ทองคำทุบสถิติสูงสุด! จ่อทะลุ 2,000 เหรียญฯ แนะนำเล่นสั้น ห่วงปรับฐานอาจติดดอยยาว

Wealthy Thai อัพเดต 11 ก.ย เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย เวลา 03.40 น. • wealthythai
ทองคำทุบสถิติสูงสุด! จ่อทะลุ 2,000 เหรียญฯ แนะนำเล่นสั้น ห่วงปรับฐานอาจติดดอยยาว
ยังเป็นความจริงที่ปีนี้เราได้เห็นทองคำทำสถิติสูงสุดทุกเดือน ทำให้ความหวังที่จะเห็นราคาทองคำโลกไปถึงระดับ 2,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ คงอยู่ไม่ไกลแล้ว!!! เพราะล่าสุด เช้าวันนี้ (3 ส.ค. 2563) ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All New High) ที่ 1,988 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์แล้ว

ยังเป็นความจริงที่ปีนี้เราได้เห็นทองคำทำสถิติสูงสุดทุกเดือน ทำให้ความหวังที่จะเห็นราคาทองคำโลกไปถึงระดับ 2,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ คงอยู่ไม่ไกลแล้ว!!! เพราะล่าสุด เช้าวันนี้ (3 ส.ค. 2563) ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All New High) ที่ 1,988 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์แล้ว

 

จากสัปดาห์ก่อนที่ราคาปรับขึ้นร้อนแรงมายืนเหนือ 1,900 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และทะลุแนวต้านที่เคยเป็นจุดสูงสุดเดิมในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2554 ที่ 1,927 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จนขยับขึ้นต่อเนื่องทำสติถิที่ 1,984 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เมื่อ 31 ก.ค. 2563 ก่อนที่จะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง แต่การเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกยังอยู่ในยังอยู่ในลักษณะ sideway up หรือแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น

 

ขณะที่ราคาทองคำในประเทศ ก็ปรับขึ้นมาร้อนแรงตามราคาทองคำโลกเช่นกัน โดยวันนี้สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาซื้อขาย ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 29,000.00 บาท และขายออกบาทละ 29,100.00 บาท  ส่วนราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 28,470.48 บาท และขายออกบาทละ 29,600.00 บาท

 

กลยุทธ์การลงทุนทองคำในช่วงนี้ จะลงทุนอย่างไร ควรซื้อเพิ่มหรือควรขายออก Wealthy Thai ได้จัดงานสัมมนา Wealthy Thai Virtual Investment Forum ภายใต้หัวข้อ “Thailand Investment Landscape Post Covid-19” ซึ่งได้วิทยากรชั้นนำระดับประเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้งดร.ภากร ปิตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการปาฐกถาเปิดงานในหัวข้อ Resiliency for New Normal World รวมถึงมุมมองทางเศรษฐกิจของดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) รวมถึงมุมมองของนักธุรกิจและนักวิเคราะห์ เพื่อปรับทิศทางการลงทุนให้ตรงกับสถานการณ์

 

ในส่วนของทิศทางราคาทองคำ สามารถติดตามได้ในหัวข้อ The Golden Investment ซึ่งมีผู้คว่ำหวอดในแวดวงทองคำอย่างน.พ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด มาให้มุมมองแบบเจาะลึก โดยงานสัมนาที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook fanpage : Wealthy Thai ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หรือกดลงทะเบียนได้ที่ https://www.facebook.com/events/303220804255353/ 

 

สำหรับวันนี้ Wealthy Thai  ยังมีมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ทองคำมาฝากนักลงทุนกันก่อน มาติดตามไปพร้อมๆ กันเลย

 

ทองคำจ่อทะลุแนวต้านราคาสำคัญ 2,000 เหรียญฯ

 

นางสาวศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่ว เซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยหนุนราคาทองคำให้ปรับขึ้นต่อเนื่องจนทำสถิติสูงสุดตลอดกาล มาจากทั้งการระบาดของ COVID-19 ที่ยังควบคุมไม่ได้ จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงโดยเฉพาะในสหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก ด้านความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนที่มีความตรึงเครียดมากขึ้น การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.00-0.25% และจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว ทั้งนี้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน FED ระบุว่า การแพร่ระบาดอย่างหนักของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โดยอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) สหรัฐ ไตรมาส 2/2563 หดตัว 9% ต่ำที่สุดในรอบกว่า 70 ปี ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เสนอให้สหรัฐเลื่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีออกไป ขณะที่ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 19 โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาซื้อทองคำ 13.14 ตัน

 

“ล่าสุดฟิทช์ เรทติ้งปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐที่ระดับ AAA ของสหรัฐลงสู่ “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” ทำให้แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,980 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านสำคัญ 2,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,940 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์” นางสาวศิริลักษณ์กล่าว

 

นางสาวศิริลักษณ์กล่าวว่า สัปดาห์นี้ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก การจ้างงานของสหรัฐเดือน ก.ค. GDP ของญี่ปุ่นไตรมาส 2/2563 และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ทั้งนี้ราคาทองคำคาดผันผวนตามการจ้างงานของสหรัฐว่าจะออกมาดีกว่าหรือแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งตลาดคาดการจ้างงานภาคเอกชน ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. จะเพิ่มขึ้น 1.20 ล้านตำแหน่ง และ 1.51 ล้านตำแหน่งตามลำดับ

 

แนะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อลง-ทยอยขายทำกำไรลดความเสี่ยง

 

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการ นักวิเคราะห์บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด กล่าวว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ที่สามารถต้านทานผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย รวมทั้งภาวะเงินเฟ้อ และลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและความขัดแย้งระหว่างประเทศของสหรัฐและจีนที่อาจจะรุนแรงขึ้น ทำให้แรงหนุนราคาทองคำยังและราคามีทิศทางที่เป็นบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีขณะนี้พฤติกรรมของราคาทองคำ เมื่อมีการปรับตัวขึ้นมากจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา เพราะทองคำให้ผลตอบแทนในปีนี้ค่อนข้างสูง รวมทั้งตลาดหุ้นสหรัฐยังมีแนวโน้มที่จะขยับปรับขึ้นได้จากการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ยังมีแนวโน้มผลประกอบการที่สดใส ซึ่งยังดึงดูดให้นักลงทุนมีการโยกเงินจากตลาดทองคำกลับไปในตลาดหุ้นสหรัฐ

 

ทั้งนี้การปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐของฟิทช์ เรทติ้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง หนุนราคาทองคำ และต้องจับตาการบรรลุข้อตกลงการเจรจาอนุมัติเม็ดเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ตกงานจาก COVID-19 ของสหรัฐ ราว 600 ล้านเหรียญสหรัฐ/สัปดาห์ และจับตาทิศทางค่าเงินเหรียญสหรัฐที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้นจากช่วงก่อนหน้าที่ปรับตัวอ่อนค่าลง ปัจจัยเหล่านี้อาจมีแรงขายทำกำไรทองคำออกมา แต่การย่อตัวลงของราคาทองคำยังจำกัด และราคายังสามารถทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้

 

“ราคาทองคำเช้านี้ขยับขึ้นมาทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 1,988 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และมีแรงขายทำกำไรออกมา แต่หากราคายังอยู่ในกรอบขาขึ้นและราคาทองคำยังมีโมเมนตัมเชิงบวก ยังแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อโดยมีแนวรับที่ 1,965 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และแนวรับสำคัญที่ 1,948 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หากราคาไม่หลุดระดับนี้ แนวโน้มหรือโมเมนตัมของราคาทองคำจะยังเป็นบวก หากหลุดลงไปทิศทางหรือโมเมนตัมของราคาทองคำอาจจะมีการปรับฐานอ่อนตัวลงต่อ ทั้งนี้เมื่อราคาทองคำปรับขึ้น นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย อาจแบ่งขายทำกำไรบางส่วน โดยมีแนวต้านที่จุดสูงสุดตลอดกาล 1,988 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แต่หากผ่านได้จะมีแนวต้านด้านจิตวิทยาที่ 2,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งจากโมเมนตัมราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา มีลุ้นที่อาจจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านจิตวิทยาได้ กลยุทธ์การลงทุนจึงยังแนะนำให้เข้าซื้อเมื่อราคาปรับฐานลง ทยอยขายเพื่อทำกำไรบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยงและรอราคาย่อตัวจึงเข้าซื้อใหม่” นายวรุตกล่าว

 

บาทละ 30,000 บาทยังมีลุ้น แต่เสี่ยงปรับฐานแรง

 

ส่วนสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศ นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า หากราคาทองคำโลกขึ้นไปแตะระดับ 2,030 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ มีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำในประเทศ ซื้อขายบาทละ 30,000 บาท ได้ (สมมติฐานค่าเงินบาทที่ 31.22 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) อย่างไรก็ตามขณะนี้แม้ว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็มีการปรับฐานลงมาเมื่อราคาปรับขึ้นไปสูงเป็นระยะ จึงยังประเมินแนวต้านปัจจุบันที่ราว 1,975 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งหากสามารถทะลุแนวต้านนี้ไปได้ แนวต้านใหม่อยู่ที่ 2,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

 

“นักลงทุนที่มีทองคำอยู่แล้ว แนะนำให้ทยอยขายบ้าง ไม่ต้องรอถึง 30,000 บาท ซึ่ง 30,000 บาทที่นักลงทุนรออยู่ก็มีความเป็นไปได้โดยต้องเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือรุนแรง อาทิ ความขัดแย้งระหว่างประเทศของสหรัฐและจีน หรือจีนกับอินเดีย เป็นต้น แต่ก็มีแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า ทำให้ราคาทองยังอยู่ในระดับ 29,000 บาท ยังไปไม่ถึง 30,000 บาท ซึ่งมีระยะห่างพอสมควร ส่วนนักลงทุนที่จะรอไปขายที่ 30,000 บาทก็ต้องระวังการขายทำกำไรออกมา โดยเฉพาะกองทุน SPDR ที่ถือทองคำจำนวนมาก และปีนี้ซื้อไปแล้วถึง 300 กว่าตัน ยังไม่มีการขายออกมา หากถึงจุดที่กองทุนนี้มีการขายทำกำไร เทขายทองออกมาจำนวนมาก อาจจะมีการปรับฐานลงแรง เพราะปัจจุบันราคาทองคำปรับขึ้นมาสูงเทียบกับต้นปี ซึ่งสถานการณ์จะกลายเป็นเหมือน 8-9 ปีก่อนที่หลายคนติดดอยต้องถือไว้นาน กว่าจะสามารถนำมาขายได้ในช่วงนี้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เล่นสั้น และต้องระมัดระวังการลงทุน” นายจิตติกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