ถอดรหัส...สัปดาห์ 9 ลิเวอร์พูลชวดสถิติ, แมนฯซิตี้คืนฟอร์ม, แมนยูพบสไตล์การเล่น (มีคลิปไฮไลท์)

TNN ช่อง16 อัพเดต 22 ต.ค. 2562 เวลา 00.53 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 00.53 น. • TNN Thailand
ถอดรหัส...สัปดาห์ 9 ลิเวอร์พูลชวดสถิติ, แมนฯซิตี้คืนฟอร์ม, แมนยูพบสไตล์การเล่น (มีคลิปไฮไลท์)
จบไปแล้วสำหรับฟุตบอล พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 9 ต้องบอกว่ามีหลายคู่หลายเกมที่น่าสนใจ วันนี้เราจะพาไปถอดรหัสผลงานของแต่ละทีมกัน

รหัส001. เอฟเวอร์ตัน เฮแรกรอบ5เกม มาร์โก ซิลวา เก้าอี้เริ่มอุ่น

มาร์โก ซิลวา เป็นโค้ชที่เก้าอี้ร้อนที่สุดในลีก หลังคุมทีม เอฟเวอร์ตัน แพ้มาสี่เกมติดต่อกันในลีก แต่เกมล่าสุดคืนฟอร์มเก่ง เปิดบ้านทุบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0

หลังได้ประตูจาก แบร์นาร์ด กับ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน พร้อมทำคะแนนขยับมารั้งอันดับ 15 ของตาราง ต้องบอกว่าเกมนี้ลูกทีมของ ซิลวา เล่นกันได้ดีมากๆ

ทั้งมีสถิติครองบอลมากกว่า 52 ต่อ 48 หรือ ยิงทั้งเกมที่ 19 ครั้ง และเป็นลูกที่ตรงกรอบถึง 10 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 2 ประตู ดูแล้วทีม "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" น่าจะเริ่มคืนฟอร์มเก่งได้แบบต่อเนื่อง หลังนักเตะตัวหลักเริ่มทะยอยหายเจ็บกลับมาแล้วเริ่มจัดทีมชุดที่ลงตัวได้แล้ว ดูแล้วภายในสัปดาห์หน้า ทีมนี้น่าจะขยับคืน ท็อปเทน ของตาราง หลังเกมบุกเยือน ไบรท์ตัน ถ้าเก็บสามแต้มกลับมาได้ 

รหัส002. แมนฯซิตี้ คืนฟอร์มเก่ง-ในสัปดาห์ที่ ลิเวอร์พูล สะดุด 

แมนฯซิตี้ ที่พ่ายแพ้มาจากเกมเมิ่อสัปดาห์ที่แล้ว เกมนนี้คืนฟอร์มเก่งได้สำเร็จหลังบุกเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 เก็บสามแต้มพร้อมโยนความกดดันไป"หงส์แดง" ที่มีคิวลงเล่นในวันรุ่งขึ้น ในศึกแดงเดือด ก่อนที่เกมนั้นจะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ทำให้ช่องว่างระหว่างสองทีมเหลือเพียง 6 คะแนน ยิ่งทำให้ "เรือใบสีฟ้า" มีความหวังในการทำคะแนนแซงยึดฝูง แม้คงยังไม่เกิดในสัปดาห์หน้านี้

แต่หลังจากมองดูไปที่โปรแกรมการแข่งขันแล้ว ต้องบอกว่า ลูกทีม ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับมาได้เปรียบบ้างเพราะหลังจากนนี้จะได้ลงเล่นก่อนทั้งสองนัดก่อนที่ทั้งสองทีมจะโคจรมาเจอกัน ที่สนามแอนฟินด์ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน นี้ แล้วยิ่งโปรแกรมฝาก "หงส์แดง"ในเกมหน้า ต้องเปิดรังรับมือ สเปอร์ส หากไม่ชนะคงเหนื่อยแน่ๆ

รหัส003. แมนฯยูฯ ทำแต้มหลุดมือ,โซลชาค้นพบเกมถนัด

"ปีศาจแดง"กลายเป็นทีมที่ออกนำคู่แข่งไปแล้ว ทำสถิติลีก ทำแต้มหลุดมือมากที่สุด จากการได้ประตูขึ้นนำก่อน ในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ หลังเสียไปแล้ว 8 คะแนน

ต้องบอกว่าหากทีมได้ 8 แต้มนี้กลับมา ทีมจะขยับไปรั้งอันดับ 3 ของตารางทันที ตอนนี้แม้ ทีมจะไม่ชนะใครในลีกเป็นเกมที่4ติดต่อกัน แต่เกมล่าสุดที่ได้หนึ่งคะแนนล้ำค่ามานั้นถือว่าคุ้มค่าจริงๆ หลังได้เจอวิธีการเล่นที่ตัวเองถนัด ที่เน้นเกมรับแล้วรอจังหวะสวนกลับ ในแบบฉบับของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เกมแดงเดือดปล่อยให้หงส์แดง ครองบอลตลอดทั้งเกม 68% แต่ฝั่งทีมเยือนกลับหาจังหวะยิงได้เพียง 10 ครั้ง และตรงกรอบ 4 ครั้งเท่านั้น ยิงมองเห็นชัดแล้วว่า โซลชา มองไปที่เกมรับเป็นหลักหลังส่งกองหลังลงไปถึง 5 ตัวในเกมนี้ 

เวลาสวนกลับ จะใช้ความเร็วจาก ดาเนี่ยล เจมส์ กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในการโจมตีเท่านั้น หากมกราคมนี้ เสริมตัวดีๆทีมน่าจะกลับคืนสู่ที่ที่ควรอยู่  

