น้ำปลาคนแบกกุ้ง-หอยเป๋าฮื้อ ของดีเมืองระยอง ใช้กลยุทธ์อะไร ถึงมัดใจลูกค้านานทศวรรษ

เส้นทางเศรษฐี อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 03.45 น.
S__16416778-1024x768
เปิดเส้นทางธุรกิจน้ำปลา 'คนแบกกุ้ง - หอยเป๋าฮื้อ' ใช้กลยุทธ์รสชาติดี มัดใจลูกค้า

น้ำปลาคนแบกกุ้ง-หอยเป๋าฮื้อ ของดีเมืองระยอง ใช้กลยุทธ์อะไร ถึงมัดใจลูกค้านานทศวรรษ

ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองน้ำปลาที่ดีที่สุด สำหรับจังหวัด ‘ระยอง’ เนื่องจากจังหวัดนี้มีชายฝั่งทะเลเป็นแหล่งอาศัยของปลาไส้ตัน หรือปลากะตัก สภาพพื้นทะเลเป็นพื้นทราย ต่างกับทะเลที่อื่นซึ่งเป็นพื้นดินเลน ทำให้ปลาไส้ตันในแถบนี้ไม่มีกลิ่นดิน ฉะนั้นน้ำปลาที่ผลิตได้ จึงมีรสชาติเด็ด อร่อยดั่งคำขวัญระยอง ว่า “ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก”

คุณกวิน ยงสวัสดิกุล เจเนอเรชั่น 3 บริษัท อุตสาหกรรมน้ำปลาระยอง จำกัด ผู้ผลิตน้ำปลา “คนแบกกุ้ง” และ “หอยเป๋าฮื้อ” เล่าว่า กิจการผลิตน้ำปลาของครอบครัว เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2497 โดยคุณพ่อบักเอี่ยม และลูกชาย บุ้งชอ แซ่โซว เริ่มก่อตั้งโรงงานขนาดเล็ก จากนั้นค่อยๆ เติบโต ก้าวสู่การเป็นโรงงานอุตสาหกรรมน้ำปลาแท้ชั้นนำของประเทศในเวลาต่อมา

คุณกวิน เข้ามารับช่วงธุรกิจในปี พ.ศ. 2533 ล้มลุกคลุกคลาน ในช่วงแรกเน้นรับจ้างผลิตน้ำปลา ซึ่งหนึ่งในยี่ห้อที่รับจ้างผลิต ก็คือ คนแบกกุ้ง ต่อมาราวปี พ.ศ. 2550 ซื้อแบรนด์คนแบกกุ้งมาบริหารเอง

“เรารับจ้างผลิตน้ำปลาให้หลายยี่ห้อ รวมถึงคนแบกกุ้ง หลังจากซื้อแบรนด์นี้มา พยายามสร้างเอก ลักษณ์ใหม่ เป็นน้ำปลาคุณภาพสูง สีน้ำตาลใส กลิ่นหอมละมุน รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ใช้ปลาไส้ตันที่ผ่านการบ่มหมักเป็นสูตรลับเฉพาะ คลุกเคล้ากับเกลือ น้ำตาล ปราศจากสารแต่งสี สารกันบูด ผงชูรส ปรุงอาหารได้ทุกเมนู”

หลังจากที่คุณกวินเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว จากที่เคยรับจ้างผลิตน้ำปลา ก็เริ่มหันมาผลิตในแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น นำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาควบคุม กระทั่งรสชาติดี คุณภาพเสถียร ได้มาตรฐาน อาทิ GMP, HACCP และ BRC

ในส่วนของกระบวนการผลิตน้ำปลาหมักธรรมชาติ คุณกวินให้ข้อมูลคร่าวๆ ว่า ใช้ปลากะตัก หมักกับเกลือ ประมาณ 1 ปี จากนั้นนำมากรอง ซึ่งกระบวนการกรองเป็นเทคนิคเฉพาะของแต่ละโรงงาน บางแห่งมีการปรับปรุงกลิ่น และรสชาติ ส่วนขั้นตอนสุดท้าย นำน้ำปลาที่ได้ใส่ในบรรจุภัณฑ์

ตามธรรมชาติถ้าเปิดขวดน้ำปลาแล้วไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน เมื่อน้ำปลาถูกอากาศจะทำให้สภาพเปลี่ยนไป สีจะคล้ำขึ้น กลิ่นจะยิ่งฉุน รสชาติจะยิ่งเค็ม ซึ่งน้ำปลา ตรา คนแบกกุ้ง มีปริมาณปลากะตักมากถึง 66 เปอร์เซ็นต์ ส่วน ตราหอยเป๋าฮื้อ หมักจากปลากะตัก 76 เปอร์เซ็นต์

“ปัจจุบัน โรงงานน้ำปลาของ บริษัท อุตสาหกรรมน้ำปลาระยอง มีพื้นที่ 30 ไร่ พนักงาน 170 คน มีบ่อหมักน้ำปลา 14,000 บ่อ แต่ละบ่อเก็บน้ำปลาได้ 15 คิว หรือราว 15,000 ลิตร”

ทางด้านกำลังการผลิต ปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัท อุตสาหกรรมน้ำปลาระยอง ผลิตน้ำปลาเดือนละ 1.4 ล้านลิตร ปี 2563 ผู้บริหารตั้งเป้าจะผลิต 1.7 ล้านลิตรต่อเดือน ปัจจุบัน 75 เปอร์เซ็นต์สินค้าจำ หน่ายในประเทศ อีก 25 เปอร์เซ็นต์ส่งออกตลาดยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน กัมพูชา เมียนมา  ในส่วนมูลค่าตลาดรวมน้ำปลาในประเทศไทยราว 8,000 ล้านบาท

การแข่งขันธุรกิจน้ำปลา ผู้บริหาร ระบุว่า ไม่สูงมาก โรงงานที่ผลิตน้ำปลาเองรายใหม่ๆ ไม่ค่อยมี ถ้ามีส่วนใหญ่จะจ้างผลิต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ช้า ประมาณ 1 ปี ถึงจะทำเงิน ใช้พื้นที่เป็นจำนวนมาก วัตถุดิบก็น้อยลงอย่าง ‘ปลากะตัก’ ปัจจุบันนำเข้าประเทศกัมพูชา รวมถึงแรงงานที่หายากขึ้นอีกด้วย

คุณกวิน เล่าให้ฟังต่อว่า นับตั้งแต่เกิดและเติบโตมาในครอบครัวผลิตน้ำปลา มองว่า น้ำปลาเป็นความมหัศจรรย์ เกือบทุกเมนูของอาหารล้วนขาดน้ำปลาไม่ได้ น้ำปลาดีช่วยเสริมให้รสชาติอาหารดีขึ้น ซึ่งน้ำปลา 1 ลิตรต้องมีเกลือ 200 กรัม ถึงจะเรียกว่า ‘น้ำปลา’

เผยแพร่เมื่อ วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2563

 

ดูข่าวต้นฉบับ