นิ้ง ชัญญา ช็อก! พบเนื้องอกก้อนใหม่  เตรียมผ่าตัด 20 ส.ค.นี้

Khaosod อัพเดต 12 ส.ค. 2563 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 12.28 น.
ชัญญา

นิ้ง ชัญญา ช็อก! พบเนื้องอกก้อนใหม่  เตรียมผ่าตัด 20 ส.ค.นี้

นิ้ง ชัญญา ช็อก!  - อัพเดตอาการป่วยของนักแสดงสาว นิ้ง ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ กับการตรวจพบเนื้องอกในสมองเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ หลังจากที่ตนพบเนื้องอกก้อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด ซึ่งเป็นเนื้องอกส่วนจมูกสมอง ล่าสุด นิ้ง ชัญญา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวออนไลน์ถึงการเตรียมพร้อมกับการผ่าตัดในครั้งนี้ พร้อมเผยถึงกำลังใจสำคัญจากครอบครัว ในงานแถลงข่าว "เป็นต่อ Uncensored สำมะเล เพลย์บอย" ที่ เพลย์บอย สตูดิโอ

https://www.instagram.com/p/CDwZ9SUBW09/

 

อัพเดตอาการป่วยในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
"ตอนนี้รอวันผ่าค่ะ วันที่ 20 สิงหาคมนี้ อีก 9 วัน "

คุณหมอว่ายังไงบ้าง?
"เนื้องอกโตขึ้นมาเซนนึง จากที่เจอมาเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เมื่อตอนเดือนมีนาคม ตอนนี้ก็เจอก้อนใหม่ค่ะ อยู่ตรงจมูกสมองอันนี้เพิ่งรู้เมื่อ 2 วันที่แล้ว"

อาการช่วงระหว่างพบว่าเป็นเนื้องอกในสมองเป็นยังไง?
"ตอนแรกคือปวดหัวรุนแรงมาก ปวดจนแบบต้องลงไปจิกหัวตัวเองเพราะเราอยากให้การจิกของเรามันเจ็บมากกว่าการปวดหัว เรารู้สึกว่าหัวมันตึบๆ แล้วนิ้งก็กินยาอยู่ 3 วันแต่ก็ไม่ดีขึ้น ทุกครั้งที่เดินก็เหมือนมีอะไรบีบสมองตลอดเวลา ทีนี้เราก็ไปโรงพยาบาลฉีดยาแล้วก็กลับบ้านใช้ชีวิตปกติ แต่ไปหาหมอทดสอบสมรรถภาพก็ปกติดี เลยลองเข้าตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI)ก็เป็นเนื้อหงอกค่ะ"

วันที่พบว่ามีเนื้อหงอกรู้สึกยังไง?
"ตอนที่เขาบอกว่ามีเนื้องอกเนี่ย ตอนนั้นหนูกำลังหาอะไรกินอยู่ คิดว่าไหนๆก็นอนโรงพยาบาลแล้วแถวนี้มีอะไรอร่อยก็สั่งแกร็บมากิน ตอนที่รู้คือแบบช็อกเป็นเนื้องอกจริงด้วย เหมือนแบบนี่ถ่ายซีรีย์ป่ะเนี่ย เพราะว่านิ้งเคยเล่นซีรีย์เกี่ยวกับมะเร็ง พอรู้แล้วแบบอย่างกับสายซีรีย์ แล้วระหว่างที่เราถามคำถามหมอก็เหมือนถ่ายซีรีย์ ว่าแล้วยังไงต่อคะ ว่าเป็นขนาดไหน แล้วก็ร้องไห้ เศร้าก่อนประมาณ 10 นาทีแล้วก็คิดได้ว่าเมื่อกี้เราจะสั่งอะไรกิน ก็สั่งแกร็บต่อ กลับมาที่การกินเหมือนเดิม"

