น้องสาว ‘แชร์แม่นิว’ ขึ้นโรงพักหลังสวน เคลียร์หนี้แทนพี่สาว ลั่นเอาคืนพวกเบี้ยวเงิน

Khaosod อัพเดต 18 พ.ย. 2562 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 11.29 น.
แม่นิว

น้องสาว ‘แชร์แม่นิว’ ขึ้นโรงพักหลังสวน เคลียร์หนี้แทนพี่สาว ลั่นเอาคืนพวกเบี้ยวเงิน

แชร์แม่นิว  / เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ตัวแทนผู้เสียหายจาก “แชร์แม่นิว” จำนวน 5 คนเดินทางมาที่ สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมน.ส.แนน น้องสาวน.ส.นิว หรือท้าวแชร์ “แม่นิว” เป็นตัวแทนเพื่อจะคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายตามที่นัดไว้

โดยทำหนังสือเป็นสัญญาเงินกู้ผ่อนจ่ายเป็นรายงวดตามจะตกลงเป็นรายบุคคล ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 30 คน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยจะเร่งติดต่อลูกแชร์ที่เป็นเจ้าหนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้น.ส.แนน อ้างว่าบ้านแชร์แม่นิว เป็นบ้านแชร์เล็กๆเพียง 13-14 วงเท่านั้น ผู้เสียหายส่วนใหญ่รายละ 12,000 ,20,000 และ30,000 บาท

น.ส.แนน เผยอีกว่า หลังตกเป็นข่าวว่าผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความจำนวนหลายราย ส่วนตัวก็ยังติดต่อพี่สาวได้ แต่ระยะนี้เกิดอาการเครียด จึงเป็นตัวแทนในการนัดผู้เสียหายไกล่เกลี่ยหนี้ของพี่สาว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะให้พี่สาวกลับมาช่วยงานตนเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

แต่ระหว่างนี้ผู้เสียหายไม่ได้ถอนแจ้งความและตนไม่ได้ห้ามแจ้งความ จนกว่าจะได้เงินครบก่อนแล้วค่อยถอนแจ้งความ ทั้งนี้ตนเองเป็นเสาหลักของครอบครัวไม่อยากทำให้พ่อแม่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรพลอยเดือดร้อนไปด้วยและไม่อยากให้ใครมาว่า เพราะต้องอยู่ในสังคมต่อไป

แต่สำหรับลูกแชร์ที่รับเงินไปแล้วและไม่มาผ่อนจ่ายเงิน ฉวยโอกาสเพิกเฉยเงียบหายช่วงเป็นข่าวเรื่องคดีความของแม่นิว ทางเราไม่ได้นิ่งเฉยจะดำเนินคดีกลับไปเหมือนกัน เพื่อเร่งรัดเอาเงินส่วนนั้นมาชดใช้ให้เจ้าหนี้ของแชร์แม่นิวต่อไป

ด้านน.ส.ปรีดา หนึ่งในผู้เสียหาย เผยว่า อย่างน้อยน้องสาวท้าวแชร์ “แม่นิว”ก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบในส่วนของจำนวนเงินที่ทางท้าวแชร์ติดค้างไว้ โดยรับว่าจะทยอยเรียกผู้เสียหายนัดคืนเงินทั้งหมด ส่วนเรื่องคดีความนั้นตนและพวกยังไม่ถอนแจ้งความ และให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นผู้เสียหายรวม 5 รายและน.ส.แนน ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ไพศาล ศรีสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีการคุยไกล่เกลี่ยหนี้สินกันแล้วบางส่วน โดยได้รับการเปิดเผยว่าคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างเรียกผู้เสียหายเข้าพบวันละ 1-2 ราย เพื่อสอบปากคำพร้อมรวบรวมเอกสารพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