ทำไม…ต้องรีบซื้อ AOT ก่อนสิ้นปี

Wealthy Thai อัพเดต 11 ต.ค. 2562 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 06.48 น. • wealthythai
ทำไม…ต้องรีบซื้อ AOT ก่อนสิ้นปี

AOT หุ้นสุดฮิตที่ครองใจนักลงทุนมายาวนาน และมักถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอ ด้วยอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว และธุรกิจบริหารจัดการท่าอากาศยานที่เป็นหนึ่งเดียวในไทย โดยปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 1,042,856.10 ล้านบาท ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ใน SET
และด้วยรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทาง ทำให้ AOT กลายเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากช่วงไฮซีซั่นเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งแนวโน้มนักท่องเที่ยวช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย อีกทั้งล่าสุดนักวิเคราะห์ยังฟันธงว่าหากกองทุนลดหย่อนภาษีตัวใหม่ อย่างกองทุนหุ้นยั่งยืน หรือ SEF ถูกนำมาใช้แทน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF หุ้นที่น่าจะถูกเพิ่มสัดส่วนการลงทุนสูงสุด คือ AOT อีกด้วย ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร Wealthay Thai จะเล่าให้ฟัง!!

 

 

ท่องเที่ยวไทยครองใจชาวจีน

จากรายงานการท่องเที่ยวนอกประเทศของชาวจีนประจำปี 2561 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวของจีน (China Tourism Academy) และ C trip ระบุว่า ประเทศจีนมีนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนทริปท่องเที่ยวต่างประเทศสูงถึง 150 ล้านทริป โดยประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเยือนมากที่สุดคือประเทศไทย ตามมาด้วยญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ขณะที่กรุงเทพมหานครเป็นเมืองยอดนิยมอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีนอีกด้วย 
ทั้งนี้ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมกว่า 15% ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มั่นใจว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยภายในสิ้นปี 2562 จะเป็นไปตามเป้าที่ 40 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 4.4% จากจำนวน 38.3 ล้านคนในปีก่อน

 

 

AOT รับผลบวก ไฮซีซั่น-นักท่องเที่ยวฟื้น

โดยโบรกเกอร์มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า AOT จะได้รับโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรหลักในไตรมาส 4/2562 (ก.ค. - ก.ย. 2562) จะฟื้นตัวและเติบโตอีก 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผู้โดยสารต่างชาติที่ขยายตัวในอัตราเร่งขึ้น 7% ในช่วงเดือน ก.ค. - ก.ย. ที่ผ่านมา หลังการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องในไปถึงไตรมาส 1/2563 จากปัจจัยหนุน Golden Week ของประเทศจีน ระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. 2562 รวมถึงเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทยในเดือน พ.ย. - ธ.ค. 2562
นอกจากนี้  AOT ยังมีแผนที่จะเปิดประมูลสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์สำหรับสนามบินดอนเมืองและเคาน์เตอร์รับสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ภายในสิ้นปีนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้ าหมาย (DCF-TP) ที่ 85.00 บาท (WACC 8.2%, LTG 2%)

 

 

สถิติการบินแข็งแกร่ง

ด้านบล.เอเชียเวลท์ มองว่า สถิติการบินของ AOT ยังแข็งแกร่ง โดยข้อมูลเดือน ส.ค. 2562 มีจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารเติบโต 0.5% และ 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ ซึ่งเป็นผู้โดยสารต่างประเทศเติบโตมากถึง 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเติบโต 17.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนสถิติการบินตั้งแต่วันที่ 1 –14 ก.ย. 2562 มีจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร เติบโต 1.6% และ 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ โดยจำนวนผู้โดยสารต่างประเทศเติบโตมากถึง 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวตั้งแต่เดือนก*.ค. มาจนถึงเดือนส.ค. ทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวในไทยปรับตัวดีขึ้น เมื่อรวมกับช่วง Golden Week ที่เป็นปัจจัยพิเศษที่เข้ามาสนับสนุน และช่วงไฮซีซั่นที่เป็นปัจจัยบวกตามฤดูกาล น่าจะทำให้ยอดเที่ยวบินของ AOT ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานเติบโตดีตามไปด้วย *

 

 

ผลจากการเปลี่ยนนโยบาย LTF เป็น SEF หนุน AOT รับประโยชน์สูงสุด

นอกเหนือจากปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยวแล้ว ล่าสุด บล.เอเชียพลัส ประเมินว่า หากกองทุนหุ้นยั่งยืน หรือ SEF ถูกนำมาใช้แทน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ที่จะหมดอายุสิ้นปีนี้ หุ้นที่จะถูกเพิ่มสัดส่วนการลงทุนสูงสุด คือ AOT จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน เพราะเดิมเราสามารถลงทุนในหุ้นไทยตัวใดก็ได้ไม่น้อยกว่า 65% แต่หากปรับมาใช้ กองทุน SEF นโยบายจะถูกปรับเป็น สามารถลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65% โดยจะต้องเป็นหุ้นที่ถูกจัดอยู่ใน หุ้นที่มีความยั่งยืน หุ้นธรรมาภิบาล และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น ซึ่งมีทั้งหมด 53 ที่อยู่ในดัชนี ดัชนี SETTHSI และ 8 กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวทำให้ AOT มีโอกาสถูกกองทุนเพิ่มน้ำหนักในการลงทุนมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.45% จากเดิมสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 4.86% รองลงมา คือ PTT และ ADVANC

 

ดูเหมือน *AOT จะได้รับปัจจัยบวกรอบด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นและช่วงไฮซีซั่นตามฤดูกาล อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณา จากจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่อาจชะลอตัวลงได้ และความล่าช้าในโครงการขยายสนามบิน ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับหากมีการปรับมาใช้กองทุน SEF ยังคงต้องรอความชัดเจนในสิ้นปีนี้ก่อน *

 

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