บทสวดมนต์เสริมสิริมงคลให้ชีวิต

LINE TODAY เผยแพร่ 02 ม.ค. 2562 เวลา 11.49 น.

การสวดมนต์ คือการกล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็คือการสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และมนต์ของพระพุทธเจ้าโดยเมื่อครั้งพุทธกาล ยังไม่ได้มีการสวดมนต์เช่นทุกวันนี้ แต่เป็นการฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จากนั้นเหล่าพระสงฆ์จะ แบ่งกลุ่มกันจำพระพุทธวจนะของพระพุทธเจ้า ซึ่งก็คือที่มาของการสวดมนต์ในทุกวันนี้นั่นเอง

อย่างที่รู้กันว่าบทสวดมนต์คือคำศักดิ์สิทธิ์ บทสวดแต่ละบทเรียกว่า “พระปริตร” แปลว่า เครื่องคุ้มครองอันประเสริฐ ซึ่งแต่ละบทประกอบด้วย คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บทสรรเสริญคุณแห่งพระรัตนตรัย บทอวยชัยให้พร ที่เกิดขึ้นจากพระโอษฐ์และสติปัญญาอันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่การสวดมนต์จะช่วยเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตได้ด้วย 

คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ

บทกราบพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

นมัสการพระพุทธเจ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

สมาทานศีล 5

ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

บทสรรเสริญพระพุทธคุณ

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชา จะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู

อนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ สัตถา

เทวมนุสสานัง พุทโธภะคะวาติ

บทสรรเสริญพระธรรมคุณ

สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม

สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก

โอปะนะยิโก ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิติ

บทสรรเสริญพระสังฆคุณ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ยะทิทังจัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

บทมงคลสูตร (ป้องกันอันตราย ให้ชีวิตประสบแต่ความสุข ความเจริญ)

เอวัมเม สุตัง ฯ

เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน

อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม อะถะโข อัญญะตะรา เทวะตา

อะภิกกันตายะ รัตติยา อภิกกันตะวัณณา

เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตะวา

เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะมิ

อุปะสังกะมิตะวา ภะคะวันตัง อภิวาเทตะวา

เอกะมันตัง อัฏฐาสิ เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา

ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ

(พะหู เทวา มะนุสสา จะ มัคะลานิ อะจินตะยุง

อากังขะมานา โสตถานัง พรูหิ มังคะละมุตตะมัง)

อะเสวะนา จะ พาลานัง 

ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา

ปูชา จะ ปูชะนียานัง 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ 

ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา

อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ 

วินะโย จะ สุสิกขิโต

สุภาสิตา จะ ยา วาจา 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

มาตาปิตุอุปัฏฐานัง 

ปุตตะทารัสสะ สังคะโห

อะนากุลา จะ กัมมันตา 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ 

ญาตะกานัญจะ สังคะโห

อะนะวัชชานิ กัมมานิ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

อาระตี วิระตี ปาปา 

มัชชะปานา จะ สัญญะโม

อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

คาระโว จะ นิวาโต จะ 

สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา

กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ขันตี จะ โสวะจัสสะตา 

สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง

กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ตะโป จะ พรัหมะจะริยัญจะ 

อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง

นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ 

จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ

อะโสกัง วิระชัง เขมัง 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

เอตาทิสานิ กัตวานะ 

สัพพัตถะมะปะราชิตา

สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง 

มังคะละมุตตะมันติฯ

(คำแปล)

บทสวดโพชฌังคปริตร (ขจัดโรคร้าย)

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา

วิริยัมปีติปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร

สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเต เต สัพพะทัสสินา

มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตกา พะหุลีกะตา

สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต สัพพะทาฯ

เอกัสะมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง

คิลาเน ทุกขิเต ทิสะวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ

เต จะ ตัง อะภินันทิตะวา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

เอะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต

จุนทัตเถเรนะ ตัญเญนะ ภะนาเปตะวานะ สาทะรัง

สัมโมทิตะวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหนตุ สัพพะทาฯ

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง

มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

(คำแปล)

บทชัยมงคลคาถา (พบเจอแต่ชัยชนะ)

พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง

ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง

ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง

อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ

สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง

ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมังวิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที

หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญฯ

(คำแปล)

บทแผ่เมตตา (สำหรับตัวเอง)

อะหัง สุขิโต โหมิ 

อะหัง นิททุกโข โหมิ 

อะหัง อะเวโร โหมิ 

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ 

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ 

(คำแปล)

บทแผ่เมตตาทั่วไป

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวราโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพยาปัชฌาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น เถิดฯ