นักวิทยาศาสตร์เผยธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์ในอินโดนีเซียจะละลายหมดใน 10 ปี จากภาวะโลกร้อน

workpointTODAY อัพเดต 14 ธ.ค. 2562 เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2562 เวลา 13.02 น. • Workpoint News
นักวิทยาศาสตร์เผยธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์ในอินโดนีเซียจะละลายหมดใน 10 ปี จากภาวะโลกร้อน

วันที่ 14 ธ.ค.62 สื่อต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์ บนยอดเขาปุนจักจายา จังหวัดปาปัว ประเทศอินโดนีเซีย ได้เปิดเผยข้อมูลของธารน้ำแข็งดังกล่าวในวารสารวิทยาศาสตร์ Proceedings of the National Academy of Sciences โดยข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์ จะละลายจนหมดภายในระยะเวลา 10 ปี หรือน้อยกว่านั้น โดยทางลอนนี่ ทอมสัน นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยกล่าวว่า “ธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์จะเป็นธารแห่งแรกที่หายไปก่อนแห่งอื่น จากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น”

นับตั้งแต่ปี 2015 จนถึง 2016 ธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์ เริ่มลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปี 2016 ถือเป็นปีที่ธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์ลดขนาดลงอย่างหนัก ทั้งนี้โดยทั่วไปธารน้ำแข็งในเขตร้อนจะมีขนาดเล็กกว่าแผ่นน้ำแข็งในประเทศที่มีอุณหภูมิที่เย็นกว่า โดยทางลอนนี่ ทอมสันกล่าวว่าธารน้ำแข็งในเขตร้อนแห่งอื่นเช่น บนยอดเขาคีรีมันจาโรในแทนซาเนีย และธารน้ำแข็งเคลคายาในเปรู ก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันธารน้ำแข็งคาร์สเทนซ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยลอนนี่ ทอมสันอธิบายอีกว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้อากาศโดยรอบธารน้ำแข็งมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังส่งผลทำให้จุดที่ฝนตกปะทะผิวธารน้ำแข็งเปลี่ยนแปลงไปด้วย และน้ำเหล่านี้ยังดูดซับความร้อนได้ดี ทำให้ยิ่งธารน้ำแข็งรองรับน้ำฝนมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้นเท่านั้น

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