ทำไมเราควร ‘สอน’ สิ่งที่เราเรียนรู้มาให้ใครสักคนฟังอีกครั้ง

becommon.co อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 18.02 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 11.02 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple
ทำไมเราควร ‘สอน’ สิ่งที่เราเรียนรู้มาให้ใครสักคนฟังอีกครั้ง

‘ความรู้เป็นเหมือนอาหาร’

เมื่อเราอ่านหนังสือสักเล่ม หรือฟังพอดแคสต์สักเรื่องจบ นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ในทันทีแต่อย่างใด 

ความรู้จึงเปรียบเสมือนอาหารที่เมื่อกินไปแล้ว ต้องผ่านกระบวนการย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย 

รายละเอียดของหนังสือที่เราอ่านอาจเลือนไปจากความทรงจำได้ในระยะเวลาเพียง 1 อาทิตย์ หากไม่ได้เล่าให้ใครสักคนฟัง

มนุษย์จำเป็นต้องนำสิ่งเหล่านั้นไปทบทวนและใช้จริงอีกครั้ง เพื่อให้เกิด ‘การเรียนรู้อย่างแท้จริง’

‘เรียนรู้’ อย่างไรให้สมอง ‘ซึมซับ’ และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

การเรียนรู้’ ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเราอ่านหนังสือสักเล่มจนจบหน้าสุดท้าย แต่หมายถึงว่าเราจะเข้าใจและจดจำข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาได้มากแค่ไหน 

ซึ่งขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เราเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี คือ การสวมบทบาทเป็น ‘ครูผู้สอน’ ที่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านั้นให้ใครสักคนฟังอีกครั้ง

เมื่อเราได้รับข้อมูลบางอย่างมา ก่อนสมองจะบันทึกลงไปให้เป็นความทรงจำระยะยาว เราจะต้องเรียนรู้จากการนำไปใช้จริงก่อนเสมอ นั่นเป็นเหตุผลว่า เมื่อเรียนคณิตศาสตร์ในห้องเรียนจบแล้วเราก็ยังต้องกลับมาฝึกทำโจทย์หลายๆ รูปแบบภายหลัง  

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า หลังจากการฝึกอบรมเป็นเวลายืดยาวถึง 8 ชั่วโมง พนักงานที่ใช้เวลา 15 นาทีต่อวัน เขียนทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ทบทวนถึง 25 เปอร์เซ็นต์ 

15 นาทีที่พวกเขาสละไปในแต่ละวัน นับเป็นเพียง 1 ใน 33 ส่วนของเวลาฝึกอบรมทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

*ทำไมเราต้อง ‘สอน’ ในสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว *

เราจะตระหนักได้ว่า เข้าใจความรู้ที่อ่านจริงๆ หรือไม่เมื่อเราพยายามจะอธิบายบางเรื่องให้คนอื่นฟัง เพราะเป็นโอกาสให้ตัวเราเองได้กลับมาทบทวนความรู้ทั้งหมดใหม่อีกครั้ง และหาวิธีอุดรอยรั่วเพื่อถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้การเล่าให้คนรอบข้างฟัง ยังถือเป็นการเปิดรับคำถามและความคิดเห็นใหม่ๆ ที่ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนรู้มาอย่างครอบคลุมมากขึ้น 

(Photo : www.medium.com)

นอกจากนี้ การฝึกอธิบายยังทำให้เรากลายเป็นคนที่สามารถเข้าใจ ‘หลักพื้นฐาน’ ของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี 

หลักฐานหนึ่งที่ชี้ว่า อีลอน มัสก์ เรียนรู้ได้เร็วและดีกว่าคนอื่นๆ คือการที่เขาสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานของสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์เจ๋งๆ ได้มากมาย

นักศึกษามหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาผลลัพธ์ของการสอนและอธิบาย สรุปได้ว่าเมื่อเราอธิบายเรื่องราวต่างๆ ออกมาได้ดีจะช่วยทำให้เรากลายเป็นคนที่เข้าใจหลักการพื้นฐานของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น 

*ลงสนาม ‘สอน’ จริง *

แม้จะไม่ใช่คุณครู แต่เราทุกคนล้วนเป็นผู้สอนได้เสมอ วิธีเหล่านี้เป็นตัวอย่างหนทางที่เปิดโอกาสให้เราได้แชร์ความรู้ไปยังคนรอบข้างอย่างง่ายๆ เช่น

  • เล่าเรื่องหนังสือที่เราอ่าน พอดแคสต์ที่ฟัง หรือภาพยนตร์ที่ได้ดูให้เพื่อนฟัง 
  • แชร์เทคนิคในการทำงานดีๆ ให้กับเพื่อนร่วมงาน 
  • ให้คำแนะนำเรื่องบทเรียนการใช้ชีวิตกับลูกๆ 
  • เป็นตัวตั้งตัวตีในการวางแผนโครงการสักโครงการ
  • แชร์สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากลูกค้าให้เจ้านายฟัง 
  • อธิบายเรื่องยากๆ ให้ตัวเองฟัง

นอกจากวิธีข้างต้นแล้ว ปัจจุบันโลกออนไลน์ทำให้เรามีพื้นที่มากมายสำหรับแชร์เรื่องราวของเราให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็น SNS ส่วนตัว หรือบล็อกต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่จะช่วยให้เราฝึกทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในชีวิตประจำวัน เช่น ‘Today I Learned’บนเว็บไซต์ Reddit แพล็ตฟอร์มให้เราเล่าเรื่องราวที่ได้เรียนรู้มาลงไป นอกจากจะให้ตัวเองได้อ่านแล้วยังเป็นการแบ่งปันให้กับเหล่าผู้คนที่พร้อมจะรับฟังเรื่องราวของเราอีกด้วย 

ความรู้ไม่เคยอยู่กับที่ แต่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้เรื่อยๆ ทั้งยังสามารถเชื่อมโยงเข้าหากันและจุดประกายให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้ 

แต่มันจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้เลย หากปราศจากตัวกลางสำคัญอย่าง ‘ผู้เผยแพร่’ เฉกเช่นมนุษย์เรา

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