น้ำเสียงชวนหลงใหล กับการเป็นผู้หญิงที่ใส่ใจความรู้สึกตัวเองของ Raveena

The MATTER เผยแพร่ 18 พ.ค. 2562 เวลา 10.07 น. • Rave

Raveena Aurora คือนักร้องอเมริกาลูกครึ่งอินเดียที่มาพร้อมกับน้ำเสียงนุ่มนวลชวนหลงใหล ดนตรีลื่นหูฟังสบายสไตล์ R&B และเนื้อเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของผู้หญิง เธอใช้เพลงสื่อสารกับคนฟัง เพื่อบอกว่าการรักและใส่ใจความรู้สึกของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ

ราวีนาอยากให้ทุกคนตามหาเสียงของตัวเองให้เจอ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เติบโตในต่างแดนเช่นเธอ

เพลงของราวีนามีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายๆ ตั้งแต่แรกฟัง เพลงมีท่วงทำนองเรียบง่ายในแบบ R&B และไม่ต้องใช้องค์ประกอบมากนัก มีเพียงเสียงเคล้าคลอกันไปของกีตาร์และคีย์บอร์ด ตามด้วยจังหวะกลองที่ไม่ได้รีบเร่งไปไหน เป็นเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการฟังในวันหยุดพักผ่อน หรือเช้าวันทำงานเพื่อเรียกพลังก่อนไปเจอกับเรื่องหนักๆ

ซาวด์เพลงเองยังให้ความรู้สึกชวนนึกภาพความทรงจำ และความสัมพันธ์เก่าๆ โดยมีกลิ่นอายของความเป็น R&B ผสมดนตรีแนวป๊อปที่ตัวราวีนาเองได้รับอิทธิพลมาสมัยยังเป็นเด็ก เธออธิบายสไตล์เพลงของเธอว่า เป็นเหมือนภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง อบอุ่น เต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ และเติมเต็มความรู้สึก ซึ่งเอาแรงบันดาลใจมาจากเพลงยุค 70s และ 90s เช่น D’Angelo และ Aaliyah

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกเพลงมีความพิเศษ มีมนต์เสน่ห์ชวนฟัง ถึงกับต้องกดปุ่มเพลย์ซ้ำๆ คือตัวราวีนาเอง เธอมีน้ำเสียงชัดใสแต่ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจ เป็นเสียงขับกล่อมอันนุ่มนวลในโทนเสียงที่ไม่เบาหวิวเกินไปจนเหมือนเสียงกระซิบ ราวีนาร้องเพลงได้อย่างน่าทึ่งและเสียงของเธอก็เรียบลื่น ผสานได้อย่างลงตัวไปกับดนตรี

น้ำเสียงเฉพาะตัวไม่ใช่อะไรที่จะได้มาง่ายๆ ราวีนาใช้เวลาตามหาเสียงร้องที่เหมาะตัวเองมานานหลายปี และมันเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตในวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมรากเหง้า

ราวีนา ออร์โรรา เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน ปี 1994 บนผืนดินรัฐคอนเนตทิคัต ถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวเชื้อสายอินเดียผู้นับถือศาสนาซิกข์ ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาเป็นสัญชาติอเมริกาตั้งแต่ก่อนเธอเกิด ราวีนาคือลูกหลานของครอบครัวรุ่นแรกที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา—เกิดมาอย่างแตกต่างในดินแดนที่แตกต่าง

แน่นอนว่า การใช้ชีวิตในฐานะลูกครึ่งอินเดียท่ามกลางคนผิวขาวเป็นเรื่องลำบากทีเดียว ด้วยรูปกายภายนอกที่แปลกแยกจากคนอื่น ราวีนาจึงได้รับการตอบรับในฐานะคนนอก นั่นทำให้เธอเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว “การร้องเพลงและการเขียนเป็นหนทางหลบหนีของฉัน เป็นพื้นที่ที่ฉันจะได้สัมผัสถึงความปลอดภัยและความหมายของชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเวลาเศร้าและโหดร้าย การเป็นลูกหลานของพ่อแม่ที่ต่อสู้มาอย่างหนัก เทียบกับเพื่อนร่วมห้องที่ครอบครัวของพวกเขาอยู่ที่นี่กันมาหลายรุ่นแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย มันมีทั้งแรงกดดันและความสับสนจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้คุณต้องหาหนทางคุณเอง” ราวีนาบอกถึงวัยเด็กวัยเด็กที่ดูจะไม่เรียบง่ายและน่าฟังเหมือนในเพลง

สถานะคนต่างถิ่นนับว่าหนักหนาแล้ว สถานะทางเพศของเธอก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เธอต้องเผชิญ ราวีนาเล่าให้ฟังว่า “ฉันที่เป็นวัยรุ่นถูกแปะป้ายทางเพศอย่างหนัก พวกผู้ชายพยายามตีตราเรื่องเพศและกีดกันฉันต่างออกไป ซึ่งนั่นมันเจ็บปวดมากๆ โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยผู้ชายผิวขาวกับทัศคติแปลกๆ ต่อผู้หญิงผิวสี พวกเขามองว่าเราเป็นบางอย่างที่น่าทดลอง ไม่ใช่ใครสักคนที่จะได้รับความรัก”

“I said I’d meet you off the freeway, you’re lonely.

