ท่องป่าไร่นาสวนผสม วิถีเกษตรธรรมชาติ จ.บุรีรัมย์

BLT BANGKOK อัพเดต 19 พ.ย. 2562 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 08.13 น.
b3d42ce7025c124a0cd6b79e07d238d6.jpg

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันชาวไทยมีอาชีพเกษตรกรกว่า 11.15 ล้านคน ขณะเดียวกันมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้กว่า 468,558 ราย วงเงินเป็นหนี้ 85,823.93 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างกำลังหาแนวทางแก้ไขเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
โดยแนวทางที่นำมาใช้มากสุดคือ “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” หรือการเกษตรผสมผสาน (Integrated Farming System) เป็นระบบการเกษตรที่มีการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ชนิดอยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้การเกื้อกูล ประโยชน์ต่อกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยหลักการอยู่รวมกันระหว่างพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ดังเช่นที่ มหาชีวาลัยอีสาน และศูนย์การเรียนรู้พ่อคำเดื่อง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสองเส้นทางศึกษาการเรียนรู้เกษตรธรรมชาติแบบพอเพียง จากโครงการตามรอยพระราชา โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับทิพยประกันภัย
สำหรับ มหาชีวาลัยอีสาน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เป็นสถาบันภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน เกิดขึ้นจาก ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านนักทดลองด้านการเกษตรแห่งอีสานใต้ ผู้นำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการปลูกป่าแบบไร่นาสวนผสมบนพื้นที่ 400 ไร่ และส่งต่อความรู้สู่ชุมชนด้วยวิถีพอเพียงมายาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบัน แม่ฉวี ปรัชญพฤทธิ์ เป็นผู้สานต่ออุดมการณ์
นอกจากจะมีแปลงเกษตรประณีตแล้ว ยังมีแปลงสมุนไพร สวนป่ายูคาลิปตัส โรงเผาถ่าน บ่อเลี้ยงปลา  โรงเรือนเลี้ยงวัว เลี้ยงนกกระจอกเทศ เลี้ยงไก่ ไปจนถึงเลี้ยงปลวก เพื่อต่อยอดไปสู่การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
ผู้ที่สนใจจะเข้ามาเรียนรู้ป่าไร่นาสวนผสม จะได้เรียนรู้การแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกป่า ปลูกพืชที่หลากหลาย ทั้งไม้ผล ไม้ติดแผ่นดิน ไม้เศรษฐกิจ เลี้ยงสัตว์ ทำนา รวมทั้งพื้นที่สำหรับบ่อปลา แหล่งน้ำ และพื้นที่สำหรับพักอาศัยอย่างเหมาะสม และทำน้ำมะสัง ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่มีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น บำรุงร่างกาย แก้ท้องเดิน ท้องอืดท้องเฟ้อ สมานแผล แก้ไข้ อีกทั้งนำมาใช้ ได้หลายส่วนทั้งใบ ราก ผลอ่อน แก่น
นอกจากนี้ ที่อำเภอดงแคน ยังเป็นที่ตั้งของ ศูนย์การเรียนรู้บ้านพ่อคำเดื่อง อาณาจักรสีเขียวพื้นที่ 200 ไร่ ที่พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้าน ได้นำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและทำเกษตร-กรรมอย่างได้ผล โดยยึดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจนสามารถปลดหนี้ได้ และประสบความสำเร็จในวิถีเกษตรกรรมแบบธรรม-ชาติ ไม่ใช้ยาปราบศัตรูพืชหรือสารเคมีใดๆ อีกทั้งได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับเกษตรกรที่สนใจอย่างต่อเนื่องในแบบ “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน”
โดยระยะเวลากว่า 35 ปีของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ มีพืชพรรณเติบโตร่วมกว่า 170 สายพันธุ์ ทั้งต้นสัก ต้นพะยูง ต้นตะเคียนทอง ต้นไผ่ ต้นพะยอม ฯลฯ ซึ่งผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้เกษตรวิถีธรรมชาติ จะได้ทดลองปลูกพืชอย่างจริงจัง
สำหรับการลงพื้นที่เรียนรู้ศึกษาศาสตร์พระราชา พร้อมทำกิจกรรมเสริมทักษะเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากจะเข้าใจหลักพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ยังมีส่วนในการปลูกจิตสำนึกคนไทยให้มีความศรัทธา ความจงรักภักดี ในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย จนก่อเกิดเป็น “ศาสตร์พระราชา” ที่ชาวบ้านนำมาปฏิบัติตามจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น 

ดูข่าวต้นฉบับ