นิ้ง ชัญญา

นั่นคือการแสดงความเข้มแข็งของเราในด้านนึง?
"ใช่ค่ะ นิ้งรู้สึกว่าเราทำอะไรไม่ได้หมายถึง มันเป็นไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้แล้ว ซึ่งนิ้งคิดว่าหลังจากนี้เราจะทำอะไรให้ได้มากกว่า ต้องรักษาใช่มั้ย หรือต้องฉายรังษี ซึ่งหมอก็บอกว่าเดี๋ยวจะมีหมอจากแผนกเอ็กซเรย์มาบอกแต่ว่าเขายังไม่มาก็ต้องรอไปค่ะ แต่ระหว่างที่รอเราก็เป็นไปแล้ว คิดอะไรไม่ได้"

ส่งผลต่อชีวิตการทำงานเราบ้างไหม?
"มันส่งผลเพราะว่ามันปวดหัวมากกว่า ซึ่งหลังจากนั้นหมอก็ให้ยามากินแก้ตามอาการไป"

มันส่งผลให้น้ำหนักลด หรือเครียด รู้สึกบั่นทอนจิตใจบ้างไหม?
"ไม่นะคะ หนูไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเครียดขนาดนั้น หนูรู้สึกว่าที่หนูไม่เครียดเพราะว่าหนึ่งมันเป็นไปแล้ว หมายถึงว่าถ้าเรารู้ว่าเราจะเป็นอะไรเราก็ป้องกันมันได้ แบบเลือกที่จะทำก่อนที่มันจะเกิด แต่ว่านี่มันเกิดขึ้นมาแล้ว เลยคิดว่าหลังจากนี้คืออะไร เราไปเครียดกับสิ่งที่เป็นไปแล้วไม่ได้หรอก เพราะการที่เครียดกับสิ่งที่เป็นไปแล้วมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น"

ครอบครัวว่ายังไงบ้าง?
"ครอบครัวยังเครียดกว่าหนูอีก คือหนูเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล ด้วยความที่แบบว่าฉันจะตื่นมาแล้วใช้ชีวิตปกติ แล้วที่บ้านคือกลิ่นนิ่ง ละก็มาถามคำถามที่นิ้งก็ตอบไม่ได้ ตอนนั้นนิ้งยังอยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งแล้วเขาก็ให้คำตอบอะไรนิ้งไม่ได้เลย จนนิ้งต้องรอไปโรงพยาบาลรามาว่านิ้งเป็นอะไรกันแน่ ต้องทำยังไงกับมันต่อ ระหว่างที่รอทุกคนก็ถามเราก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ก็เลยตอบหนูก็ยังไม่รู้เหมือนกันอะม๊า ส่วนป๊าก็ติดตลกว่าอย่าลืมพ่อนะลูก แต่ฝั่งม๊าจะกังวลด้วยความที่เขาเป็นแม่เขาก็คงเป็นห่วงเราแหละ หนูรู้สึกว่าถ้าหนูยังไม่ได้เครียดขนาดนั้น ทุกคนไม่ต้องเครียดก็ได้ค่ะ เพราะเอนเนอร์จีทุกคนจะทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องโฟกัสกับมันมากทั้งที่ตัวเราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอะไรมาก"

ยาชนิดที่กินมันเป็นชนิดที่รุนแรงไหม?
"หนูมียาแก้ปวดหัวหลายระดับแบบแรงช่วงนั้นมันเป็นช่วงโควิด ตื่นมาก็รู้สึกสายตาสั้นลง ตาพล่ามัว เริ่มแพนิกแล้วก็คืดไปเอง โควิด หรือ เนื้องอก จากเนื้องอก 3 เซน วันนึงมันโตขึ้นมา 1 เซน แล้วเอฟเฟ็กต์มันจะขนาดนี้ก็ไม่ได้ป่ะ ต้องบอกตัวเองว่าใจเย็นก่อน "

หมอบอกว่าจะมีโอกาสหายไหม?
"มีทางเดียวก็คือผ่าออก แต่ก็คือไม่ได้ออกหมด ด้วยตำแหน่งของมันที่อยู่ตรงแกนกลางสมองที่มีเส้นเลือดที่สำคัญอยู่ในสมอง เขาก็บอกว่าไม่รู้ว่ามันจะแข็งหรือนิ่ม แต่เขาก็บอกว่าทางการแพทย์ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์"

นิ้ง ชัญญา ช็อก!

