ธรรมlife EP88 | #ตัดใจจากคนรักเก่าไม่ได้

สวนโมกข์ เผยแพร่ 02 ส.ค. เวลา 01.00 น. • อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์

ตอบโดย พระครูเมธังกร (ปณต คุณวฑฺโฒ) วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม

ปัญหาของคนเลิกกับแฟนที่แสนจะคลาสสิค อย่างคำถามที่ว่า "เลิกกันมาตั้งนานแล้วยังตัดใจให้ลืมเค้าไม่ได้ แบบนี้เราผิดไหม

คะ?" วันนี้พระอาจารย์เมตตาให้คำตอบแบบนี้ค่ะ

ผิดไหมไม่รู้ แต่ทุกข์ไหมล่ะโยม ถ้าทุกข์ก็แก้ ถามว่าจะแก้ที่ไหน ก็ต้องกลับมาดูว่าที่เราทุกข์นี้จะแก้ที่คนข้างนอกหรือแก้ที่ข้างในใจเรา ถ้าแก้ข้างนอกก็ต้องทำให้เขากลับมารักเรา อาจจะทำได้ยากหรืออาจจะทำไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือทำในใจเรา แล้วทำอย่างไรล่ะ ถ้าว่ากันที่ปลายทางก็คือ ยอมรับความจริง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถามอีกว่าจะไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร

หากว่ากันตามหลักของพระพุทธศาสนา สิ่งที่เราจะลงมือทำ แบ่งเป็น 3 ด้านได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา เริ่มต้นจากศีล คือพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม จัดการปัจจัยรอบ ๆ ตัวเรา รวมทั้งพฤติกรรมของเราก่อน เช่น พาตัวเราไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่จะทำให้เรามีจิตใจคิดถึงเรื่องที่เป็นกุศลได้ง่ายขึ้น คิดถึงสิ่งที่จะยั่วเย้าให้เรายิ่งหงุดหงิด เศร้าโศกเสียใจน้อยลง ลองนึกดูว่า ถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เดินไปไหนก็เห็นแต่สถานที่ที่คุ้นเคย ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน เห็นแล้วก็ปรุงแต่งเป็นอกุศล เศร้าโศกเสียใจ หงุดหงิด ขุ่นเคือง มันก็เป็นโจทย์ที่ยาก ถ้าเราสามารถจัดสรรสิ่งแวดล้อมได้ หรือมีกัลยาณมิตรที่จะช่วยชวนให้เราทำกิจกรรมที่ทำให้วางใจได้ง่ายขึ้น ก็จะมีโอกาสทำให้ใจของเราที่เป็นอกุศล หงุดหงิด เศร้าโศกน้อยลงสักหน่อย อย่างนี้ก็เป็นตัวช่วยที่ดีเหมือนกัน เมื่อสภาพแวดล้อมดีขึ้น

ขั้นต่อไปคือจิตใจของเรา จิตใจก็คือ สมาธิ พยายามให้ใจของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เป็นกุศลได้ง่าย หากิจกรรมให้ใจ มันมีเรื่องคิด มีสิ่งที่จะทำโดยไม่ไปตกหลุมความคิดเดิม ๆ เหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าสิ่งนั้นเป็นประโยชน์ คิดแล้วทำแล้วเห็นประโยชน์ทั้งกับผู้คนรอบข้างที่รักเรา หรือต่อบุคคลอื่น ใจเราก็จะกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเราเองได้เร็วขึ้น

ขั้นสุดท้ายคือปัญญา การรู้เข้าใจตามจริง คิดพิจารณาให้เห็นชัดว่า ที่เราทุกข์นั้นเราทุกข์เพราะอะไร มันทุกข์ในสิ่งที่เราควบคุมจัดการส่วนไหนได้บ้าง เราจะทำให้คนรอบตัวเราเป็นอย่างเราต้องการทั้งหมด มันเป็นไปไม่ได้ เมื่อใจเราดีขึ้นเราจะค่อย ๆ กลับมามองปัญหาแล้วเข้าใจตามความเป็นจริงได้มากขึ้น แต่ถ้าใจเรายังไม่ดี ใจเรายังหงุดหงิด เมื่อเรามองปัญหา มันก็มักจะมีแต่ความเศร้าโศก เสียใจ หงุดหงิด ขุ่นเคือง รักษาใจให้ดี ทำใจให้เป็นกุศลแล้วกลับมามองปัญหาให้เห็นชัด เห็นคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตเรา เห็นเป้าหมายที่แท้จริงของการตื่นมาในแต่ละวัน ว่าเราควรจะตื่นมาใช้ชีวิตของเรา ทำคุณประโยชน์อะไรให้ใครบ้าง

มีใครบ้างในชีวิตที่เป็นคนที่เรารัก และเราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเรานี้ทำความดีทำประโยชน์ให้แก่เขาได้ แล้วเราจะปล่อยโอกาสนั้นให้ผ่านไป เพียงเพราะเราจะนั่งเสียใจอยู่กับอดีตทำไมกัน ถ้าเราเห็นคุณค่าในชีวิตเรามากขึ้น และชัดเจนเท่าไร

เราก็จะกลับมามีความสุขในแต่ละปัจจุบันขณะ และทำให้มันเป็นชีวิตที่มีค่าได้มากขึ้นเท่านั้น

ทั้งหมดนี้คือแบบฝึกหัดในการพัฒนาชีวิต ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเศร้าหรือไม่เศร้า ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องข้ามผ่านมันได้เร็วหรือช้า แต่ในทุกขณะที่อยู่กับปัญหา คือโอกาสเรียนรู้และเติบโต ถ้าเราอยู่กับปัญหานี้และเรียนรู้ได้ เราก็จะเข้มแข็งขึ้น แม้จะต้องใช้เวลาสักหน่อย แม้จะต้องใช้น้ำตาบ้างแต่ก็เป็นบทเรียนของชีวิตที่ดีเหมือนกัน

อย่าเสียดายกับความทุกข์ อย่าเสียใจติดใจกับความทุกข์ความสุขมากนัก มันก็เป็นแค่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและผ่านไป ถ้าเราได้เรียนรู้ ประโยชน์ก็เกิดขึ้น แล้ววันข้างหน้าเราก็จะแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญกับปัญหาที่หนักหนากว่านี้ได้

ขออนุโมทนาและขอเป็นกำลังใจ

เจริญพร

ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังต้องเผชิญกับความยากลำบาก ระบายความหนัก ความเหนื่อย หรือความเครียด ความทุกข์ของคุณมาให้พวกเราได้ที่ www.bia.or.th/dhamlife ติดตามข้อธรรมดีๆ ได้ที่เพจ fb : หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือ

Line: @Suanmokkh_Bangkok