ถ้าได้เป็นในสิ่งที่เขากำลังเป็นอยู่ เราจะยังมองเขาแบบเดิมอยู่ไหม ? - เพจบันทึกนึกขึ้นได้

TOP PICK TODAY เผยแพร่ 09 เม.ย. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจบันทึกนึกขึ้นได้

ช่วงเวลาของการเป็นเด็กนี่น่าอิจฉาที่สุดแล้วนะ

ช่วงนั้นเราไม่เคยสนใจเลยว่า จะหัวเราะตรงนี้ได้มั้ย

จะร้องไห้โวยวายกลางตลาดได้รึเปล่า

จะออกไปเล่นน้ำฝนได้มั้ย

เราทำเลย เพราะเราไม่ได้สนใจ ว่าใครจะคิดอะไรกับเรา

หรือจริง ๆ ตอนนั้นเราอาจจะไม่ได้มีอยู่ในหัวด้วยซ้ำ

ว่าโลกนี้มันมีการตัดสินกัน จากการทำอะไรบางอย่างแบบนี้

 

พอโตขึ้นเรื่อย ๆ

เราเลยคิดมากขึ้น ว่าอันนี้ทำได้มั้ย

จะทำแบบนี้ดีรึเปล่า

คนนั้นจะคิดยังไง ถ้าเราตัดสินใจทำอะไรแบบที่กำลังคิด

 

จริง ๆ การตัดสินใจ เป็นเรื่องปกติของการเป็นคนของเรา

มันก็คือกลไลนึงในการที่จำทำให้เรารู้สึกปลอดภัย

กลไลในการเอาตัวรอด ตัดสินใจว่า ถ้าทำแบบนี้จะดีมั้ย

ถ้าเดินทะเล่อทะล่าออกไปกลางถนนตอนนี้ รถจะชนตายรึเปล่า

ตื่นมาจะสระผมมั้ย

ขึ้นรถไฟฟ้า จะนั่ง หรือจะยืนตรงไหนดี

การตัดสินใจมันเกิดขึ้นอยู่กับเราตลอด

 

แม้กระทั่งตอนนี้

ที่คุณอาจจะกำลังตัดสินใจว่า ควรจะอ่านต่อไปดีมั้ย

 

ซึ่งการตัดสินใจอะไรที่เป็นตรรกะในการใช้ชีวิตผมว่ามันก็เป็นเหตุเป็นผลกันนะ

แต่หลาย ๆ ครั้งเราเองที่ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเรากลัวใครสักคนมาตัดสินเรา

นั่นต่างหากที่จะทำให้มันเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตของเราเอง

 

ไม่กล้าใส่เสื้อสีชมพู เพราะกลัวคนอื่นมองว่าเป็นเกย์

ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเราฟังเพลงแนวไหน เพราะกลัวว่าเขาจะตัดสินเราตาม Stereotype

อย่างที่สังคมเค้ามอง ๆ กัน

 

เรื่องแบบนี้ยิ่งโตขึ้น เรายิ่งมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น

ช่วงมัธยม ประถม เราอยากได้การยอมรับ

อะไรที่ถ้าตัดสินใจทำไปแล้วคิดว่า รอบๆตัวน่าจะไม่ชอบ

เราก็จะเก็บมันไว้ ไม่กล้าทำ

 

แต่พอโตขึ้นมาแล้วเราก็จะรับรู้ได้เองว่า

มันไม่ได้สำคัญเลยที่มัวจะสนใจว่าคนอื่นจะมองเรายังไง

จนลืมไปว่า ถ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่คิดไว้ตอนนี้

ตัวเราในอนาคตจะตัดสินตัวเองในอดีตว่ายังไง

 

อะไรที่อยากทำแล้วมันไม่ได้เดือดร้อนใคร

ส่วนใหญ่ผมจะทำเลย

 

ผมชอบถามตัวเองว่า

พอเรากำลังจะทำอะไรสักอย่าง

แล้วมันจะมีคำถามแว้บเข้ามาว่า

ถ้าแบบนี้ไป เค้าจะมองว่าเราเป็นคนแบบนี้มั้ยนะ

 

เค้านี้ใคร ?

เค้าที่เราคิดว่าจะมาตัดสินเรานั้น คือใคร ?

ใช่คนที่เรารู้จักมั้ย ใช่คนสำคัญในชีวิตเรารึเปล่า

เค้าที่เราคิดอยู่ในหัว จนไม่กล้าทำอะไร

มันมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่มั้ย

หรือเราแค่สร้างมันขึ้นมาเอง

 

คิดแบบนี้แล้วผมจะสนใจกับอะไรแบบนั้นน้อยลง

 

ยิ่งพอโตขึ้น เราชัดเจนกับตัวเองมากขึ้น

การที่เราจะกลัวคนอื่นมาตัดสิน มันจะน้อยลง

 

แต่สิ่งที่เราจะมีมากขึ้น

คือการไปตัดสินคนอื่น

 

