"น้องบี" สุดเอือมหน้ายังไม่อยากมอง "มีมี่" เมาแล้วตบตีบ่อยครั้ง

Manager Online เผยแพร่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 00.19 น. • MGR Online

"น้องบี" แฉสาเหตุเลิกชายหน้าปานเพราะเมาบ่อย ตบตีจนหน้าเขียวบวม ยันไม่กลับไปคืนดีแน่ให้โอกาสหลายรอบแล้วก็ยังเหมือนเดิม แจงคบแฟนใหม่หลังเลิกกันแล้ว ไม่ได้คบซ้อน แต่ก็ต้องขอโทษที่มีใหม่เร็วเกินไป ด้าน "มีมี่" ยอมรับทำร้ายจริงแต่ไม่บ่อย แค่ใช้รองเท้าตบหน้า บีบคอเฉย ๆ ด่าก็ไม่แรงว่ากะหรี่

วานนี้ (10 ต.ค.) น.ส.ภัสสรา อบนาค หรือ "น้องบี" พร้อมด้วย นายบุญมี ขันทอง หรือ "มีมี่" อดีตคู่สามีภรรยาที่เคยเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปีก่อน เนื่องจากฝ่ายหญิงหน้าตาดีแต่มาแต่งงานอยู่กินกับชายที่มีความผิดปกติทางใบหน้า จนกระทั่งล่าสุดทั้งคู่ได้เลิกลากัน ได้มาให้สัมภาษณ์ในรายการ "โหนกระแส" ออกอากาศทางช่อง 3 ถึงสาเหตุในการเลิกลา

โดย น้องบี เล่าว่า มีปัญหากันตั้งแต่ผูกข้อไม้ข้อมือเดือนแรก เมาแล้วทะเลาะกัน มีครั้งนึงตบหน้าลูกสาวตนอายุแค่ 8 ขวบ ตนเลยกลับหาดใหญ่ รักเราแต่ทำไมไม่รักลูกเราด้วย เขาโทรมาง้อก็ให้โอกาสแล้วลงมาอยู่หาดด้วยกันแต่ก็ยังทำนิสัยเดิม กินเหล้าทีเป็นขวด พอมาทำงานอยู่ กทม.ก็ยังเมือนเดิม ให้โอกาสกี่ครั้งก็เหมือนเดิม

จุดที่ไม่ไหวคือตนถูกทำร้ายร่างกายตอนอยู่สุรินทร์ ใช้ไม้กวาดตีจนหน้าเขียวบวม ยังมีรูปอยู่เลย ตนทำงานกลับมาดึก ๆ เขาเมาแล้วก็ด่า จึงมีปากเสียงกันแล้วเขาก็ตบตีหลายครั้งจนแม่เขาต้องเข้ามาห้าม จากนั้นก็ยังตามมารังควาญที่ทำงานจนตนต้องลาออก

ด้าน มีมี่ โต้กลับว่า ตีแค่ครั้งเดียว ใช้รองเท้าตบหน้าไม่ได้ใช้ไม้กวาด ส่วนที่หน้าเขียวเพราะน้องบีเดินชนประตูเอง ตอนบีบคอตนก็บีบเฉย ๆ เพื่อกันเขาออกไป ด่าว่าตนก็ด่าไม่แรง ซึ่งน้องบี สวนกลับว่า เขาด่าว่ากะหรี่

กรณีฝ่ายหญิงมีแฟนใหม่ น้องบีแจงว่า คบกันหลังจากเลิกกันแล้ว ไม่ได้คบซ้อนแต่อย่างใด

จากนั้น ผู้ดำเนินรายการทักน้องบีว่าตั้งแต่นั่งมายังไม่ยอมมองหน้าฝ่ายชายเลย น้องบีจึงบอกว่า เพราะจำฝังใจ ต่อให้เขาเลิกกินเหล้าก็ไม่หันหลังกลับแล้ว เพราะโอกาสให้ไปเยอะแล้ว ตนอยากให้จบด้วยดี ไม่อยากให้ไปออกข่าวอะไรแล้ว ตนอยากอยู่เงียบ ๆ

เมื่อถามฝ่ายชายว่าจะขอโทษไหมที่เคยทำร้ายร่างกาย มีมี่ตอบว่า ขอโทษทำไม เขาไปเอาผัวใหม่ เขาต้องขอโทษ

ด้านน้องบี กล่าวว่า ตนก็ต้องขอโทษ ยอมรับว่ามีคนใหม่เร็วเกินไปจริง ๆ แต่มันไปต่อไม่ได้แล้ว

ส่วนเรื่องเงินบริจาคให้ไปทำปาก มีมี่ เผยว่า ได้มา 1.3 แสนบาท แต่เอาไปทำบ้านไม่ได้ทำปาก

ดูข่าวต้นฉบับ