พบเนื้องอกในสมอง

กังวลไหม ใกล้เข้ามาถึงวันผ่าแล้ว?
"ตอนนี้ยังไม่กังวลนะ หมายถึงว่ามันเหลืออีก 9 วัน แล้วนิ้งคิดว่าเราจะทำอะไรก่อนหน้านี้มากกว่า คือถ้าวันนึงอยู่ดีๆเราบังเอิญเป็นเนื้องอก ตอนนั้นมันก็อาจจะเกิดเหตุอังเอิญอะไรอีกไม่รู้ก็ได้ เราไม่มีทางรู้แน่นอนว่าวันพรุ่งนี้มันจะเกิดอะไรบ้าง ระหว่างนี้นิ้งยังปกติอยู่ก่อนดีกว่ายังไม่อยากกังวลคิดว่าถ้าผ่าแล้วมันจะต้องพักฟื้นกี่วัน มันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ สุดท้ายแล้วเราก็ทำได้แค่เชื่อใจหมอเท่านั้นตอนนั้นเราคงนอนไม่รู้เรื่องแล้ว"

ตั้งแต่เรารู้ว่าเราเป็นเนื้องอกแล้วต้องอยู่กับมัน หมอสั่งห้ามไหมว่าต้องดูแลตนเองยังไง ต้องห้ามกินอะไรบ้าง?
"นิ้งก็ถามนะ นิ้งก็นั่งคุยกับหมอ ว่าหนูออกกำลังกายได้ไหมคะ ถ้าหนูผ่าแล้วความอัจฉริยะหนูมันจะน้อยลงไหม หรือมันจะเกี่ยวกับความจำหนูไหม หนูก็อยากรู้ว่ามันยังไงเนาะ เขาก็บอกว่าออกกำลังกายได้เบาๆค่ะ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้ามกินอะไรนะคะ"

การกินมีส่วนกระตุ้นให้เนื้อหงอกโตเร็วขึ้นไหม?
"เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกนิ้ง ด้วยความที่ตัวนิ้งเองไม่ได้เป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง นิ้งเป็นพาหะธาลัสซีเมีย เลือดจาง ความดันต่ำ ไทรอยด์ก็เคยเป็น เราค่อนข้างขี้โรคประมาณนึงค่ะ ซึ่งเราก็คิดว่าเราสามารถทำอะไรก่อนที่จะผ่าตัดได้บ้าง เราเลยเริ่มกินผัก กินโปรตีนให้ถึงเพราะอย่างที่ทุกคนรู้การกินโปรตีนจะช่วยให้ร่างกายเราซ่อมแซมเร็ว ก็ได้ดูว่าถ้าอยากจะเพิ่มเลือดต้องกินธาตุเหล็ก สังกะสี ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ได้ในการเสิร์ชเน็ต นิ้งก็พยายามทำจากที่ตอนแรกค่าเลือดนิ้ง 30 ตอนนี้ก็ขึ้นเป็น 38 น้ำตาลในเลือดก็ลดทุกอย่างเริ่มดีขึ้น นิ้งอยากให้อาการหลังนิ้งผ่าดีขึ้นเลยไปออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2 วัน"

เหมือนเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองไปเลย?
"ไม่ค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้ เราจะวิ่งเดือนนึง 92 กิโลเมตร โดยเรามีเป้าหมายว่าจะวิ่งให้ได้หนึ่งพันกิโลเมตรในปีนี้ พอเรามาเจอเรื่องเนื้องอกเราก็หยุดไปแต่ก็ยังเทรนนิ่งอยู่แต่ต้องเบาเรื่องการวิ่งลงเพราะบางทีมันกระเทือนเพราะเราวิ่งแบบบ้าคลั่ง เป็นคนชาเลนจ์ตัวเองไปเรื่อยๆ"

