ทำไม AWC ร่วงแรง ราคาต่ำกว่า IPO

Businesstoday เผยแพร่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 00.07 น. • Businesstoday
ทำไม AWC ร่วงแรง ราคาต่ำกว่า IPO

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 62 ราคาหุ้น AWCหรือ บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ปปรับตัวลงไป 10.74%  ราคาปิดที่ 5.40 บาท ลดลง 0.65 บาท  โดยราคาปรับตัวลงไปต่ำสุดของวันที่ 5.25 บาท  ซึ่งเป็นราคาที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาไอพีโอที่ 6.00 บาท  หลังจากครบกำหนด “กรีนชู” เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา

ราคาร่วงหลังหมด “กรีนชู”

โดย “บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC)” แจ้งว่า ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินได้แจ้งความประสงค์เพื่อใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 1,043,000,000 หุ้นจากบริษัทครบทั้งจำนวนในราคา 6 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นราคาเดียวกันกับราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 6,258,000,000 บาท เพื่อส่งคืนให้กับ*นายเจริญ สิริวัฒนภักดี *

ทั้งนี้
บริษัทจะดำเนินการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจานวนดังกล่าวให้แก่ผู้จัดสรรหุ้นส่วนเกิน
และจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์
เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการดังกล่าวต่อไป

AWC
เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 8,000,000,000 หุ้น โดยแบ่งออกเป็น (1) การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน
6,957,000,000 หุ้น เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป และ (2)
การจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวน (กรีนชู) 1,043,000,000 หุ้น

โดย บล.ภัทร
ในฐานะผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน ได้ยืมหุ้นสามัญจำนวน 1,043,000,000 หุ้นดังกล่าวจากนายเจริญ สิริวัฒนภักดี
เพื่อส่งมอบให้กับผู้จองซื้อ โดยผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินจะต้องดำเนินการจัดหาหุ้นจำนวนดังกล่าว
โดยการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หรือใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่บริษัทจัดสรรไว้สำหรับการใช้สิทธิดังกล่าว
รวมเป็นจำนวน 1,043,000,000 หุ้น ภายใน 30 วันนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 8 พ.ย.62

ภายหลังจากที่บริษัทได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว
จากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน และนายเจริญ
ได้รับหุ้นคืนจากผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินแล้ว บริษัทจะมีทุนชำระแล้วทั้งสิ้น 32,000,000,000
บาท และมีหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดจำนวน 32,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
และจะส่งผลให้จำนวนหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงในบริษัทของนายเจริญ เป็นดังนี้
หลังได้รับหุ้นคืนจากผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน นายเจริญ จะถือหุ้นรวม 8,819,999,880
หุ้น คิดเป็น 27.56%

เมื่อไม่มี “กรีนชู” ก็กลับสู่ความเป็นจริง

หากย้อนกลับไปช่วงไอพีโอ AWC เตรียม “หุ้นกรีนชูออปชั่น” เอาไว้สูงถึง 1,043 ล้านหุ้น  โดยเงินที่ได้จากการขาย “หุ้นกรีนชูออปชั่น” นำไปใช้เป็นกลไกรักษาระดับราคาหุ้น  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงเวลา 30 วันแรกหลังเข้าเทรด  หรืออธิบายง่ายๆ คือ เป็นเงินที่สำรองเอาไว้ซื้อหุ้นคืนในตลาด  หากในช่วงเวลา 30 วันหลังเข้าเทรด  ราคาปรับต่ำกว่าไอพีโอที่ 6 บาท 

ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวเมื่อราคาปรับตัวลงมา  ก็มักจะมีคนคอยตั้งรับเอาไว้  เพราะมั่นใจว่าอย่างน้อยๆ ราคาก็จะไม่หลุด 6
บาท 
แต่พอหมดกรีนชูราคาที่เป็นจุดตั้งรับเวลาปรับตัวลงก็ไม่สามารถคาดเดาได้  จึงทำให้เมื่อราคาปรับลงมา  จึงไม่มีคนคอยตั้งรับเหมือนช่วงที่ใช้กรีนชู

โดยเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา  ราคาหุ้น AWC เคยปรับตัวลงแรงครั้ง  โดยปิดตลาดที่ 6.10 บาท  หลังมีข่าวว่า บล.ภัทร  จะยกเลิกการใช้กรีนชูในการดูแลราคาหุ้น  ก่อนครบกำหนด 30 วัน  แต่ทาง บล.ภัทร ได้ออกปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง  จนราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาที่ 6.25 บาท ในวันที่ 22 ต.ค. 62  แต่หลังจากนั้นราคาหุ้น AWC ก็เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับราคาไอพีโอที่ระดับ 6.05 – 6.10 บาท  จนถึงวันที่ 11 พ.ย. 62 ราคาก็ปรับตัวลงต่ำกว่าราคาไอพีโอเป็นครั้งแรก  หลังครบกำหนด 30 วันใช้มาตรการดูแลราคาหุ้น

AWC หุ้นใหญ่ แต่ไม่ได้เข้า MSCI

MSCI ได้ประกาศปรับพอร์ตรอบ
พ.ย. 62 มีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 26 พ.ย. 62 ในส่วนของตลาดหุ้นไทย
มีการปรับหุ้นใหม่เข้าคำนวณ 11 บริษัท แบ่งเป็น 4 บริษัทที่ถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ในดัชนี
MSCI
Global Standard
ประกอบด้วย BGRIM-GPSC-OSP-SAWAD
นอกจากนี้มี 7 หลักทรัพย์ที่ถูกเพิ่มในดัชนี MSCI Global
Small Cap
ประกอบด้วย CENTEL-DOHOMEJMT-SPRC-STPI-TPIPP-TQM

ส่วนหุ้นที่ถูกออกจากดัชนี
MSCI
Global Small Cap
จะมี 3 หลักทรัพย์
ประกอบด้วยหุ้น CBG-TISCO-SAWAD โดยในส่วนของหุ้น SAWAD
ได้เลื่อนชั้นไปยัง ดัชนี MSCI Standard ขณะที่ CBG-TISCO ราคาหุ้นปรับเกินเพดาน MSCI
Small Cap
แต่ยังไม่ถึงระดับ MSCI Standard

โดย AWC จัดเป็นหุ้นใหญ่ ถูกคำนวณอยู่ในดัชนี SET50 – SET100  แต่การประกาศดัชนี MSCI รอบ พ.ย. 62  กลับไม่มีรายชื่อหุ้น AWC ถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนี

บล.ทรีนีตี้
จำกัด ระบุว่า การปรับพอร์ตรอบหน้าของMSCI
ในช่วง พ.ค. 63 หุ้น AWC มีโอกาสสูงที่จะถูกนำเข้าสู่ดัชนี MSCI Global Standard รวมไปถึง KTC

จากการศึกษาของ บล.ทรีนีตี้ นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา พบว่า หุ้นที่ถูกนำเข้าสู่ดัชนี MSCI Standard Index มักปรับตัว Outperform ตลาดได้ราว 10% นับตั้งแต่วันประกาศไปจนถึงวันมีผลบังคับใช้ ส่วนหุ้นที่ถูกนำเข้าสู่ดัชนี MSCI Small Cap Index มักปรับตัว Outperform ตลาดได้ราว 4.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
>> AWC เทรดวันแรกราคาไม่ขยับ>> เปิด 4 เหตุผล หนุนหุ้น “AWC” ยืนเหนือจองในวันแรก>> “AWC” แค่เปิดจอง IPO ก็จ่อเบียดหุ้น 10 ตัวหลุด SET50 – SET100>> AWC เคาะราคา IPO 6 บาท/หุ้น เตรียมเปิดจองซื้อ 25-27 ก.ย.นี้

ดูข่าวต้นฉบับ