ธุรกิจต้องปรับตัว “ตลาดหัวมุม” ต้องปรับตามผู้บริโภค

Businesstoday เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 12.23 น. • Businesstoday
ธุรกิจต้องปรับตัว “ตลาดหัวมุม” ต้องปรับตามผู้บริโภค

 

เศรษฐกิจซบ ยอดช้อปปิ้ง "ตลาดนัด" ลดไปด้วย

เมตตา ปราบสุธา *กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของตลาดหัวมุม กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ชะลอตัวลง มีผลกระทบต่อธุรกิจของ “ตลาดหัวมุม” อย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ หากดูตัวเลขในการเปิดพื้นที่ให้เช่าแก่พ่อค้าแม่ค้าที่ทำธุรกิจมียอดลดลงจากเดิมถึง *30% ขณะที่รายได้ของกลุ่มร้านค้าที่เคยมียอดขายสูงถึงหลักแสน หรือ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน ก็มีอัตราที่ลดลงเช่นกัน ทางตลาดหัวมุมจึงต้องพยายามจัดกิจกรรมต่างๆ ในการสร้างความบันเทิงเพื่อดึงดูดใจเหล่าบรรดาขาช้อปอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปี แต่ทั้งนี้คาดการณ์ว่า จะมียอดลูกค้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง 5% เท่านั้น จากเดิมที่มีจำนวน 10,000-12,000 คน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และ 20,000 คน ในช่วงเทศกาลหยุดยาว เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีความประหยัดและมีความรัดกุมในการใช้จ่ายมากขึ้น

“ชิม ช้อป ใช้” หนุนร้านค้าในตลาดไม่มากนัก

มาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจำนวนหนึ่งแต่ไม่มากนัก โดยทางตลาดเอง ยังดูแลผู้ประกอบให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งด้านการเลือกผู้ค้าแต่ละรายไม่ให้จำหน่ายสินค้าในรูปแบบเดียวกันเพื่อป้องกันการแย่งฐานลูกค้า การบริหารจัดการเก็บค่าเช่าอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันปัญหามาเฟียเรียกเก็บค่าเช่าที่ ซึ่งทางผู้ประกอบการรายเก่าหลายรายที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจก็ยังสามารถอยู่ได้ แถมยังปรับตัวแตกไลน์ขายสินค้าในรูปแบบอื่นๆ และยังขยายพื้นที่ในการเช่าร้านเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้นกว่าเดิม ยกตัวอย่าง เช่น ร้านขายก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ที่แตกไลน์มาขายส้มตำด้วย เป็นต้น

ใช้ใจสู้ดัน “ตลาดหัวมุม” สู่ความสำเร็จ

นักธุรกิจสาวที่เป็นทั้งผู้บริหารและเจ้าของตลาดหัวมุมยังกล่าวด้วยว่า จุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็นตลาดนัดยามค่ำคืนที่สร้างความคึกคักตลอด 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 นี้ เธอไม่เคยทำการวิจัย รีเสิร์จ หรือมีความรู้และประสบการณ์ด้านการทำตลาดนัดมาก่อน แต่ด้วยความชอบ อยากทำ และใจรัก จึงตัดสินใจอย่างรวดเร็วและลงมือทำในทันทีตามสไตล์นักธุรกิจ ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการปรับภูมิทัศน์สถานที่ให้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ที่ตั้งไว้ Market & More นั่นคือ สถานที่ที่เป็นมากกว่าตลาด มีสินค้าแฟชั่นและ อาหารต่างๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวยามค่ำคืนได้ดีที่สุดในย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ ตัดกับถนนเลียบทางด่วน รามอินทรา

“สะอาด สว่าง ปลอดภัย” 3 ปัจจัย ดัน “ตลาดหัวมุม” โดดเด่น

*ตลาดหัวมุมสร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่น คือ *

*1. ความสะอาด พื้นที่ของตลาดทั้งหมดเทปูนคอนกรีตเพื่อให้ดูสวยงาม สะอาดตา เป็นระเบียบ ส่วนตลาดนัดที่อื่น เป็นพื้นดินพื้นทรายเป็นหลุมเป็นบ่อ เวลาเดินมีฝุ่นตลบ เวลาฝนตกมีน้ำท่วมขัง ห้องน้ำที่นี่ก็สะอาดเพราะมีพนักงานคอยดูแลอยู่ตลอด *