รหัส004. ดราม่า VAR "หงส์แดง" เสียประโยชน์ หรือ ถูกต้องตามกติกา 

เกมนี้มีดราม่า VAR อีกแล้วกับจังหวะประตูขึ้นนำ 1-0 ของ"ปีศาจแดง" ที่ ดิว็อค โอริกี้ โดน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เตะสกัดจากด้านหลังก่อนนำไปสู่ประตูของ แรชฟอร์ด 

ขณะที่อีกจังหวะที่ใช้ VAR คือจังหวะ ซาดิโอ มาเน่ ยิงประตูให้"หงส์แดง" ได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่หลังจากที่มีการเช็คVAR แล้ว ภาพแสดงชัดเจนว่าลูกบอลโดนมือเขาก่อนจะยิงประตู 

แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่กฎใหม่ฟีฟ่าบอลโดนมือฝ่ายเกมรุกไม่ว่ากรณีใดถือเป็นแฮนด์บอลทุกกรณี ต้องบอกว่าแม้เกมนี้เหมือนลิเวอร์พูล โดนสองต่อ เพราะเสียประตูในจังหวะที่คิดว่าจะได้วีเออาร์ มาช่วย แถมเสียในจังหวะที่ควรจะได้ จึงไม่แปลกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะออกอาการโวยวาย 

ยิ่งองค์กรผู้ตัดสินแมตช์เกมอาชีพ (พีจีเอ็มโอแอล) เปิดเผยสาเหตุที่แมนยูได้ประตู เพราะ มาร์ติน แอ็ตกินสัน กรรมการในสนามเห็นจังหวะดังกล่าว พร้อมกับมองว่ามันไม่ใช่จังหวะเข้าสกัดรุนแรงจนเป็นการฟาวล์ ยิ่งทำให้ฟากทีมเยือนมอาการไม่พอใจ เพราะหากยังจำกันได้ หนึ่งในเกมที่ทำให้ ลิเวอร์พูล สะดุดจนชวดแชมป์ จากฤดูกาลที่แล้ว ก็น่าจะมีเกมแดงเดือดอยู่ในนั้นด้วย 

รหัส005. "สเปอร์ส" เกือบจะพ่ายคารังยังดีมีส้มหล่น, "เลสเตอร์-เชลซี" ลุ้นท็อปโฟร์ เต็มตัว

ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เกือบแพ้เป็นเกมที่สองติดต่อกันแล้ว แต่ยิงดีที่ เบน ฟอสเตอร์ ทำหมูหกในเกมนี้จนโดน เดเล่ อัลลี่ ยิงตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้สเปอร์ส เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 แบ่งแต้มกันไปในท้ายที่สุด

แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้น ด้วยฟอร์มการเล่น ที่ยังไม่ได้ดีอะไรมากมาย แถมมได้ประตูจากข้อผิดพลาดของฝั่งตรงข้ามจึงไม่แปลกเลยที่ทีมยังคงต้องรีดฟอร์มเก่งกลับมาให้ไว ไม่งั้นแย่แน่ๆ ยิ่งในเกมหน้า ต้องพบงานหนักต้องบุกไปเยือน สนามแอนฟินด์ ของ ลิเวอร์พูล

ขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ กลับมามีฮึดรัวแซงเอาชนะ เบิร์นลีย์สุดมันส์ 2-1 โดยก่อนเกมนี้เริ่มขึ้น แฟนบอลของเลสเตอร์ จัดงาน walk for Vichai เพื่อรำลึกถึงคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตเจ้าของทีมที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก เมื่อปีที่แล้วโดยแฟนๆ ได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งก่อนเกมการแข่งขัน

หลังจากทีมสะดุดพ่าย ลิเวอร์พูล 1-2 ก่อนเบรกทีมชาติ เกมนี้คืนฟอร์มเก่งกลับมาชนะได้สำเร็จ ทำให้ทีมมีคะแนน รั้งอันดับสามของตาราง ต้องบอกกว่าตอนนี้ทีมนี้ฟอร์มแรงมากๆแม้อาจจะยากไปหน่อยที่จะสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์แบบเมื่อฤดูกาล 2015/16 แต่หากทีมมองเป้าหมายเพียงแค่ ลุ้นท็อปโฟร์ น่าจะไม่มีปัญหาใด

เช่นเดียวกับ เชลซี ของแฟร้งค์แลมพาร์ด ที่ดีวันดีคืนจากออกสตาร์ตซีซั่นแพ้แมนฯ ยูไนเต็ด 0-4 แต่จากนั้นเดินหน้าจูนทีมจนลงตัวขึ้นเรื่อยๆและผลงานดีตามมา 5 นัดหลุงสุดแพ้ลิเวอร์พูลทีมเดียวขึ้นมารั้งที่ 4 ตารางคะแนนด้วยนักเตะดาวรุ่งค่อนทีม โดยแต้มเท่าเลสเตอร์และตามหลังแมนฯ ซิตี้แค่ 2 แต้ม

ส่วนหนึ่งในฟอร์มพีกของ"สิงห์บลูส์" มองว่าการที่ทีมไม่มีแข้งระดับสตาร์แถมมีดาวรุ่งหลายคน แต่แลมพ์สเลือกซื้อใจแข้งดาวรุ่งฟอร์มเด่นได้และแข้งดาวรุ่งทุ่มเทและเต็มใจทำงานตามแท็กติกจนทำให้ทั้งทีมและตัวนักเตะฉายแวว จากนั้นต้องดูว่าเหล่าดาวโรจน์จะรักษามาตรฐานได้ดีขนาดไหนและพวกจอมเก๋าจะประคองรุ่นน้องไปได้นานแค่ไหน ถ้าไม่มีหลุดมีลุ้นกันยาวๆ

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand

ดูข่าวต้นฉบับ