กำลังใจคนรอบข้างเป็นยังไงบ้าง?
"กำลังใจคนรอบข้างดีคะ มีคุณผู้หญิงคอยรับส่งดอกไม้ให้ตั้งแต่วันแรก หนูคิว่าถ้าจิตใจเราดีมันไม่มีอะไรแย่ไปมากกว่านี้ ก็มันมีทางเลือกเดียวคือต้องสู้"

คุณหมอบอกขั้นตอนการรักษายังไงบ้าง?
"ผ่าค่ะ แต่หลังจากนี้ยังไม่ได้ถาม หนูกลัวว่าเดี๋ยวหนูกังวลตอนนั้นหนูก็คงทำได้แค่ฟอลโลว์ตามเขาไปเขาให้ทำอะไรก็ทำ คือ 3-4 วันที่แล้วก็เพิ่งไปอ่านมาแล้วรู้สึกว่าไม่ดีและ ไม่ต้องอ่านดีกว่า หนูไม่อยากรู้อะไรเลย เพราะถ้าสมมุติหนูรู้ว่ามันง่ายขนาดนั้น แต่ปรากฎว่ามันมาแย่ให้หนู หนูก็จะแย่ไปอีกว่าทำไมมันต้องมาเกิดขึ้นกับเราด้วย ในเมื่อมันเกิดขึ้นกับเราเราก็แก้มันไป"

นิ้ง ชัญญา ช็อก!

กำลังใจดี พร้อมสู้

เรียกว่าเตรียมพร้อม?
"ใช่ แต่เราไม่ได้ปล่อยปะละเลย คือจริงๆหนูก็อ่านอะไรที่เกี่ยวกับโรค และพยายามทำให้ร่างกายแข็งแรง แม้ว่าหนูจะดูชิลแบบกินดี ทำอาหารเองเป็นเดือน ซึ่งลึกๆก็พยายามจะกลับมาให้เร็วค่ะ"

หลายคนบอกว่าเราดูชิล ใช้ชีวิตตามปกติ?
"ใช่ หนูคิดว่าเราไม่ควรเอาเนื้องอกมาเป็นข้ออ้าง มันไม่ควรเป็นข้ออ้างในการทำอะไรก็แล้วแต่ แล้วมันก็ไม่ควรเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตเรา สุดท้ายเรื่องใหญ่จาก 6 เดือนที่แล้ว วันนี้มันก็เป็นแค่เรื่องหนึ่ง พอเราผ่านมันไปได้มันก็จะเป็นแค่เรื่องเล็ก"

เหมือนเรามองว่าโรคนี้มันไม่ได้เป็นโรคร้าย?
"เราไม่ได้พูดถึงมันบ่อยมั้งคะ มันเลยกลายเป็นสิ่งที่ดูน่ากลัว หมายถึงว่าเราทุกคนไม่ได้สะดวกสบายใจกับเนื้องอก เรามีความเห็นอกเห็นใจกัน หนูเข้าใจเลยเวลาที่มีคนเดินมาแล้วพยายามบอกหนูว่าสู้ๆ หนูเห็นแววตาเขาเหมือนเขาไม่กล้าพูดอะไร จนเป็นหนูที่ต้องพูดทักทายเอง ด้วยจิตใจเขามันมาด้วยจิตใจแบบว่าเธอโอเคหรือเปล่า ซึ่งเราก็โอเคมาก"

เนื้องอกที่ขึ้นมาใหม่ ห่างกันมากไหม?
"ผลสแกนดูไม่ห่างกันเท่าไหร่ แต่ว่ามันเหมือนอยู่กันคนละส่วน จุดนึงมันอยู่กลางจมูกสมอง ส่วนอีกจุดอยู่ตรงกลางเส้นเลือดเบนไปทางขวา"

นิ้ง ชัญญา ช็อก!

