ทำไม...ถึงไม่ใช้ ‘เงินสด’?

Wealthy Thai อัพเดต 28 ธ.ค. 2562 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2562 เวลา 02.12 น. • wealthythai
ทำไม...ถึงไม่ใช้ ‘เงินสด’?

‘เทคโนโลยี’ ในปัจจุบันได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการสามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น จากในอดีตที่อาศัยการรับจ่ายด้วยเงินสดเป็นหลัก เมื่อพิจารณาถึงด้านต้นทุน งานวิจัยThe Journey to Less-Cash Society: Thailand’s Payment System at a Crossroads: เส้นทางสู่สังคมไร้เงินสด” ซึ่งได้นำเสนอในงานสัมมนาวิชาการธนาคารแห่งประเทศไทย ประจำปี 2561 ได้แสดงให้เห็นว่า ‘ต้นทุนของเงินสด’ ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยการผลิต การขนส่ง การรักษาความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งผันแปรตามจำนวนเงิน
ขณะที่‘ต้นทุนของ e-Payment’ ส่วนใหญ่เกิดจากการวางโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบการชำระเงินและระบบภายในของสถาบันการเงิน เมื่อพิจารณาในระยะยาวแล้ว ต้นทุนผันแปรของเงินสดจะเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ขณะที่ต้นทุนของ e-Payment เมื่อมีผู้ใช้บริการในระบบมากขึ้น ก็จะมีต้นทุนเฉลี่ยต่อรายการที่ลดลงเรื่อยๆ ในปัจจุบันการดำเนินการผ่าน e-payment มีหลากหลาย อาทิ บัตรเครดิต บัตรเดบิต พร้อมเพย์ Internet banking Mobile banking e-Wallet เป็นต้น
“การทำธุรกรรมผ่านช่องทาง online ต่างๆ ทำให้สถาบันการเงินสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้วิเคราะห์ต่อพฤติกรรมของผู้ใช้งาน และตอบสนองต่อความต้องการได้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ผู้ใช้งานก็ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากในการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ทั้งยังประหยัดเวลาและค่าธรรมเนียม สำหรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น แม้จะลดความเสี่ยงจากโอกาสที่จะถูกอาชญากรรมทางเงินสด แต่ในเชิง electronic จะต้องรักษารหัสผู้ใช้งานให้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้”
เมื่อหลากหลายสถาบันการเงินสนับสนุนให้เกิดการทำธุรกรรมผ่านช่องทาง online มากขึ้น ในฐานะของ ‘ผู้ใช้งาน’ ก็จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กล่าวคือ ศึกษา ‘ค่าธรรมเนียม’ จากการใช้ ‘บัตรเครดิต’ ว่ามีค่าธรรมเนียมรายปีหรือไม่ ถ้ามีจะได้รับยกเว้นเมื่อใช้จ่ายครบกี่บาท
สำหรับ ‘บัตรเดบิต’ ที่จะมีค่าธรรมเนียมหลักร้อยบาท มากน้อยแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ที่พ่วงมาด้วย หากไม่ต้องการผลิตภัณฑ์เสริม ให้ใช้บริการบัตรเดบิตแบบพื้นฐานที่สุด สำหรับการใช้งาน ‘Internet banking’ และ ‘Mobile banking’ เป็นบริการที่ธนาคารเพิ่มเติมให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้ใช้งานควรศึกษาและใช้ประโยชน์จาก function ของแต่ละธนาคาร เช่น การนำรหัสผ่านที่กดใน Mobile application ไปถอนเงินสดที่ตู้ ATM ได้ การโอนเงินข้ามเขตและธนาคาร การชำระค่าธรรมเนียมสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นต้น
นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมแล้ว ‘สิทธิประโยชน์’ เพิ่มเติมจากการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของแต่ละธนาคารก็มีความแตกต่างกัน เช่น ได้คะแนนสะสมเพิ่มเติม 3 เท่า เมื่อใช้จ่ายในหมวดการท่องเที่ยว ใช้ครบ 1,000 บาทในหมวดอาหาร ได้รับเครดิตเงินคืน 100 บาทหรือส่วนลดทันที 100 บาท การเก็บสะสมแต้มบัตรเครดิตเพื่อแลกไมล์การเดินทางหรือของสมนาคุณ เป็นต้น

“อนึ่ง การชำระค่าซื้อหน่วยลงทุน LTF และ RMF เป็นอีกบริการหนึ่งที่หลากหลายสถาบันการเงินอนุญาตให้ผู้ลงทุนสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตได้เช่นกัน แต่จะไม่มีการมอบคะแนนสะสม Cash back และหรือประโยชน์อื่นใดจากจำนวนเงินลงทุนดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนไม่ต้องพกเงินจำนวนมากไปทำธุรกรรมที่ตัวแทนจำหน่าย หรือดำเนินการด้วยตัวเองผ่าน Online banking ได้เช่นเดียวกัน”
นอกจากนี้การจ่ายผ่าน ‘QR Code’ หรือ ‘e-Wallet’ ผู้ให้บริการบางแห่งได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น มอบส่วนลดให้ทันทีเมื่อจ่ายผ่านช่องทางดังกล่าว เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรศึกษาสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้บัตรได้อย่างเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งาน
เมื่อการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่กดผ่าน Application Scan จ่าย หรือรูดผ่านบัตรเพียงไม่กี่วินาที ธุรกรรมก็เสร็จสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ เพื่อมิให้ใช้จ่ายเกินความจำเป็น พึงระลึกเสมอว่าการใช้จ่ายในแต่ละครั้งมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด การมีวินัยทางการเงินเป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับตนเอง
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand , TFPA Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

 

ดูข่าวต้นฉบับ