทางธรรมชาติและธรณีวิทยา เพราะมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยยุคน้ำแข็ง หรือประมาณ 464 ล้านปีที่แล้ว และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในอุทยานมีถ้ำมากกว่า 300 ถ้ำ และปกคลุมไปด้วยป่าไม้เขตร้อน อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ของพันธุ์สัตว์ เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพ จนยูเนสโกต้องยกย่องให้เป็นมรดกโลก พระราชวังทังลอง (Imperial Citadel of Thang Long) สร้างขึ้นด้วยหินทั้งหมด ซึ่งเป็นสมบัติของราชวงศ์ Ho สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1379 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม เพราะเป็นพระราชวังหินแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Old Town) เมืองขนาดเล็กตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลจีนใต้ ชาวบ้านยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม อีกทั้งภายในเมืองยังมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า มีอาคารต่าง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมทั้งตะวันตกและตะวันออก จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกเช่นกัน

มาต่อที่ โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City) เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส มีการขยายวัฒนธรรมเข้ามาสู่โฮจิมินห์ในช่วงนั้น ตึกและอาคารสำคัญต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นในสไตล์โคโลเนียล ทำให้ทั้งเมืองมีบรรยากาศคล้ายกับยุโรป มีสถานที่ต้องเที่ยว อาทิ สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh's Mausoleum) ภายในมีโลงแก้วบรรจุร่างของ โฮจิมินห์ หรืออดีตนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี แต่คนเวียดนามมักเรียกกันว่า "ลุงโฮ" รูปแบบสถาปัตยกรรมยึดโมเดลมาจากอนุสาวรีย์บรรจุศพของ วลาดีมีร์ เลนิน ในประเทศรัสเซีย อุโมงค์กู๋จี (Cu Chi Tunnels) มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ใช้เป็นที่หลบภัยจากระเบิด ที่สำหรับประชุมของกองกำลังเวียดกงในสมัยที่รบกับสหรัฐอเมริกาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยว อ่านมาถึงตรงนี้ เดาได้เลยว่าหลายคนคงแทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะบินไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านกันแล้ว และวันนี้ “การบินไทย” สายการบินแห่งชาติ และสายการบินไทยสมายล์ ทำให้การบินตรง ไปประเทศ CLMVT นั้นแสนง่าย สะดวกสบาย ราคาสบายกระเป๋า จากกรุงเทพฯ สู่ 4 ประเทศ แลนดิ้ง 8 จุดบิน ได้แก่ กัมพูชา (พนมเปญ, เสียมราฐ), สปป.ลาว (เวียงจันทน์, หลวงพระบาง), เมียนมา (ย่างกุ้ง, มัณฑะเลย์), เวียดนาม (ฮานอย, โฮจิมินห์) ด้วยบัตร “Travel card CLMVT” ราคาเพียงชุดละ 8,060 บาท (บัตรโดยสารเที่ยวเดียว จำนวน 4 ฉบับ) เปิดจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2562 เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่ 11 พฤศจิกายน 2562 ถึง 31 พฤษภาคม 2563 (ยกเว้น วันที่ 25 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 และ 10 - 15เมษายน 2563) สามารถสำรองเที่ยวบินไปยังประเทศ CLMVT รายละเอียดเพิ่มเติม เพียงคลิก http://bit.ly/35aVGE8

ดูข่าวต้นฉบับ