  • ความสว่าง ทางตลาดหัวมุมลงทุนกับระบบไฟฟ้าและแสงสว่างภายในโครงการ ด้วยเสาไฟสปอร์ตไลท์ LED แบบประหยัดพลังงาน ติดตั้งทั่วพื้นที่และยังเดินสายไฟลงใต้พื้นดินเพื่อความเป็นระเบียบ สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ค้าต่อเนื่องไปถึงลูกค้าที่มาท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง
  • ความปลอดภัย ที่นี่เน้นให้ทุกร้านอาหาร ทำแผ่นอะคลิลิคที่เตาเพื่อป้องกันน้ำมันกระเด็นใส่ลูกค้าที่เดินผ่านไปมา ยังและเข้มงวดให้แต่ละร้าน งดใช้ภาชนะที่ทำด้วยโฟมและไม้แหลม เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย จากกรณีที่เคยมีคนเดินเตะไม้แหลมที่ใช้เสียบอาหารแล้วทิ้งลงตามพื้นจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ความสว่าง ของแสงไฟในพื้นที่ ต่อเนื่องไปถึงการมีพนักงานคอยดูแลบริเวณลานจอดรถอยู่ตลอด ก็ยังสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าที่มาเดินเล่นที่นี่ในยามดึกมากขึ้น

ตลาดนัดจะดีต้องมี "แม่เหล็ก" ดึงดูด

นอกเหนือจากความสะอาด สว่าง และความปลอดภัย ที่ทำให้ตลาดหัวมุมกลายมาเป็นต้นแบบตลาดนัดไฮโซ สามารถดึงดูดกลุ่มคนวัยรุ่นมีกำลังซื้อมากกว่าปกตินิยมมาเดินช้อปปิ้ง กิน เที่ยว ที่นี่แล้ว การคัดเลือกพ่อค้าแม่ค้าให้เข้ามาขายของที่นี่ยังถือเป็นอีก *1 แม่เหล็กดึงดูดที่จูงใจให้คนมาเที่ยวมากขึ้น เห็นได้จาก ร้านสินค้าแฟชั่น ที่เจ้าของร้านมีฐานแฟนคลับและมีช่องทางโซเชียลโปรโมทสินค้าให้คนติดตามมาซื้อสินค้าที่ตลาดมากขึ้น *

นอกจากนี้ ร้านอาหารต่างๆ ก็ยังเป็นร้านดัง สร้างความนิยมให้คนตามมารีวิวอาหารได้อย่างหลากหลาย อาทิ ร้านสถานีมีหอย, ร้านกาแฟนอกบ้าน และร้านซุ่นฮวด ขนมครกใบเตยสูตรโบราณที่ลูกค้าต้องรอคิวยาวเหยียดกว่าจะได้ลิ้มรสความอร่อย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือเป็นกระบอกเสียงที่ดีในการโปรโมทตลาดหัวมุมทางอ้อมไปในตัว

ทุกธุรกิจต้องปรับตัวเร็วตามยุคสมัย

*การบริหารจัดการที่สร้างความสำเร็จ เจ้าของตลาดหัวมุม กล่าวย้ำว่า ในแต่ละปีที่นี่จะต้องมีการปรับผังในตลาดให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าอยู่ตลอด ทั้งส่วนที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาช้อปปิ้ง ยกตัวอย่าง เช่น ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือช่วงที่กระแสละครบุพเพสันนิวาสกำลังดัง ส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจากเดิมที่เคยออกมา ช้อปปิ้ง กิน เที่ยว ปรับพฤติกรรมดูทีวีอยู่ที่บ้านแทน ทางตลาดจึงต้องจัดหาทีวีจอขนาดใหญ่มาให้บริการเพื่อตอบโจทย์กับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปได้ *

นอกจากนี้ การสั่งอาหารผ่านออนไลน์ก็กลายมาเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทางตลาดยังได้จัดสรรพื้นที่เพื่อให้รถที่ใช้บริการรับส่งสินค้า อย่าง grab bike หรือ line man เข้ามาจอดรอรับอาหารได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และยังสามารถรักษาฐานลูกค้า สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