ธรรมะสวัสดี: ทำความดีลบล้างความชั่วได้หรือไม่?

LINE TODAY เผยแพร่ 01 เม.ย. 2562 เวลา 08.40 น. • พระมหาทรงศักดิ์ จิรสุโภ

ถาม: ทำดีลบล้างความชั่วได้หรือไม่? 

ตอบ: คำถามนี้ถกเถียงกันอยู่มาก บางคนก็คิดว่าลบล้างได้ บางคนก็คิดว่าไม่ได้ บางคนก็ลังเลสงสัยอยู่ว่ามันยังไงแน่ และมีไม่น้อยที่ชินกับคำตอบที่เคยได้ยินได้ฟังมา จากครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงบ้าง จากที่อ่านพบในหนังสือบ้าง ซึ่งมักตอบประมาณว่า "บุญก็อยู่ส่วนบุญ บาปก็อยู่ส่วนบาป ลบล้างกันไม่ได้" บาปที่ทำก็ต้องรับผลกรรมไป บุญที่สร้างก็รับผลบุญนั้นไป ทั้งบุญและบาปส่งผลกันคนละทาง ไม่เกี่ยวกัน และมาหักกลบลบหนี้กันไม่ได้

ซึ่งความเห็นของอาตมา จะว่าถูกก็ไม่เชิง ผิดก็ไม่ใช่ มันอยู่ที่เราสามารถเข้าใจตื้นลึกแค่ไหนในคำตอบนี้

พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า.. ผู้ใดทำกรรมชั่วไว้ ภายหลังทำแต่กรรมดี ผู้นั้นย่อมจะพบความสว่างในชีวิต ดุจดวงจันทร์ที่หลุดพ้นจากการบดบังของเมฆหมอก (ยัสสะปาปัง กะตังกัมมัง กุสะเลนะ ปะหิยะติโสมัง โลกัง ปะภาเสติ อัพภา มุตโตวะ จันทิมา)

รู้สึกย้อนแย้งกับคำที่ว่า "บุญส่วนบุญ บาปอยู่ส่วนบาป" ขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหม..

ที่จริงแล้ว..กุศลกรรมและอกุศลกรรมนั้น มันก็ยังอยู่ของมันอย่างนั้นแหละ ไม่ได้หายหรือถูกกรรมฝ่ายใดลบล้างไปไหน เพียงแต่ในวาระนั้น ๆ ของชีวิต กรรมเหล่านั้นมันมีความหมายอยู่ หรือหมดความหมายไป ก็เท่านั้นเอง

ความชั่วหรืออกุศลกรรมที่ได้ทำไปแล้ว มันก็ได้ผ่านไปแล้ว เป็นอดีตไปแล้ว เมื่อเราหยุดที่จะก่อกรรมชั่ว เลือกทำแต่กรรมดี โดยมีเจตนาที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตน เราก็จะเป็นคนใหม่ที่เปลี่ยนจากเดิม (แต่ต้องไม่ใช่เจตนาแค่ต้องการลบล้างบาปเก่า แบบนั้นทำเพราะกิเลส และเป็นไปไม่ได้ด้วย เพราะเราย้อนอดีตกลับไปแก้ไขสิ่งไม่ดีที่ทำไปแล้วไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันใหม่ให้ดีได้)

คำถามคือ..จะไปใส่ใจเรื่องที่จะลบล้างอกุศลกรรมในอดีตเพื่ออะไร? คุณอยากได้ประวัติที่ขาวสะอาดหรือ? เลยคิดลบล้างความชั่วที่เคยทำ คุณไม่ได้จะไปสมัครงานนะ ถึงจะต้องการโพรไฟล์ที่ขาวสะอาด แต่เราต้องยอมรับความจริงในสิ่งที่เป็น และเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นต่างหาก

ถึงแม้อดีตเราเป็นคนชั่ว ปัจจุบันหรืออนาคตเราก็เป็นคนดีได้ เราสร้างเหตุปัจจัยใหม่ได้แน่นอน เพราะสรรพสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุทั้งสิ้น สิ่งทั้งปวงล้วนเปลี่ยนแปลงเรื่อย ไม่จีรัง ฉะนั้นหากเมื่อก่อนเราไม่ดี นั่นก็เพราะมันมีเหตุ วันหนึ่งเราเป็นคนดี นั่นก็เพราะมาจากเหตุเช่นกัน เราจะต้องเข้าใจให้ลึกถึงตรงนี้ว่า.."ทุกสิ่งคือผลที่มาจากเหตุก่อนหน้า"

ส่วนความชั่วที่เคยทำลงไป ยังอยู่ไหม? มันก็บันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์หนึ่งของชีวิตเรานั่นแหละ แต่มันก็เป็นอดีตไปแล้ว อยู่ที่ความหมายยังมีอยู่ไหม หรือมันหมดความหมายไปแล้ว (จากการที่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่) อกุศลกรรมนั้นย่อมชำระสะสางได้ด้วยกุศลกรรม แม้ไม่ได้ลบบาปให้หายไปจากชีวิต แต่สามารถชำระสะสางให้หมดความหมายไปได้ ความชั่วต้องชำระล้างด้วยความดีเท่านั้น

อย่าลืมว่า..จะบุญหรือบาป จะดีหรือชั่ว ล้วนอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่มีสิ่งใดที่ตายตัว นี่คือธรรมนิยาม หรือกฎธรรมชาติที่ครอบคลุมสิ่งทั้งปวง คือไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่อาจคงที่ในสภาพเดิมได้ ไม่เป็นอัตตาตัวตนให้ยึดถือได้ เป็นแต่เพียงสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราวและดับไปในที่สุด

การทำความดี แม้จะลบล้างกรรมชั่วไม่ได้ แต่มันก็ช่วยตัวเราได้ ช่วยให้เราหยุดทำกรรมชั่วด้วยการทำความดีนี่เอง สร้างบุญเพื่อหยุดบาป สร้างความดีเพื่อหยุดความชั่ว เพื่อให้ชีวิตไม่จมอยู่กับความชั่วไม่รู้จบสิ้น บุคคลที่หยุดทำชั่ว เขาก็จะได้รับความดีในตอนต่อไป ผู้ไม่หยุดทำชั่ว ชีวิตก็ยังคงได้รับแต่กรรมชั่วต่อไป

คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้ หากรู้ตัวว่าเราเคยไม่ดีมาก่อน ก็ใช่ว่าเราจะเป็นอย่างนั้นไปตลอดหรือก็เปล่า เราสามารถทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ ด้วยการพยายามปรับปรุงตัวเอง ทำความดี ให้ทาน รักษาศีล บำเพ็ญสมาธิภาวนา สุดท้ายท้ายสุด.. เราก็จะกลายเป็นคนละคน

เจริญพร

พระมหาทรงศักดิ์ จิรสุโภ

วัดปากน้ำ นนทบุรี

สำหรับผู้มีคำถามธรรมะ อยากไขข้อข้องใจทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่อีเมล: dhammaboxes@gmail.com