พบเนื้องอก

ต้องผ่าทั้งสองจุดไหม?
"จริงแล้วเขาบอกว่าถ้าจะเอาออกหมดเลยต้องผ่าข้างตาต้องเป็นสองแผล ส่วนจุดใหม่ยังไม่ได้คุยกับหมอผ่าค่ะ"

เนื้องอกที่เราเป็นหมอบอกว่ามันเกิดจากปัจจัยอะไร?
"มันเป็นสิ่งที่ไม่มีคำตอบ นิ้งก็ทั้งถามทั้งเสิร์ชเลย เพราะเราอยากรู้ว่ามันเกิดจากอะไรเหมือนกัน จริงๆเนื้องอกมันก็คือเซลล์หนึ่งคือทุกคนมีเซลล์นี้แต่ว่าถูกขับออกไปตอนเด็กอันนี้เป็นข้อมูลของจุฬาฯเขาบอกนะคะว่าชนิดนี้มันเป็นอะไร แต่ว่าในเมื่อมันไม่ถูกขับออกไปมันก็เลยอยู่ในสมองของนิ้ง นิ้งว่ามันอยู่ที่ดวงเรามากกว่า"

ยาช่วยบรรเทาอาการปวดหัวเรามากน้อยแค่ไหน?
"ก็ยังมีอาการปวดดหัวบ้างค่ะ ตากระตุก คือปัญหาของเนื้องอกตำแน่งมันไม่โอเคเท่าไหร่ มันมีเส้นประสาทใหญ่ 2 เส้นพาดอยู่ ซึ่งพอมันโตมันโดนก็อาจจะอัมพาตซีกขวา หรือว่าหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีมากที่เราเจอมันก่อน อย่างน้อยเราก็เจอมันก่อนที่เราจะตื่นมาแล้วมันแย่ไปแล้ว"

คุณแม่ให้กำลังใจยังไงบ้าง?
"ไม่นะคะ เขาก็พาหนูไปกินข้าวเมื่อวันก่อน"

โรคนี้มันทำให้เราปลงกับชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย?
"จริงๆหนูรู้สึกว่าหนูปลงมานานแล้วนะ ตอนแรกเรามีความเชื่อตั้งแต่เราเล่นซีรีย์เรื่องนี้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ได้ ไม่มีใครรู้ได้จริงๆว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างไหม เราก็ควรทำวันนี้ให้ดี โดยม่ทำร้ายใครไม่เดือดร้อนใครนิ้งว่าโอเคแล้ว ชีวิตเราสั้นมาก เพพราะบางทีกว่าเราจะมารู้ตัวเราก็เสียเวลาไปกับอะไรบ้างไม่รู้ เราก็ตระหนักถึงการมีชีวิตของเรา ทำอะไรที่เราอยากทำให้ฟูลฟีลมีพลัง"

นิ้ง ชัญญา ช็อก!

ชีวิตจริงยิ่งกว่าหนัง

อีก 9 วันถัดไปเตรียมตัวยังไงบ้าง?
"ก่อนหน้านี้เราไปลุยมาแล้วนะ กินสตรีทฟู้ด กินอะไรที่อยากกิน ไปทำข้าวกับให้พ่อแม่ทาน ไปกินข้าวกันแม่ นอกจากนี้หนูยังมีงานโฆษณาอีกค่ะ งานนี้เป็นงานที่หนูตื่นเต้นมากเพราะได้ร่วมงานกับผู้กำกับที่หนูอยากร่วมงานมาก เป็นชีวิตมหัศจรรย์ที่มาเกิดก่อน ถือว่าคอมพลีสเพราะว่าถ่ายซีรีย์จบแล้ว ไม่มีอะไรค่ะอาจจะไปหาอะไรกิน และอาจจะไปนวดหัวก่อนชอบนวดมาก ตอนนี้ก็พร้อมแล้วค่ะหนูไม่มีอะไรติดค้างที่จะต้องมาเสียดาย เพราะหนูค่อยๆทำสิ่งที่คิดว่าถ้าไม่ทำแล้วฉันจะเสียดาย"
อ่านข่าวเพิ่มเติม : จากซีรีส์สู่ชีวิตจริง นิ้ง ชัญญา ช็อก!หลังตรวจพบเนื้องอกในสมอง ลั่นจะไม่ยอมตาย

ขอบคุณรูปภาพ : chanyamcclory

ดูข่าวต้นฉบับ