You still don’t understand, a woman is holy.”

—If Only, Raveena

นี่เองที่อาจเป็นเหตุผลให้ในหลายๆ เพลงของราวีนามักพูดถึงความเป็นผู้หญิงในแง่มุมที่หลากหลาย ด้วยเนื้อเพลงที่ทั้งให้กำลังใจผู้หญิงด้วยกัน การมองความสัมพันธ์ในฐานะที่ผู้หญิงไม่ใช่คนถูกกดทับ และถึงแม้ว่าความหมายที่ซ่อนไว้ในเพลงของราวีนาจะดูหนัก รวมถึงมีความเป็นเฟมินิสม์สูง แต่ด้วยน้ำเสียงที่ราวีนาตามหาด้วยตัวเองจนเจอ บวกกับดนตรีที่เข้าถึงได้ง่าย คนฟังจึงซึมซับความเข้าใจต่อผู้หญิงในลักษณะที่มีทั้งความอ่อนโยนและเข้มแข็งได้ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ปฏิเสธเนื้อหาเล่านั้นออกไปก่อน

ราวีนาอยากสื่อสารถึงผู้หญิงที่เติบโตหรือต้องเจอกับสถานการณ์คล้ายกับเธอ ต้องการจะบอกกับผู้หญิงผิวสี ไม่ว่าจะสีไหน เชื้อชาติอะไร (women of color) ว่า เราเป็นตัวของตัวเองได้ ไม่ต้องให้ใครมากำหนดว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบไหน ราวีนาแสดงมันออกมาไม่ใช่แค่ผ่านบทเพลง แต่ยังรวมถึงมิวสิกวิดีโอ เช่นในมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Sweet Time’ ที่มีทั้งผู้หญิงผิวดำ หญิงชาวเอเชีย แม้กระทั่งตัวราวีนาเองที่มีเชื้อสายอินเดีย อยู่ในนั้น

เราจะเห็นได้ใน EP อัลบั้มชื่อ ‘Shanti’ ที่ราวีนาพูดถึงการกลับมารักตัวเอง (self-love) มองว่าความสุขและคุณค่าของเรานั้นสำคัญ ไม่จำเป็นจำต้องไปพึ่งพิงกับใคร หรือความสัมพันธ์แบบไหน อย่างในเพลง ‘If Only’ ราวีนาเล่าถึงการออกจากความรักแย่ๆ แบบไม่เจ็บปวด หรือในเพลง ‘Sweet Time’ ที่บอกว่า ตอนนี้ฉันมีช่วงเวลาที่ดี โดยไม่จำเป็นต้องมีใคร

ผู้หญิงมีพลังในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องหามันให้เจอ “ฉันเองก็หวังที่จะให้ตัวเองเป็นแบบอย่างของผู้หญิงที่หลากหลาย และแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงตามหาเสียงของตัวเองได้ เป็นคนที่มีพลัง และมีความฝันได้จริงๆ ถึงแม้โลกหรือสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้” ราวีนาอธิบาย

ใน ‘LUCID’ อัลบัลเดบิวต์ล่าสุด นอกจากเพลง ‘Stronger’ ให้พลังบวกโดยบอกว่าผู้หยิงเองก็เข้มแข็งได้ และอาจจะเข้มแข็งกว่าผู้ชายในบางครั้งด้วย ราวีนายังขยับไปพูดถึงการยอมรับรากเหง้าของตัวเองในเพลง ‘Mama’ มีเนื้อหาเกี่ยวกับแม่ที่ต้องจากบ้านเกิดมาอยู่ต่างแดน มาสร้างครอบครัวใหม่—ซึ่งก็คือแม่ของราวีนา

แต่ไม่ว่าคนฟังจะเป็นใคร ชาย หญิง หรือเพศไหนๆ เพลงของราวีนาก็ยังน่าฟัง เนื้อหาเรื่องความสัมพันธ์ในเพลงเป็นอะไรที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้

วันหยุดพักผ่อนแบบนี้ ถ้าใครกำลังหาเพลงช่วยผ่อนคลาย ปลดปล่อยความเมื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งสัปดาห์ น้ำเสียงของราวีนาก็คุ้มค่าที่จะฟังมากนะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

www.famousbirthdays.com

www.jai-pur.com

www.vogue.com

www.rookiemag.com

outletmag.co

i-d.vice.com

ดูข่าวต้นฉบับ