นิสสัน ปลดป้าย 7 ดีลเลอร์ ยึดคำสั่งศาลห้ามใช้แบรนด์

Prachachat อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 00.01 น.
nissan

“นิสสัน” ลอยแพ 7 ดีลเลอร์ หลังศาลปกครองมีคำสั่ง “ทุเลา” การบังคับคดี กรณีบอร์ดแข่งขันฯสั่งระงับยกเลิก “ตัวแทนจำหน่าย” นิสสันสบช่องยึดคำสั่งศาลยกเลิกต่อสัญญาตั้งแต่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุห้ามใช้แบรนด์-ปลดป้ายภายใน 30 วัน “ดีลเลอร์” โอดยังแบกรับสต๊อกรถ-อะไหล่เพียบ ถอดใจหันทำยี่ห้ออื่นแทน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานความคืบหน้ากรณีปัญหาข้อพิพาทระหว่างบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กับผู้แทนจำหน่าย จากที่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีคำสั่งที่ 5/2563 ให้บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระงับการไม่ต่อสัญญาผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันจำนวน 7 ราย เนื่องจากเห็นว่าเข้าข่ายการปฏิบัติทางการค้าไม่เป็นธรรม ไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้นิสสันได้ต่อสัญญากับดีลเลอร์ทั้ง 7 รายไปอีก 3 เดือน จากที่สัญญาสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 ไปสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563

แต่ขณะเดียวกัน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยืนยันความถูกต้อง และความชอบด้วยกฎหมายในการสิ้นสุดสัญญากับผู้แทนจำหน่าย เนื่องจากไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งของ กขค.ที่ 5/2563 และได้ดำเนินการโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวตามสิทธิ พร้อมทั้งยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง

นิสสันตัดทิ้ง 7 ดีลเลอร์

และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งในคดีดำ หมายเลขที่ 1034/2563 ระหว่างบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดในฐานะผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่ 1 กับพวกรวม2 คน ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดี โดยมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับคดีตามคำสั่งเลขที่ 5/2563 ของ กขค. ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งพิพากษา หรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งเป็นต้นไป

ดังนั้น บริษัทนิสสันฯจึงได้มีหนังสือเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 แจ้งยกเลิกการต่อสัญญาไปยังดีลเลอร์ทั้ง 7 ราย ประกอบด้วย ผู้แทนจำหน่ายที่จังหวัดนครราชสีมา 4 แห่ง,อุดรธานี, หนองคาย,สิงห์บุรี อีกจังหวัดละ 1 แห่ง โดยแจ้งยืนยันสิ้นสุดระยะเวลาการเป็นผู้จำหน่าย โดยระบุว่า “ผลจากคำสั่งของศาลปกครองดังกล่าว ว่าบริษัทจึงไม่มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ 5/2563 ของ กขค.อีกต่อไป”

นอกจากนี้ บริษัทนิสสันฯได้ระบุในเอกสารที่ส่งถึงดีลเลอร์ทั้ง 7 รายว่า เมื่อปัจจุบัน คำสั่งที่ 5/2563 ของ กขค.ไม่มีผลบังคับตามกฎหมายแล้ว บริษัทจึงขอยกเลิกสัญญาผู้จำหน่าย โดยให้การยกเลิกการต่อสัญญาผู้จำหน่ายดังกล่าวมีผลในวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา

จ่ายหนี้ทันที-ถอดป้ายนิสสัน

และเพื่อให้การดำเนินการภายหลังสิ้นสุดสัญญาผู้แทนจำหน่ายเป็นไปอย่างเรียบร้อย บริษัทนิสสันฯได้แจ้งถึงข้อปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาต่าง ๆนับตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป อาทิ ให้ตัวแทนจำหน่ายชำระเงินที่ค้างอยู่กับบริษัทโดยทันที, หยุดใช้เครื่องหมายทางการค้า “นิสสัน” หรือดำเนินการกิจกรรมใด ๆ ตามสัญญาจำหน่าย,ถอดป้าย วัสดุอื่น ๆ ที่มีเครื่องหมายนิสสัน หรือแสดงว่าเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์นิสสัน ภายใน 30 วัน เลิกใช้คำว่า “นิสสัน” ในชื่อนิติบุคคลของผู้จำหน่าย และดำเนินการจดทะเบียนเลิกใช้ชื่อ “นิสสัน” กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์, ปิดเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับนิสสันโดยเร็วที่สุด, หยุดประกอบธุรกิจนิสสันทั้งในส่วนการขายและบริการหลังการขาย หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าโดยเจตนาหรือประการอื่น ๆ ที่จะทำให้บุคคลอื่นเชื่อว่าท่านยังคงเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์นิสสัน ทันที

พร้อมกันนี้ นิสสันยังให้ดีลเลอร์ทั้ง 7 ราย แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการหลังการขายให้แก่ผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาตรายอื่นตามที่บริษัทจะแจ้งให้ทราบ

