ธนาธร ให้ปากคำศาลรธน.เสร็จสิ้น ยันโอนหุ้นวี-ลัค 8 ม.ค. 62 ไม่เกี่ยวงานบริหาร

workpointTODAY อัพเดต 18 ต.ค. 2562 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 05.16 น. • Workpoint News
ธนาธร ให้ปากคำศาลรธน.เสร็จสิ้น ยันโอนหุ้นวี-ลัค 8 ม.ค. 62 ไม่เกี่ยวงานบริหาร

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้ปากคำศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำโอนหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย วันที่ 8 มกราคม 2562 ก่อนที่พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งจะออกมา และยืนยันไม่เคยเกี่ยวข้องกับการบริหารบริษัท

*“หลังแต่งงาน มารดาอยากให้ลูกหลานและสะใภ้มีงานทำ โดยนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของผมซึ่งเคยลาออกจากงานในธนาคารมาเลี้ยงลูก เมื่อลูกเติบโตขึ้นทำให้ภรรยาของผมว่างงาน นางสมพรจึงชวนให้เข้ามาบริหารบริษัทวี-ลัคมีเดีย จึงเป็นที่มาของการซื้อหุ้น” นายธนาธรกล่าว *

วันที่ 17 ต.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้ปากคำต่อตุลาการของศาลรัฐธรรมนูญ โดยสรุปศาลได้ถามถึงเหตุการณ์ในวันที่นายธนาธร ยืนยันว่ามีการโอนหุ้น คือวันที่ 8 มกราคม 2562 ซึ่งนายธนาธรได้อธิบาย เริ่มจากวันที่ได้มีการนัดหมายกับทีมงานของพรรคว่า จะมีการหาเสียง วันที่ 8 มกราคม 2562 จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจำไม่ได้ว่าตรงกับวันที่นัดหมายในการโอนหุ้นด้วย ซึ่งเมื่อเสร็จภารกิจหาเสียงจึงวางแผนว่าจะกลับกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบินหรือรถยนต์ส่วนตัว เมื่อคำนวณเวลาแล้วใช้เวลาไม่มากไปกว่ากัน จึงตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์ ทั้งนี้ ศาลถามว่าระหว่างเดินทางมีการโทรหา หรือใครโทรหาหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ตนเองหลับตลอดทาง และจำไม่ได้ว่ามีสายเข้าหรือโทรออกหรือไม่

นอกจากนี้ ศาลได้ถามถึงตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์โอนหุ้น ซึ่งนายธนาธรก็ตอบได้ตรงกับที่ให้การไว้กับกกต. ส่วนการนำเช็คโอนหุ้นกว่า 6 ล้านบาท ที่เข้าบัญชีในเดือนพฤษภาคมนั้น ไม่ทราบว่าทำไมถึงเข้าช้า เพราะให้ภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินทั้งหมด

นายธนาธร ยังระบุว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นกรรมการผู้บริหารบริษัท วี-ลัค มีเดีย เพราะมันเล็กมากสำหรับผม ไม่เคยใส่ใจ ถ้าท่านจะแฟร์กับผม สามารถเรียกพนักงานของบริษัทที่เคยทำงานในอดีตมาถามว่าใครเคยเห็นผมในบริษัทนั้นบ้าง ผมไม่เคยแม้แต่เหยียบเข้าไป ร่วมประชุม ผมไม่รู้ว่าใครเป็นกรรมการบริหาร บริหารกันอย่างไร และยอมรับว่า ได้ร่วมคิดกับคนในครอบครัว แต่คนจัดการเป็นฝ่ายธุรการ

*"ผมตั้งใจอย่างจริงจังว่าอยากจะทำงานการเมืองโดยไม่มีข้อผลประโยชน์เหมือนที่คุณทักษิณโดนมาก่อน เพราะผมไม่ได้ตั้งใจมานั่งที่นี่เพื่อทำอย่างนี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ผมอยากจะผลักดันประเทศชาติให้ไปข้างหน้า ให้หลุดจากความขัดแย้ง ให้กลับมาเป็นประชาธิปไตย ให้มีนิติรัฐ นิติธรรมในประเทศนี้ *

ดังนั้นเนี่ยเป็นความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเอาตัวเองออกจากการเมือง แล้วถ้าวันนี้ท่านตัดสินเป็นคุณกับผม ออกไปผมจะดำเนินการเรื่อง blind trust ต่อทันที ให้บุคคลที่สามจัดการทรัพย์สินผมให้หมดเลย *อย่างที่ผมสัญญากับประชาชนไว้ *

ผมสัญญา กับประชาชนเรื่อง blind trust ตั้งแต่ก่อนจะเกิดอะไรอย่างนี้ทั้งหมด เพราะผมตั้งใจอย่างนั้นอยู่แล้วใช้มาตรฐานนักการเมืองตะวันตกที่จะเอาทรัพย์สินของผมไปดูแลจัดการให้โดยที่ที่ผมไม่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการ conflict of interest เพราะผมไม่ใช่คุณทักษิณ ผมไม่ได้เข้ามา เพื่อจะมีผลประโยชน์บริวารห้อมล้อม ไม่ใช่ ผมมานั่งอยู่ตรงนี้ผมตัดสินใจอย่างนี้ เพราะผมอยากเปลี่ยนแปลงสังคม เพราะผมรู้สึกว่าสังคมมันเดินหน้าต่อไปอย่างนี้ไม่ได้"

ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากนายธนาธรกล่าวจบ ศาลได้กล่าวว่า "เก่งกว่าทนาย แถลงการณ์ได้ดีมาก" จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนพยาน 9 ปาก

หนึ่งในพยาน 10 ปาก คือ นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของนายธนาธร ได้ให้ปากคำต่อศาลรัฐธรรมนูญ คดีหุ้นวี-ลัค มีเดีย ยืนยันเป็นคนนำเช็คจากการขายหุ้นวันที่ 8 ม.ค.62 ไปขึ้นเงิน เหตุที่ช้าถึงเดือน พ.ค. เพราะต้องดูแลลูกที่เพิ่งคลอด และได้ส่งเช็คเป็นหลักฐานให้กกต. รับคืนเดือนเม.ย. จึงเพิ่งนำไปขึ้นเงินเอง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรุปปม “ธนาธร” ถือหุ้นสื่อบริษัท “วี-ลัค มีเดีย” โทษถึงพ้น ส.ส.?

ดูข่าวต้นฉบับ