บาลานซ์ชีวิต เมื่อยังติดโซเชียลมีเดีย

Health Addict อัพเดต 20 ก.ย 2562 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2562 เวลา 09.04 น. • Health Addict
ยังไม่มีใครสรุปได้แน่ชัดว่า… เราควรใช้เวลาอยู่ในโลกโซเชียลวันละหรือสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงดี แต่ถ้าเรามีสติพอ เราก็เพียงแค่ใช้พื้นฐานความรู้สึกของตัวเราและหาบาลานซ์ให้เจอ ไม่แน่ว่าสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพการเงินของเราอาจดีขึ้นกว่าที่เป็น

ยังไม่มีใครสรุปได้แน่ชัดว่า… เราควรใช้เวลาอยู่ในโลกโซเชียลวันละหรือสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงดี
แต่ถ้าเรามีสติพอ เราก็เพียงแค่ใช้พื้นฐานความรู้สึกของตัวเรา ลองนึกถึงว่า ถ้าเราวางโทรศัพท์ลง แล้วหันไปใช้เวลากับเพื่อน กับครอบครัว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างการอ่านหนังสือ เล่นกีฬา ทำความสะอาดบ้าน และที่สำคัญที่สุด ก็คือการพัฒนาความรู้ความสามารถ ทำงานให้ดี ให้มีความก้าวหน้า มันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นแค่ไหน ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพการเงิน
สุขภาพ 3 ด้านที่ลดลงหากยังงงกับการบาลานซ์
การได้เห็นเพื่อนหรือคนในโซเชียลอัพภาพสวยๆ ใน Instgram เหตุการณ์สำคัญๆ ของชีวิตใน Facebook ไม่ว่าจะเป็นการไปกินร้านหรูๆ เที่ยวต่างประเทศ ซื้อแบนด์เนมใหม่ มือถือรุ่นล่าสุด รถป้ายแดง ซีนขอแต่งงาน ซึ่งทุกครั้งที่คุณเห็น คุณก็จะทำการเปรียบเทียบในใจ
สิ่งที่เห็น จะทำให้คุณนึกย้อนมาดู Feed ของตัวเองว่าห่างจากเรื่องราวดีๆ ที่น่าโชว์แบบนี้ไปนานเท่าไหร่แล้ว เมื่อมันไม่มี ก็จะรู้สึกได้ถึงการเปรียบเทียบ เกิดความรู้สึกหดหู่จนต้องพยายามหาอะไรใหม่ๆ มาอัพเดตชีวิตโซเซียลบ้าง ซึ่งนั่นจะทำให้คุณเสียเวลาและโอกาสในการดูแล #สุขภาพกาย และมี #สุขภาพจิต ที่แย่ลงเพียงเพราะอยาก “มีตัวตนที่ดูดีในโลกโซเชียล” สุดท้ายก็จะพาให้เสีย #สุขภาพการเงิน ที่ต้องซื้อต้องจ่ายอะไรสักอย่างเพื่อสนอง Need และเอามันมาอัพเดตให้โลกได้เห็น
คุณอยากเห็นโลก หรืออยากให้โลกเห็นคุณ
เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลมีเดีย มักนำเราไปสู่การเปรียบเทียบ เมื่อคุณมองเห็นชีวิตดีๆ ของคนอื่นตลอดเวลา มันง่ายมากที่จะทำให้คุณคิดไปว่า ทำไมชีวิตของพวกเขาดี๊ดีย์ หล่อ รวย สวย เจ๋ง คูล ซึ่งต่างจากคุณ หากคุณลดเวลากับการเสพสิ่งเหล่านี้ได้ คุณจะมีเวลามากขึ้นในการอยู่กับโลกความเป็นจริง และตระหนักได้ว่า ชีวิตเราไม่ได้แย่ โลกจะเห็นคุณเอง โดยเฉพาะโลกแห่งความเป็นจริงที่มีทั้งครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก แถมคุณยังสามารถ….
#มีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตได้บ่อยขึ้น และเห็นว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นสำคัญและมีค่าเสมอ
โดยไม่จำเป็นต้องอัพอะไรลงโซเชียล
#มีเวลาใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ที่ช่วยลดความรู้สึกเหงา อ้างว้าง หดหู่
โดยไม่ต้องอยากให้ใครก็ไม่รู้มาสนใจคุณ
#ไม่ต้องวิ่งตามอะไรบางอย่างที่จริงๆ แล้ว ก็ไม่ใช่สิ่งที่อยากเป็น อยากมี หรืออยากเห็นตั้งแต่แรก
และชีวิตจริงของคุณก็ไม่ได้ขาดอะไร ไม่เห็นจะต้องมีชีวิตแบบคนบนโซเชียลเลย
ไม่ถึงกับต้องลบออก แค่บาลานซ์มันให้เป็น
เพราะโลกโซเซียลมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้จักใช้มันหรือไม่ การไม่ติดตาม ติดต่อ หรือเลิกใช้โซเชียลมีเดียไปเลยอาจทำให้คุณเสียโอกาสและพลาดสิ่งดีๆ หลายอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ใหม่ๆ นิทรรศการหรืออีเว้นต์ที่น่าสนใจ นวัตกรรมและความเป็นไปของสังคมโลก ดังนั้น สิ่งที่น่าจะลองทำก็คือการหาบาลานซ์ให้เจอว่า…  คุณควรจะใช้เวลากับมันเท่าไหร่ และอะไรเป็นเพจ เป็นเว็บไซต์ที่เราสนใจและมีประโยชน์จริง และแพลตฟอร์มไหนที่ไม่รบกวนชีวิตเราเกินไป
 
เมื่ออยู่กับโลกโซเชียลได้ทุกวัน ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงินในกระเป๋าของคุณทุกๆ วันด้วย เพราะในโลกโซเชียลล้วนเต็มไปด้วย "ภาพจริงที่เกินจริง" คุณจึงควรดึงชีวิตจริงของคุณกลับมาและอยู่กับมันอย่างมีคุณภาพจริงๆ ซะที…
 

ดูข่าวต้นฉบับ