นอกจากนี้ บริษัทนิสสันฯได้แจ้งขอความร่วมมือดีลเลอร์ในการเรียกเก็บคืนรถยนต์หรืออะไหล่นิสสันที่อยู่ในโชว์รูม รวมถึงมีสิทธิทำการหักกลบลบหนี้ของผู้จำหน่ายที่ค้างชำระอยู่กับบริษัท จากเงินที่บริษัทต้องชำระให้ดีลเลอร์ หรือบังคับชำระหนี้จากหนังสือค้ำประกันกับธนาคารให้ไว้แก่บริษัท

บอร์ดแข่งขันยื่นอุทธรณ์

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ทราบผลการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ซึ่งให้ทุเลาคำสั่ง กขค. ตามที่บริษัทนิสสันฯร้องขอ หลังจากนี้ คณะกรรมการเตรียมจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 24 สิงหาคมนี้

“กรณีที่มีกระแสข่าวว่า บริษัทนิสสันฯจะยื่นฟ้องคณะกรรมการการแข่งขันฯนั้นก็ถือเป็นการดำเนินการที่สามารถทำได้ ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องดังกล่าวไปยัง บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับคำตอบเพียงสั้น ๆ ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แต่บริษัทขอไม่ให้ความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ ตามแผนงานของนิสสันตั้งเป้าจะมีโชว์รูมและศูนย์บริการ 185 แห่งทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 179 แห่งทั่วประเทศ ก่อนหน้านิสสันได้ทยอยประกาศยกเลิกตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ต่าง ๆ มาเป็นระยะภายใต้นโยบายของบริษัทแม่ที่ต้องการจัดระเบียบดีลเลอร์แบ่งเขตการขายมาตั้งแต่ปลายปี 2559 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีผู้แทนจำหน่ายนิสสันถูกยกเลิกสัญญาไปแล้วไม่น้อยกว่า 25 ราย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด

ดีลเลอร์ดิ้นขายแบรนด์อื่น

แหล่งข่าวจาก 1 ใน 7 ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า หลังจากบริษัทได้รับหนังสือแจ้งจากนิสสัน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมาและตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม 2563 ดีลเลอร์ทั้ง 7 รายก็ถูกถอดสิทธิในการเข้าสู่ระบบงานขายของนิสสันทั้งหมดทันที และเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ตัวแทนผู้แทนจำหน่ายได้พยายามยื่นคำร้องไปยังศาลปกครองกลางถึงเรื่องดังกล่าว แต่ไม่เป็นผลซึ่งคงจะต้องรอดูท่าทีและการดำเนินการในส่วนของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ต่อกรณีดังกล่าว ภายในระยะเวลา 30 วันอีกครั้ง

“ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว ได้แต่รอขั้นตอนของ กขค.ว่าจะมีการฟ้องแพ่งต่อไปอย่างไร แต่เท่าที่ได้เจรจากับนิสสัน บริษัทก็จะรับผิดชอบตามสัญญา อย่างรถที่ยังไม่ได้ขาย บริษัทก็จะรับซื้อคืนในราคาที่กำหนด อะไหล่รับซื้อคืนเฉพาะพวกฟาสต์มูฟวิ่งเท่านั้น”

ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายอีกรายยืนยันว่า หลังจากดีลเลอร์ทั้ง 7 รายได้ถูกยกสัญญาเมื่อช่วงต้นปี นิสสันก็ได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายรายใหม่เข้ามาดำเนินธุรกิจแทนแล้ว เช่น กลุ่มบริษัท เอกสหกรุ๊ป ออโตโมบิล ดูแลพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา, บริษัท ณัฐออโต้คาร์จำกัด ดูแลพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และหนองคาย, บริษัท จิระดา ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ดูแลพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี “ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัทเลือกใช้วิธีการต่อสัญญากับดีลเลอร์แบบปีต่อปี แต่ถ้าดีลเลอร์รายใดได้รับการต่อสัญญาเพียง 6 เดือนหรือ 3 เดือนก็จะเป็นที่เข้าใจว่า บริษัทแม่จะใช้ค่ามาตรฐานต่าง ๆ มาจับ รวมทั้งการบังคับให้รีโนเวตโชว์รูม ซึ่งต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ยิ่งสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ทำให้ดีลเลอร์หลายรายไม่อยากลงทุนเพิ่มเติม”

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจจากนี้ยังต้องแบกรับพนักงานอีกกว่า 100 คน และรถยนต์ในสต๊อกไม่น้อยกว่า 10 คัน ซึ่งคงจะต้องวางแผนงานใหม่ทั้งหมด และเดินหน้าทำแบรนด์รถยนต์อื่น ๆ ที่มีอยู่แทน

ดูข่าวต้นฉบับ