ทำไมใคร ๆ ก็มีปืน? ว่าด้วยขั้นตอน “ครอบครองปืน” ที่คนไทยข้องใจ - จุดประเด็น

LINE TODAY เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 18.00 น. • AJ.
*ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้น
*ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้น

ดูท่า “ความปลอดภัย” จะยังไม่มีวี่แววหวนคืนสู่วิถีชีวิตคนไทยง่าย ๆ เพราะหลังจากเกิดปรากฏการณ์เลียนแบบ #กราดยิง หรือ “Copycat Effect” ที่มีคนจำนวนหนึ่งแห่กันโพสต์ข้อความข่มขู่ว่าจะไปก่อเหตุเอย จะไปยิงคนนั้นคนนี้เอย ก็มีคดี “ยิงปืน” เกิดขึ้นทั่วเมือง ทั้งที่ #จุฬาซอย10 บุรีรัมย์ และล่าสุดที่ห้างย่านอนุสาวรีย์ชัย ยังไม่รวมคดีสะเทือนขวัญก่อนหน้านี้ที่ลพบุรี เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือนด้วยซ้ำ

ถึงตอนนี้ ผู้อ่านหลาย ๆ คนคงเริ่มตั้งคำถามว่า “ปืนมันหาซื้อกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” ซึ่งในฐานะปุถุชนที่ในชีวิตนี้ไม่เคยจับปืนของจริงเลยสักครั้ง เราก็สงสัยเหมือนกัน

บทบาทของอาวุธปืนในอดีตนั้นแตกต่างกับปัจจุบันมาก ในประวัติศาสตร์ไทยที่เราใช้ปืนเป็นอาวุธในสมรภูมิ การมีคลังแสงอาวุธจึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่เมื่อโลกเปลี่ยน อาวุธปืนเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นอาวุธป้องกันตัวของผู้ครอบครอง ในที่นี้หมายถึงปกป้องตนเองจากอาชญากรรวมถึงป้องกันทรัพย์สินต่าง ๆ ซึ่งไม่ควรนำมาพกพา เพราะอาจเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรม เช่น การแก้แค้น หรือการก่อเหตุอย่างในข่าวที่เราเห็น ๆ กันอยู่

*ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้น
*ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้น

ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2490 และปรับปรุงแก้ไขกันมาเป็นระยะ แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี แต่เมื่อดูจากพื้นฐานประกอบการพิจารณาในการที่จะพกปืนกันได้แต่ละกระบอก ก็ค่อนข้างมีเงื่อนไขที่เข้มแข็งในระดับหนึ่ง

คนไม่ถนัดปืนผาหน้าไม้มารวมกันทางนี้ เราสรุปเกณฑ์ในการพกปืนมาให้ทุกคนอ่านกันคร่าว ๆ ดังนี้ :

ก่อนพกปืนต้องมีใบ

  • ใบ ป.1 = ใบอนุญาต - ต้องไปยื่นที่นายทะเบียน ระบุรุ่น และร้านที่จะซื้อปืน ก่อนนายทะเบียนออกใบป.3
  • ใบ ป.3 = ใบอนุญาตให้ซื้อปืน - นำใบนี้ไปซื้อปืนตามร้านที่ระบุ แล้วนำกลับไปให้นายทะเบียนตรวจ
  • ใบ ป.4 = ใบทะเบียนปืน ที่ระบุผู้ซื้อเป็นเจ้าของ - เจ้าของจะยังไม่สามารถพกพาปืนไปข้างนอกได้ ต้องขออีกใบ
  • ใบ ป.12 = ใบอนุญาตมีอาวุธปืนติดตัว - ต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติ และเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาต รวมถึงคำรับรองจาก “คนใหญ่คนโต” ตามสังกัดของเรา

ปัจจัยอื่น ๆ :

  • ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากเจ้าหน้าที่ อาทิ ไม่มีประวัติอาชญากรรม มีฐานะมั่นคง ไม่ใช่คนไร้ที่อยู่ มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • ผ่านด่านคุณสมบัติเจาะลึก เช่น บ้านอยู่ในที่เปลี่ยนหรือไม่ ปกติมีความประพฤติอย่างไร เกี่ยวข้องกับอันธพาลหรือไม่ เป็นคนอารมณ์ร้อนหรือไม่ ฯลฯ
  • ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัด คือ เพื่อป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน เพื่อการกีฬา เพื่อการล่าสัตว์ (ปัจจุบันเหลือเพียงสัตว์ขนาดเล็กที่เป็นศัตรูของเกษตรกร) เพื่อเก็บเป็นที่ระลึก และเพื่อพกพาชั่วคราว
  • นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขลงลึกถึงประเภทของปืน และจำนวนที่พกได้ ซึ่งควรมีเพียง 2 กระบอกคือ ปืนสั้นและปืนยาวอย่างละหนึ่ง (ที่น่าตกใจคือ มือกราดยิงโคราชมีอาวุธปืนส่วนตัวถึง 5 กระบอก)
*ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้น
*ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้น

ใบครบ คุณสมบัติครบ จบไหม?

ถ้ามีครบทุกอย่างข้างต้นก็จบ คุณพกปืนได้ แต่! ในบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป คนรอบตัวเคร่งเครียดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากปัญหาส่วนตัว ปัญหาบ้านเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งก็ยากที่จะคาดเดากันได้ว่าวันไหน หรือเมื่อไหร่ จะมีอาชญากรที่จุดเดือดต่ำออกมาก่อเหตุอุกอาจได้อีก

จุดนี้เองที่คนบางส่วนเริ่มเสนอให้คนอยากมีปืน ได้รับการประเมินจาก “จิตแพทย์” อย่างเป็นกิจจะลักษณะ หากได้รับการพิสูจน์ว่าคน ๆ นั้นไม่ใช่ “ระเบิดเวลาเคลื่อนที่” ที่พร้อมตู้มต้ามใส่คนอื่นให้เดือดร้อนในวันที่เขาทนไม่ไหว เมื่อนั้นคุณจึงมีสิทธิ์พกปืน เพราะ “ปืน” เป็นของอันตราย และไม่ควรไปอยู่ผิดที่ผิดทาง

แก้ไม่ได้ ก็ต้องป้องกัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งตอกย้ำให้เรารู้ว่าอันตรายอยู่รอบตัว และกว่าทางการจะหยุดยั้งอาชญากรรมจากปืนได้หมดจด คนเดินถนนอย่างเราก็คงต้องก้มหน้าดูแลตัวเองไป ขอให้ทุกคนใส่เกราะกันกระสุนออกจากบ้านทุกวัน ไม่ใช่! ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ ช่วยกันสังเกตพฤติกรรมคนรอบข้าง และหมั่นตรวจสอบจิตใจของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งที่เราควบคุมได้อย่างแน่นอน มีแค่“ความคิด” และ“จิตใจ” ของตนเองเท่านั้น

“It ain’ t gun control we need; it’s sin control.” - Si Robertson

“เราไม่ได้อยากได้กฎหมายคุ้มครองปืนหรอก เราอยากได้กฎหมายคุ้มครองศีลธรรมมากกว่า

อ้างอิง

1 / 2 / 3 / 4