ทำแผนฯ ฆาตกรรมครูสาวฉะเชิงเทรา ชาวบ้าน-ลูกศิษย์รุมสาปแช่ง

PPTV HD 36 อัพเดต 24 ม.ค. 2563 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 10.37 น.
ทำแผนฯ ฆาตกรรมครูสาวฉะเชิงเทรา ชาวบ้าน-ลูกศิษย์รุมสาปแช่ง
คดีคนร้ายฆาตกรรมรองคณบดีโรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่ง เสียชีวิตในห้องน้ำของบ้านพัก จังหวัดฉะเชิงเทรา ล่าสุดตำรวจจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว พบเป็นคนที่เคยอยู่ละแวกเดียวกัน สารภาพหวังเข้ามาขโมยทรัพย์สิน เพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพติด
ทำแผนฯ ฆาตกรรมครูสาวฉะเชิงเทรา ชาวบ้าน-ลูกศิษย์รุมสาปแช่ง

ปคม.รวบ ครูสอนพิเศษข่มขืนลูกศิษย์มาราธอนกว่า 200 ครั้ง

“ผอ.กอล์ฟ”เข้าคุกนอนแดนชรา จัดคนดูแลหวั่นโดนรุมประชาทัณฑ์-ฆ่าตัวตาย

เมื่อวันที่ (24 ม.ค.63) ตำรวจนำตัว นายสันต์ สิทธิชัย หรือ แจ็ค อายุ 39 ปี และนางศุภมาส คำภูศิริ หรือ แอม อายุ 34 ปี  เข้าชี้จุดและทำแผนประกอบคำสารภาพภายในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านพักของ นางสาวเนติมา พัฒนากุล ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และอดีตประธานสาขาการสอนภาษาไทย คณะคุรุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 

โดยตลอดเวลาการทำแผนฯ มีชาวบ้าน และลูกศิษย์ที่รู้ข่าว มารอดู พร้อมตะโกนต่อว่าสาปแช่ง และพยายามจะเข้าทำร้ายผู้ต้องหา จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวกลับออกไปทันที ซึ่งจากการสอบสวน

ทั้งนี้นายสันต์ ยอมรับว่า เคยรู้จักกับนางสาวเนติมา เพราะเคยใช้บริการแท็กซี่ของตัวเองให้ไปส่งที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร แต่หลังจากนายสันต์ เลิกกับภรรยาก็ออกไปอยู่ที่อื่นประมาณ 3-4 เดือน จนกระทั่งคืนวันเกิดเหตุได้เสพยาเสพติดแล้วให้นางศุภมาส ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งบริเวณหน้าบ้านของ นางสาวเนติมา จากนั้นได้เปิดประตูด้านข้างซึ่งไม่ได้ล็อกเข้าไปในบ้าน แล้วพยายามหากุญแจรถยนต์ของนางสาวเนติมา เพื่อจะไปหยิบเงินในรถ แต่หาไม่เจอ จึงขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน เป็นจังหวะที่นางสาวเนติมา เปิดประตูห้องน้ำออกมาและต่อสู้กัน โดยนายสันต์ชกบริเวณท้องของนาวสาวเนติมา 4 ครั้ง จนแน่นิ่ง แล้วใช้มือปิดปากปิดจมูก ก่อนจะฉวยเอาโทรศัพท์มือถือ และเรียกนางศุภมาสมารับ ก่อนหลบหนีเข้ากรุงเทพมหานคร แล้วนำโทรศัพท์ของนางสาวเนติมา ไปขายในราคา 6,500 บาท จนถูกติดตามจับตัวได้ ส่วนเงินที่ได้จากการขายโทรศัพท์ นายสันต์ นำไปใช้หนี้นางศุภมาส 4,000 บาท ที่เหลือใช้ในการหลบหนีและซื้อยาเสพติด 

ขณะที่เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจสถาบันนิติเวช มาประกอบในสำนวนคดี เพื่อดำเนินการส่งฟ้องศาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