ถึงเวลาของ BDMS แล้วหรือยัง?

Wealthy Thai อัพเดต 17 ต.ค. 2562 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 06.38 น. • wealthythai
ถึงเวลาของ BDMS แล้วหรือยัง?

ยังมีประเด็นให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องในหุ้นการแพทย์ โดยล่าสุดมีปัจจัยเชิงบวก ต่อโรงพยาบาลที่มีฐานลูกค้าชาวต่างชาติ หลังจากล่าสุด ประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติที่จะเดินทางมารักษาพยาบาลในไทย ให้สามารถพำนักอยู่ในประเทศได้นานขึ้น ซึ่งมีการขยายทั้งจำนวนประเทศและระยะเวลา
โดยประเทศที่สามารถเข้ามารักษาในไทย โดยไม่ต้องลงตราวีซ่า 90 วัน ปัจจุบันมี 11 ประเทศ คือ ประเทศในแถบตะวันออกกลาง 6 ประเทศ  และเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา มาเลเซีย เวียดนาม  จีน และได้เสนอเพิ่มเติมอีก 2 ประเทศ คือ อเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมผู้ป่วยและผู้ติดตามอีก 3 ราย รวมเป็น 4 ราย ซึ่งจะส่งเรื่องให้ ครม.อนุมัติเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ ในระยะสั้นยังมีปัจจัยบวกจาการดำเนินงานของช่วงไตรมาส 3/2562 ที่ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจการแพทย์ แต่นับจากนี้ผลประกอบการหุ้นกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ในช่วงที่ผ่านมา ก็ยังมีประเด็น ยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ถูกรวบอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม (watch list) ของกระทรวงพาณิชย์ในเดือน ม.ค. 2562 โดยมีการประกาศหลักเกณฑ์ในเดือน พ.ค.2562 ซึ่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ ส่งผลให้กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนจะต้องแจงรายละเอียดเกี่ยวกับราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้กับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่ประกอบธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ของประเทศ โดยมีโรงพยาบาลเครือข่ายในไทยและกัมพูชา ดำเนินการภายใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม คือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบี เอ็น เอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล นอกจากนี้เครือข่ายของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยาและธุรกิจผลิตน้ำเกลือ เป็นต้น
โดยงวดครึ่งปีแรก 2562 ทาง BDMS มีกำไรสุทธิจำนวน 10,304 ล้านบาท มากกว่าทั้งปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 9,191 ล้านบาท เนื่องจาก บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดใน RAM ในช่วงไตรมาส 1/2562 ส่งผลให้มีอัตรากำไรสุทธิ 25.5%
ขณะที่ IAA Consensus พบว่า นักวิเคราะห์ได้แนะนำ “ซื้อ” BDMS จำนวน 6 ราย แนะนำ “ถือ”จำนวน 4 ราย และไม่มีใครแนะนำ “ขาย” โดยให้ราคาเป้าหมายตั้งแต่ 24-29 บาท บน P/E ปี 2562 ในช่วง 22.9-39.3 เท่า ซึ่ง IAA Consensus คาดการณ์อัตราผลตอบแทนของเงินปันผลปี 2562 ในช่วงระดับ 1.2-2.3%
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากประเด็น Medical Hub  คาดว่า ครม. จะมีการอนุมัติให้อีก 2 ประเทศ คือ อเมริกาและญี่ปุ่น เดินทางมารักษาแบบ Medical Visa โดยไม่ต้องลงตราวีซ่า 90 วัน ถือเป็น Sentiment เชิงบวก ต่อโรงพยาบาล มีฐานลูกค้าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะ อเมริกา และ ญี่ปุ่น โดยเลือก BDMS เป็นหุ้น Top pick แนะนำ “ซื้อ” เป้าหมาย 27 บาท
สำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ได้แนะนำให้ “ซื้อ” BDMS โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 29 บาท จากรายได้ และ EBITDA ที่เพิ่มขึ้น หนุนโดยโรงพยาบาลใหม่ และ Movenpick Wellness Resort ของ BDMS และคาดว่าอัตรากำไรของ BDMS จะเพิ่มขึ้นในปี 2563 จากค่าใช้จ่ายในการเปิดโรงพยาบาลใหม่รับรู้ไปแล้วในปี 2562 นอกจากนี้ แนะนำให้ “ถือ” BH แต่ปรับมูลค่าที่เหมาะสมลดลงเป็น 143 บาท เพื่อสะท้อน EBITDA สำหรับปี 2563 ที่อ่อนแอลง
โดย คาดว่าผลประกอบการ BDMS จะเพิ่มขึ้น 15-16% สำหรับปี 2563-2564  หลังค่าใช้จ่ายในการเปิดโรงพยาบาลใหม่ และ Movenpick รับรู้ไปแล้วในปี 2562 ขณะที่ส่วนต่อขยายของโรงพยาบาลทั้งส่วนของญี่ปุ่น และ Bangkok International จะได้ประโยชน์จากจำนวนห้องที่เพิ่มขึ้น และได้ประโยชน์จากการขายประกัน ทำให้เราเชื่อว่าปัจจัยกดดันในระยะสั้นจะถูกชดเชยด้วยลูกค้าประกันที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ประเมินว่าปี 2562 จะมีกำไรสุทธิยู่ที่ 15,082 ล้านบาท เติบโตจากปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 9,191 ล้านบาท ส่วนปี 2563 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,075 ล้านบาท และปี 2564 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12,779 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากดูผลการดำเนินงานปกติ คาดว่าปี2562 จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 9,568 ล้านบาท และปี 2563 จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 11,075 ล้านบาท  ส่วนปี 2564 จะอยู่ที่ 12,779 ล้านบาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า แม้คาดว่าไตรมาส 3/2562 จะเข้า high season แต่ด้วยฐานกำไรที่สูงในไตรมาส 3/2561ที่ทำสถิติสูงสุด ประกอบกับบริษัทมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น  ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง หลังขายหุ้น RAM ออกไปหมดแล้ว และ ส่วนแบ่งกำไรจาก BH ที่ลดลงในปีนี้ จึงคาดว่ากำไรในไตรมาส 3/2562 จะยังคงปรับลดลงจากไตรมาส 3/2561 โดยเราคาด กำไรปกติของ BDMS ในปี 2562 ที่ 9,628 ล้านบาท ลดลง 4% จากปี 2561
ดังนั้นมองว่าระยะสั้นยังไม่น่าสนใจ ด้วยแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3/2562 ที่ยังมีโอกาสปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อ จากฐานกำไรที่สูงในปีก่อน จึงแนะนำ เพียง “เก็งกำไร” ประเมินมูลค่าที่เหมาะสม ที่24.50 บาท ขณะที่ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 38 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5ปี   

 

“จากประเด็นทั้งหมดที่ Wealthy thai นำมาเสนอนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจลงทุน ซึ่งยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า ผลการดำเนินงานของ BDMS จะออกมาในทิศทางไหน และจะเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ แม้มีปัจจัยต่างๆนาๆ เข้ามา”

ดูข่าวต้นฉบับ