ต่างฤดูกาล ความรู้สึกอาจต่างไป รับมือกับหน้าหนาวอย่างไรในวันที่หัวใจเซื่องซึม

The MATTER อัพเดต 07 ธ.ค. 2562 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 11.35 น. • Social

ลมหนาวพัดมาแบบนี้ บางคนอาจจะรู้สึกฟินอยู่ใต้ผ้านวมหนาๆ แต่บางคนอาจจะรู้สึกซึมๆ เหงาๆ ด้วยเอฟเฟกต์จาก SAD (seasonal affective disorder) หรือ ‘ภาวะซึมเศร้าตามการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล’

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกซึมๆ เศร้าๆ ในช่วงฤดูหนาว เพราะอาการ winter blues สามารถเกิดขึ้นได้กับวันที่ดูหม่นๆ หมองๆ แบบนี้ ซึ่งสัญญาณเตือนว่าเราอาจจะกำลังเป็นเหยื่อของความหมองในหน้าหนาวก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเวลานอนที่เปลี่ยนไป ไม่มีแรงทำกิจกรรมต่างๆ วิตกกังวล ซึมเศร้า น้ำหนักขึ้นหรือลงเยอะผิดปกติ ไม่มีสมาธิ รู้สึกสิ้นหวัง

ซึ่งโรคซึมเศร้าตามฤดูกาลก็เป็นหนึ่งในกลุ่มภาวะซึมเศร้าทั่วไป เพราะฉะนั้นหากเราปล่อยทิ้งไว้นานๆ ก็คงจะไม่ดีแน่ มาดูกันว่าจะมีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากความเซื่องซึมในช่วงนี้ แล้วใช้เวลาในช่วงหน้าหนาวให้มีความสุขมากขึ้น

กระปรี้กระเปร่าเข้าไว้

ในวันที่อากาศชวนให้เรานอนติดอยู่กับเตียง ช่างเป็นอะไรที่ยากต่อการลุกขึ้นไปทำกิจกรรมอื่นๆ แต่ถ้านอนนานๆ มันก็สร้างความน่าเบื่อหน่ายให้กับชีวิตมากกว่าเดิม ลองลุกออกไปหาอะไรทำอย่างเข้ายิม ออกกำลังกาย เพื่อให้ตัวเองรู้สึกแอ็กทีฟอยู่ตลอดเวลาดีกว่า

เปิดไฟให้สว่าง รับแสงแดดบ้าง

หน้าหนาวมักจะมาพรัอมกับความหม่นและบรรยากาศทึมๆ ซึ่งก็เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่จะทำให้เรารู้สึกเหงาและเศร้ากว่าเดิม ดังนั้น อย่าพยายามทำให้ห้องมืดจนเกินไป เปิดไฟให้สว่างทั่วบ้านหรือออกไปรับแสง รับอากาศข้างนอกบ้าง ก็อาจจะช่วยลดความหมองไปได้เยอะ

โฟกัสไปที่พลังบวก

พยายามนึกถึงเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน อาจจะลองจดไดอารี่หรือลิสต์เรื่องที่ทำให้ยิ้มได้มาสักห้าข้อ เพื่อเป็นการทบทวนตัวเองและย้ำว่าเราก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นอยู่นะ

ให้รางวัลตัวเองหน่อย

ในช่วงอากาศร้อนเราอาจจะไม่ค่อยได้ออกไปทำกิจกรรมอะไรมากมายนัก อาจจะเพราะกลัวเหงื่อออกหรือไม่ก็แดดเผา มาดูกันว่าช่วงนี้มีหนังเรื่องไหนที่อยากดู มีสถานที่ไหนที่อยากไป หรืออะไรน่าอร่อยที่อยากกิน จากนั้นก็ลุยให้เต็มที่ ตามใจตัวเองบ้างก็ไม่เสียหาย

อากาศดีๆ แบบนี้อย่าปล่อยให้ตัวเองเฉานาน เพราะไม่บ่อยที่ประเทศไทยจะหนาวกับเขาบ้าง ดังนั้น เรามาใช้โอกาสนี้ในการออกไปเอ็นจอยกับกิจกรรมที่อยากทำกันดีกว่า

อ้างอิงข้อมูลจาก

ulifeline.org

ดูข่าวต้นฉบับ