ทองคำไทยพุ่งไม่หยุด ล่าสุดขึ้นอีก 250 บาท ดันราคาทองรูปพรรณ ขายออกแตะ 30,800 บาท

MATICHON ONLINE อัพเดต 07 ส.ค. เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. เวลา 10.34 น.
B95BF33C-CBCB-43A9-89FA-295C8D8099C5

ทองคำไทยพุ่งไม่หยุด ล่าสุดขึ้นอีก250 บาท ดันราคาทองรูปพรรณ ขายออกแตะ30,800 บาท

วันที่7 สิงหาคม2563 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศว่า สมาคมค้าทองคำมีการปรับเปลี่ยนราคาทองคำ8 ครั้ง โดยครั้งแรกปรับขึ้นทันที300 บาท และปรับขึ้นอีก3 ครั้ง จำนวน50 บาท ก่อนปรับลดลง4 ครั้ง จำนวนครั้งละ50 บาท ทำให้ราคาทองแท่งขายออก อยู่ที่บาท(บาททองคำ) ละ30,300 บาท รับซื้อ30,200 บาทส่วนทองรูปพรรณ ขายออก30,800 บาท รับซื้อ29,652.96 บาท ส่วนทองสปอตอยู่ที่2,058.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์อัตราแลกเปลี่ยน31.17 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยราคาทองคำวันนี้ปรับเพิ่มขึ้น250 บาท หากเทียบกับราคาทองคำในวันที่6 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นรวม350 บาท

โดยนางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(YLG) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดทองคำ ราคาทองคำสามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ในระหว่างวันเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรสลับออกมามาก ทำให้ราคาย่อตัวลงเล็กน้อย ซึ่งทำให้ราคาปรับเปลี่ยนมีความผันผวนมากขึ้น โดยประเมินแนวรับระยะสันอยู่ในบริเวณ2,047 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากราคายังไม่หลุดระดับดังกล่าง ก็มีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ2,069-2,075 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำไทยปรับขึ้นมาทำจุดสูงสุดในรอบ10 ปี นับตั้งแต่ปี2553 ซึ่งราคาอยู่ที่20,150 บาท และหากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาทองคำปรับขึ้นมาแล้วกว่า8,750 บาท ซึ่งถือเป็นการปรับระดับขึ้นแบบร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มในระยะถัดไป มองว่ายังคงเป็นขาขึ้นได้ หากปัจจัยเสี่ยงที่สร้างความกังวลให้กับตลาดยังไม่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

นางสาวฐิภากล่าวว่า กลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุน ให้เน้นการ ลงทุนในระยะสั้น โดยดูแนวบริเวณ2,047 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากยืนได้สามารถเข้าซื้อเก็งกำไรในระยะสั้นได้อยู่ แต่หากราคาหลุดระดับ  2,047 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ให้คงไว้เป็นจุดตัดขายขาดทุนและชะลอการเข้าซื้อเพิ่มเติมออกไปก่อน ขณะที่ในช่วงนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแนะนำให้แบ่งทองคำออกขายมาขายทำกำไรเป็นล็อตก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการที่ราคาปรับลดลง

“ปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่อง หลักๆ มาจากการระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยล่าสุดพบว่าส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส2/2563 ติดลบกว่า32% รวมถึงความกังวลปัจจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน ที่กลับมาสร้างความไม่มั่นใจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และคงมีความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเกิดความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์จากสภาพคล่องที่เกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้นักลงทุน และธนาคารกลางหลายประเทศสะสมทองคำมากขึ้นเมื่อความต้องการทองคำมากขึ้น ขณะที่ความกังวลเรื่องความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแบบรุนแรงไม่ลดลง ราคาทองคำก็ไม่มีทางปรับลดลงแบบเร็วและแรงแน่นอน” นางสาวฐิภากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