หลายครั้งนะครับที่เราเองเนี่ยชอบไปตัดสินคนนั้นคนนี้

คนนั้นพูดมาก คนนี้อารมณ์ดี

คนนั้นดูน่าเชื่อถือ พอพูดถึงชื่อคนนี้แล้วส่ายหัวบอกไม่ไหว

เราตัดสินกันไปทั่ว เท่าที่ประสบการณ์และภูมิหลังของเราจะพาความคิดเราไปได้

 

ผมว่าตรงนี้มันสำคัญกว่าการที่เราโดนตัดสินอีกนะ

เพราะเองนี่แหละ ที่เอาไม้บรรทัดของตัวเองไปวางที่คนอื่น

โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่า การที่เขาเป็นเขาจริงๆ ณ ตอนนั้น

เขาต้องผ่านอะไรบ้าง

 

ผมเคยประชุมในที่ทำงานกับพี่ผู้หญิงคนนึง

คนนี้นี่เรียกว่าตัวโหด ใคร ๆ ก็กลัว

ประชุมทีทุกคนต้องฟัง ฟันที ฉับ ๆ

ทุกคนบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่า คนนี้ของจริง เคี่ยว โหด

 

แต่ระหว่างที่ประชุมอยู่นั้นโทรศัพท์ของพี่คนนั้นดังขึ้น

แล้วพี่เขาก็รับ

ผมได้ยินเสียงก่อนที่พี่เขาจะเปิดประตูออกไปจากห้องว่า

 

ว่ายังไง ลูกกกกก

 

เรียกว่าคนละน้ำเสียงกับท่ีอยู่ในห้องประชุมเลยนะ

 

ผมแอบมองลอดกระจกออกไปนอกห้อง

ไม่ได้ยินเสียงหรอกนะครับ

แต่หน้าตาและแววตา ดูมีความกังวลอะไรสักอย่าง

 

เรียกว่าคนละบุคลิกกับเจ้ที่ยืนอยู่กลางห้องเมื่อสักครู่

 

ไม่เกินสองนาที

พี่เค้ากลับเข้ามา

หน้าตาและน้ำเสียงกลับมาสู่ความโหดแบบเดิม

 

มันเป็นความรู้สึกที่แปลกดี

บอกไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกอย่างไร

เหมือนเราตัดสินเค้าจากจุดที่เรามองเห็นไปแล้วว่าเค้าเป็นคนยังไง

 

มันก็เลยทำให้ผมคิดต่อไปว่า

 

เออ บางคนเป็นลูกที่ดีกับพ่อแม่

แต่เป็นเพื่อนที่เลวสำหรับคนอื่น

 

บางคนเป็นแม่ที่ดี

แต่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านายที่ดี

 

บางคนเป็นลูกน้องที่ไม่เอาไหน

แต่เป็นพ่อที่เอาใจใส่ลูกอย่างไม่ใครมาเปรียบ

 

เราเต็มที่กับบางบทบาทที่เป็น

และบกพร่องกับบางบทบทที่ได้รับมอบหมาย

 

ซึ่งในทุกครั้ง ๆ ที่เราเห็นใครคนหนึ่ง

ในบทบาท หรือบริบทที่เราเห็น

เราก็เอาสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเคยเจอ

ไปตัดสินเค้า เอาป้ายไปติดว่า เขาเป็นคนยังไง

 

โดยที่เราไม่เคยได้หันให้ครบทุกมุม

จนแน่ใจเสียก่อนว่าเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ

 

ถ้าไปยืนในจุดที่เขายืนอยู่

เราจะตัดสินเขาแบบนั้นมั้ย

 

ถ้าได้เป็นในสิ่งที่เขากำลังเป็นอยู่

เราจะเข้าใจในสิ่งที่เขาแสดงออกออกมารึเปล่า

 

ความซับซ้อนในความเป็นมนุษย์ของเรามันเข้าใจยากเหมือนกันนะ

 

แต่การลองเอาตัวเองเข้าไปยืนจุดเดียวกับเค้า

ว่าแต่ละคนเคยผ่าน เคยเจออะไรมาบ้าง

เขาอาจไม่ได้เติบโตมาในแบบที่เราเป็น

ความหลากหลายในการเป็นคนมันมากมายจนที่

เสี้ยววินาทีที่พบ มันจบว่าเค้าเป็นคนแบบไหนไม่ได้นะ

 

 

ชะลอการตัดสินใจของตัวเอง

ก่อนที่จะตีตราว่าสุดท้ายแล้วเค้าเป็นคนยังไง

 

ชะลอแบบที่ตอนที่ตัวเองกำลังจะตัดสินใจทำบางอย่าง

แล้วคิดว่าคนอื่นจะคิดกับเรายังไง

 

ไม่ต้องกลัวการถูกคนอื่นตัดสิน

แต่ระวังตัวเองในการที่จะไปตัดสินใครสักคน

คนที่เราไม่ได้รู้จักเขาจริง ๆ จะดีกว่า

ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก เพจบันทึกนึกขึ้นได้ บน LINE TODAY ทุกวันศุกร์